เจอแล้ว พรานเก่ง ที่หายตัวมานานกว่า 2 สัปดาห์ 

         จากกรณีที่ครอบครัวของนายเสน่ห์หรือที่รู้จักกันดีในนามของพรานเก่ง ซึ่งเป็นพรานล่าสัตว์ได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยติดตามหาตัว พรานเก่ง ที่หายตัวไปปริศนาหลังจากที่ได้มีการบอกกับทางญาติๆว่าจะออกไปหาของป่า

ซึ่งทางด้านญาติของพรานเก่งนั้นได้บอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า พรานเก่งได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพศ2563

จนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถที่จะติดต่อได้ซึ่งโดยปกติแล้วพรานเก่งมักจะเข้าป่าไปหาของป่าอยู่เป็นประจำแต่เนื่องจากว่าพรานเก่งเป็นนายพรานที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เป็นอย่างมากซึ่งใช้ระยะเวลาเข้าป่าเพียงไม่กี่วันเท่านั้นก็มักจะกลับออกมาจากป่าแล้วแผนที่ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่พบตัวเสียทีจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันออกไปตามหาตัวด้วย

และหลังจากที่ได้รับการแจ้งเรื่องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทหารและตำรวจต่างก็พยายามออกติดตามหาตัวพรานเก่ง โดยมีการเดินเท้าเข้าไปในป่าเพื่อปูพรมตามหาพรานเก่งซึ่งทางญาติของพรานเก่ง

นั้นระบุว่า ตัวนายพรานนั้นได้เข้าไปในป่าที่เป็นป่าเขาชมภู่อยู่ในเขตเขาเขียว  ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของการหายตัวไปของพรานเก่ง นั้นนับได้ว่าเป็นข่าวที่โด่งดังเป็นอย่างมากมีหลายคนออกมาช่วยกันติดตามหารวมถึงหมอปลาหมอดูคนดังอย่างไร

ก็ตามได้มีการหาตัวกันมา 2 สัปดาห์จนในที่สุดในตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็สามารถพบร่างของ พรานเก่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยมีการค้นพบซากโครงกระดูกและใส่เสื้อผ้าของพรานเก่ง อยู่ในป่า

ซึ่งเป็นป่าเดียวกันกับที่ญาติของพรานเก่ง ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรก็ตามจากร่องรอยที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นไปได้ว่า  พรานเก่ง น่าจะเสียชีวิตจากการที่ถูกอาวุธปืนของตนเองยิงแล้วเสียชีวิตลง เนื่องจากมีร่องรอยการเอาเชือกไปผูกอาวุธปืนเอาไว้ซึ่งอยู่ในระดับประมาณหัวเข่าของคนทำให้ญาติเชื่อว่าพรานเก่ง

  น่าจะมีการดักอาวุธปืนเพื่อเอาไว้ยิงสัตว์แต่น่าจะเดินไปติดกับดักของตนเองและถูกอาวุธปืนยิงทำให้เสียชีวิตพบว่าบริเวณรองเท้าที่พรานเก่ง ใส่อยู่เป็นประจำนั้นมีร่องรอยของการถูกกระสุนปืนซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นเป็นอาวุธปืนเดียวกันกับที่มีการผูกเอาไว้ล่าสัตว์นั่นเองซึ่งทางด้านของพรานเก่งนั้นไม่มีใครติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะเชื่อว่าเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

  โดยลักษณะของการเสียชีวิตนั้นตัวของนายพรานเองน่าจะถูกอาวุธปืนยิงเสียเลือดมากและไม่สามารถที่จะเดินทางกลับออกจากป่าเพื่อไปรักษาตัวได้จึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องจบชีวิตลงอยู่ในป่านั่นเองซึ่งสร้างกระดูกของนายพรานนั้นถูกสัตว์กัดแทะจนเหลือโครงกระดูกก็จะตายอยู่ใกล้ๆกับพื้นที่ที่เสียชีวิตนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยจับยี่กี2ตัว

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวถูกปาดคอจัดท่าศพเหมือนคนนอนหลับ

         เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนปีพศ2563 เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณสวนหลังบ้านของผู้เสียชีวิตเองโดยผู้เสียชีวิตนั้นชื่อว่านายหรรษาอายุ 54 ปีเขาเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในมหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์

โดยสภาพศพของนายสุรินทร์นั้นทำร้ายร่างกายอย่างแสนสาหัสทั้งการฟันที่หัวและท้ายทอยที่ขมับรวมถึงใบหน้าอีกทั้งยังมีร่องรอยของการใช้มีดเชือดไปที่บริเวณลำคอซึ่งถ้าดูจากลักษณะของบาดแผลแล้วคนร้ายน่าจะมีอาการแค้นในสุรินทร์อย่างมาก

เพราะว่ามีการทำร้ายร่างกายและไปหมดอย่างไรก็ตาม คนร้ายได้นำร่างของนายสุรินทร์นั้นไปนอนไว้กระท่อมหลังบ้านจัดท่าทางให้เหมือนกับคนนอนหลับปกติทั่วไปซึ่งคนที่มาพบศพนายสุรินทร์คนแรกนั้นเป็นอดีตครู วัย 60 ปี

ซึ่งเขามีบ้านอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับสวนของนายสุรินทร์โดยคุณครูคนดังกล่าวได้บอกให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าในวันเกิดเหตุช่วงหัวค่ำตัวเขาเองแล้วก็นายสุรินทร์รวมถึงภรรยานายสุรินทร์และลูกของนายสุรินทร์ได้นั่งกินข้าว

ร่วมกันหลังจากกินข้าวอิ่มแล้วในสุรินทร์ขอตัวออกไปนอนที่กระท่อมหลังจากนั้นคุณครูวัย 60 ปีก็เข้าไปพักผ่อนในบ้านของตนเองและต่อมาช่วงเวลาประมาณตี 3 กว่าๆถึงตี 4 คุณครูวัย 60 ปีก็ตื่นนอนเพราะเป็นการตื่นนอนปกติ

ในช่วงเช้าแบบนี้อยู่แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปทางสวนหลังบ้านพบว่านายสุรินทร์นอนหลับในกระท่อมจึงได้ตะโกนเรียกพูดคุยแต่ในสุรินทร์นั้นก็นอนเฉยๆไม่ยอมตอบกลับมาตนเองจึงได้เรียกนายทุนใหม่อีกรอบนึง

ซึ่งก็พบว่านายทุนไม่ยอมตอบกลับมาเหมือนเดิมจึงได้เดินเข้าไปคุยด้วยใกล้ๆเมื่อไปถึงจึงเห็นว่านายสุรินทร์นั้นเสียชีวิตแล้วจึงได้วิ่งมาบอกภรรยาของนายสุรินทร์และลูกของนายสุรินทร์หลังจากนั้นก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบพบศพ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการพยายามหาหลักฐานเพื่อตามหาตัวคนร้ายยังไงก็ตามตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานใดๆทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามให้นักประดาน้ำไปงมบ่อน้ำที่อยู่ใกล้บ้านของนายสุรินทร์ 

เผื่อว่าคนร้ายจะนำเข้าของของนายสุรินทร์หรืออาวุธที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเชิญตัวคนในหมู่บ้านซึ่งหายตัวไปในช่วงเวลาที่นายสุรินทร์นั้นประสบเหตุคดีฆาตกรรมอยู่แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น

ก็ไม่พบพิรุธอย่างใดซึ่งตอนนี้กำลังตรวจสอบหาสารคัดหลั่งรวมถึงลายนิ้วมือแฝงเกิดว่าผู้ก่อเหตุจะมีการทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

ซึ่งทางชาวบ้านเองต่างจังหวัดตัวคนร้ายเป็นอย่างมากทางด้านพี่ชายของนายสุรินทร์ก็หวังว่าตำรวจจะสามารถจับกุมตัวคนที่ก่อเหตุได้ในเร็ววันเพราะในสุรินทร์นั้นเป็นคนอัธยาศัยดีและไม่เคยมีปัญหากับใครจึงไม่พอที่จะมีข้อมูลให้ตำรวจทราบได้ว่าผู้ต้องสงสัยนั้นมีใครบ้างจึงต้องพยายามค้นหาจากพยานหลักฐานที่มีอยู่เท่านั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี

อดีตสามีดักฉุดสาว 18 ปี พร้อมส่งรูปขู่ครอบครัวฝ่ายหญิง

อดีตสามีดักฉุดสาว 18 ปี พร้อมส่งรูปขู่ครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ให้ยุ่งไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย

           มีผู้ใช้ Facebook รายนึงได้ออกมาโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือและอยากให้แชร์ข้อความของเธอ ส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยข้อความที่เธอมีการแชร์ลงไปนั้นเป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งใส่เสื้อสีเหลืองมีร่องรอยของรอยเลือดติดอยู่ตรงบริเวณเสื้อเต็มไปหมดและยังมีการถูกล่ามโซ่ตรงบริเวณลำคอแขนและก็ขาด้วย

      ในข้อความหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าตนเองนั้นเป็นพี่สาวของผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั้น  ซึ่งในขณะนี้หญิงสาวที่อยู่ในภาพได้หายตัวออกไปจากบ้านโดยระบุว่าผู้ที่ลักพาตัวไปนั้นเป็นอดีตสามีของหญิงสาวคนดังกล่าวเอง

       สำหรับหญิงสาวที่ถูกจับไปนั้นชื่อว่าน้องกิ๊ฟขณะนี้น้องมีอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นพี่สาวของน้องกิ๊ฟได้ขอความร่วมมือคนในโลกออนไลน์ช่วยแชร์ข้อความของเธอไปยังใครก็ตามที่สามารถที่จะช่วยเหลือครอบครัวของเธอได้ให้ติดตามตัวน้องสาวของเธอมาให้เนื่องจากขนาดนี้เธอเกรงว่าน้องสาวของเธออาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิตเนื่องจากว่าคนที่จับตัวน้องสาวเธอไปนั้นได้ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายน้องสาวของเธอและครอบครัวโดยขู่ฆ่ายกครอบครัวซึ่งขณะนี้ทุกคนต่างก็พากันหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

       ในขณะนี้พี่สาวของน้องกิ๊ฟได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแล้วและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามติดตามหาที่อยู่ของอดีตสามีของน้องกิ๊ฟที่พาตัวน้องกิ๊ฟไปซึ่งขณะนี้จับสัญญาณการใช้งานโทรศัพท์ของฝ่ายชายได้ที่จังหวัดสกลนคร

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครพนม  โดยน้องกิ๊ฟนั้นเป็นคนในหมู่บ้านห้วยไห  พี่สาวของน้องกิ๊ฟได้มีการเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังว่าน้องกิ๊ฟเคยอยู่กินกับอดีตสามีคนนี้มานานถึง 6 ปีแต่ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนะน้องกิ๊ฟมักจะถูกอดีตสามีทําร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ โดยอดีตสามีของน้องกิ๊ฟเป็นคนขี้หึงมักจะก้อนผมน้องกิ๊ฟและใช้ด้ามปืนตบตีน้องกิ๊ฟอยู่เสมอ   

         แต่อย่างไรก็คิดและฝ่ายชายนั้นได้เลิกรากันไปแล้วเนื่องจากว่าฝ่ายชายได้ไปมีผู้หญิงคนอื่น หลังจากนั้นเมื่อน้องกิ๊ฟได้ขอเลิกก็หลบหนีไปอยู่บ้านญาติที่อื่น  ซึ่งผู้ชายก็พยายามออกตามหา   มาโดยตลอดจนผ่านไป 6 เดือนฝ่ายชายจึงได้มาเห็นน้องกิ๊ฟเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในหมู่บ้านหลังจากนั้นก็ได้ดักชุดน้องกิ๊ฟและส่งรูปดังกล่าวมาข่มขู่ญาติพี่น้องของน้องกิ๊ฟนั่นเอง 

         ขณะนี้เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามหาอดีตสามีของน้องกิ๊ฟและตัวน้องคิดได้ว่าไปอยู่ที่ไหนแต่คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถติดตามตัวได้จากการใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ

 

สนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

สาวโพสต์คลิปแท็กซี่โรคจิต

สาวโพสต์คลิปแท็กซี่โรคจิตชวนคุยเรื่องมีเซ็กส์แถมยังขอเบอร์โทรไม่ให้กลับล็อครถไม่ให้ลง 

         มีคลิปแชร์กันในโลกออนไลน์โดยมีการโพสต์เมื่อวันที่ 28 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 ด้วยในคลิปดังกล่าวนั้นจะมีภาพถ่ายของแท็กซี่คนหนึ่งซึ่งลักษณะของการถ่ายนั้นคนถ่ายจะอยู่ด้านหลังและถ่ายด้านข้างของชายที่ขับรถแท็กซี่

แต่เนื้อหาที่มีการสนทนากันนั้นออกแนวลามกอนาจารโดยหญิงสาวได้มีการนำคลิปนี้มาพบพร้อมกับบอกว่าเธอได้มีการเรียกรถแท็กซี่จากที่ทำงานเพื่อจะเดินทางกลับไปยังห้องพักของเธอระหว่างทางนั้นแท็กซี่ได้มีการส่วนเธอคุยเกี่ยวกับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์

และคุยเรื่องของความแตกต่างระหว่างการมีเพศสัมพันธ์และกับผู้ชายและผู้หญิงซึ่งเธอนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมากแต่เธอนั้นไม่สามารถลงจากรถแท็กซี่ได้เนื่องจากว่าแท็กซี่ไม่ยอมจอดให้เธอลงที่สำคัญระหว่างที่ขับรถไปใกล้จะถึงที่พักของเธอนั้นแท็กซี่ได้ขอเบอร์โทรของเธอ

โดยบอกว่าจะเอาไว้ติดต่อเธอและเมื่อเธอไม่ยอมให้แท็กซี่ก็ไม่ยอมให้เธอออกจากรถแต่ในที่สุดเธอก็หาทางออกมานอกรถจนได้เส้นเธอหวาดกลัวมากขนาดที่อยู่บนรถแท็กซี่เธอจึงได้แอบถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดำเนินคดีกับแท็กซี่คนดังกล่าวซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อเธอนำคลิปนี้มาโพสต์ในโลกออนไลน์เธอก็ได้มีการนำคลิปนี้แจ้งไปที่กรมขนส่งอีกด้วยเพื่อต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่กรมขนส่งนั้นตรวจสอบชายที่ขับรถแท็กซี่คนดังกล่าว

และต้องการให้ยึดใบอนุญาตการขับขี่รถแท็กซี่เพราะถือว่าเป็นภัยต่อผู้โดยสารเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวนั้นพูดเกี่ยวกับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลาอีกทั้งยังมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้เธอออกจากนอกรถแท็กซี่ได้

ซึ่งเธอได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้แล้วโดยเธอบอกว่าระหว่างที่คุยกันนั้นชายคนดังกล่าวบอกว่าเขาพักอยู่แถวเขตบางบอนทั้งนี้หญิงสาวกำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมชายคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวมาดำเนินคดีอีกครั้งที่เธอต้องการนำคลิปนี้มาโพสต์ก็เพราะว่าเธอต้องการให้คนพี่ใช้รถแท็กซี่นั้นระมัดระวังตัว

โดยเฉพาะแท็กซี่ป้ายทะเบียนที่เธอมีการระบุเอาไว้เนื่องจากว่าเป็นอันตรายสำหรับคนที่ใช้รถแท็กซี่มากโดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งถ้าหากลงจากรถไม่ได้เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรบ้างเธอก็ยังไม่รู้ดังนั้นเธอจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวชายคนดังกล่าวให้ได้และมีการถอนใบอนุญาตการขับรถแท็กซี่เพื่อที่ผู้โดยสารที่เรียกรถแท็กซี่จะได้ปลอดภัยจากคนขับรถแท็กซี่โรคจิตแบบนี้นั่นเอง

            สำหรับแท็กซี่ที่มีปัญหาทางจิตสอบสวนผู้โดยสารผู้หญิงไปมีเพศสัมพันธ์หรือแม้แต่ขอเบอร์โทรผู้โดยสารผู้หญิงหรือแม้แต่การช่วยเหลือตนเองบนแท็กซี่นั้นมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่าเป็นอันตรายกับผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะหากต้องขึ้นรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนดังนั้นกรมขนส่งทางบกควรจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ใครมาขับรถแท็กซี่ด้วยควรจะมีการตรวจสอบปัญหาสุขภาพจิตของคนที่จะมาขับรถแท็กซี่จะเป็นการดีที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

มิจฉาชีพออกอาละวาด

มิจฉาชีพออกอาละวาดถ่ายรูปบ้านประกาศขายบน Facebook ทั้งที่เจ้าของไม่รู้เรื่อง

         กำลังเป็นปัญหากันอยู่ในขณะนี้สำหรับข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องชาวบ้านได้เข้าร้องเรียนและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบ้านของตนเองที่อยู่อาศัยนั้นถูกแอบถ่ายบริเวณหน้าบ้านหลังจากนั้นก็ไปโพสต์ขายเป็นบ้านมือสองโพสต์ขายผ่านทางเว็บไซต์ขายบ้าน

และโพสต์ขายผ่านทาง facebook ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงเรื่องบ้านของตนเองว่าเป็นบ้านที่ปลูกเอาไว้แต่ไม่ได้อาศัยอยู่มีคนนำป้ายประกาศขายบ้านมาปิดไว้หน้าบ้านทำให้เขาต้องแจ้งความดำเนินคดี

กับคนที่ประกาศขายบ้านอย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวนั้นมีบ้านที่ถูกติดประกาศขายในช่วงเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 3-4 หลังคาเรือนเลยทีเดียวในหมู่บ้านเดียวกัน

ล่าสุดในวันที่ 28 กรกฎาคมปีพศ2563 นี้เองก็มีหญิงสาวอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกันว่าบ้านของเธอที่เธอซื้อให้พ่อและพี่ชายของเธอนั้นอยู่อาศัยถูกแก๊งมิจฉาชีพมาแอบถ่ายรูปบริเวณหน้าบ้านของเธอ

หลังจากนั้นก็นำไปโพสต์ขายใน Facebook ในราคา 9 แสนกว่าบาทซึ่งเธอยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นยังมีคนอยู่อาศัยและไม่ได้มีความต้องการที่จะขายไปอย่างไรรวมถึงเธอต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาคนที่มาแอบถ่ายบ้านเธอแล้ว

นำไปโพสต์ขายเพราะเธอแกล้งว่าจะมีคนหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้กับพวกมิจฉาชีพหลังจากนั้นเธอจะเดือดร้อนจากการที่มีคนหลงเชื่อพวกแก๊งมิจฉาชีพในครั้งนี้เธอจึงต้องการมาแจ้งความเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอ

และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นช่วยกันตามหาพวกมิจฉาชีพที่ทำอาชีพแบบนี้เพราะเธอเกรงว่าจะมีคนเดือดร้อนจากการที่พวกเขาสนใจที่จะซื้อบ้านของเธอนั่นเองสำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เธอได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าตัวเองนั้น

ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการประกาศขายบ้านแต่เนื่องจากว่ามีเพื่อนที่รู้จักกันได้เข้าไปดูเว็บประกาศขายบ้านแล้วเจอบ้านของเธอซึ่งพวกเขานั้นจำได้จึงได้โทรเข้ามาถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เธอประกาศขายบ้านเธอจึงได้ขอข้อมูลเพื่อนเข้าไปดูจึงได้รู้ว่ามีคนแอบถ่ายบ้านของเธอเอาไปประกาศขายนั่นเองสำหรับบ้านหลังดังกล่าว

เธอยืนยันว่าจะยังคงไม่ขายเพราะมีคนอยู่อาศัยและที่สำคัญบ้านหลังดังกล่าวนั้นยังมีการผ่อนชำระกับทางธนาคารอยู่อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินคดีเพื่อที่จะได้ไม่มีใครถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินอีกต่อไป

          สำหรับปัญหาเรื่องของการถูกแอบถ่ายบ้านแล้วนำไปแอบอ้างเป็นขายบ้านมือสองนั้นการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดนั้นตรวจสอบไม่ยากเพราะเราสามารถตรวจสอบจาก Facebook ที่พวกเขาได้มีการโพสต์ขายได้หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ที่พวกเขามีการทดขายได้นั่นเองดังนั้นคดีแบบนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะดำเนินการได้ไม่นานก็จะสามารถจับกุมคนร้ายมาลงโทษได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

สาวใหญ่ ช็อกหนัก

 สาวใหญ่ ช็อกหนัก ขณะทำธุระในห้องน้ำเจองูเหลือมพุ่งเข้ากัดแก้มก้น 

          ที่จังหวัดสมุทรปราการ  เจ้า หน้าที่มูลนิธิได้รับการติดต่อให้มาช่วยเหลือหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เนื่องจากว่าเธอถูกงูเหลือมกัดที่บริเวณแก้มก้นและตรงบริเวณนิ้วมือทำให้ได้รับบาดเจ็บ  เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็พบหญิงวัย 54 ปี

ยืนรอเจ้าหน้าที่คอยให้ช่วยรักษาปฐมพยาบาล จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่านอกจากตรงบริเวณแก้มก้นที่มีร่องรอยการถูกฉกกัดแล้วนิ้วมือของหญิงวัยกลางคน คนดังกล่าวนั้นยังมีร่องรอยฉีกขาดจากการสอบถามเพิ่มเติมทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นชื่อว่านางบุญส่ง  เธอ ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นที่ห้องน้ำที่บ้านของเธอเอง

           ซึ่งเธอนั้นปวดท้องหนักจึงได้เข้าห้องน้ำหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังลุกขึ้นปรากฏว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 2 เมตรพรุ่งนี้ส่งมาที่แก้มก้นของเธอด้วยความที่เธอตกใจเธอจึงใช้มือจับคองูเหลือมแล้วดึงออกทันที

แต่ปรากฏว่างูเหลือมตัวดังกล่าวนั้นต่อสู้และฉกกัดเข้ามาที่นิ้วมือของเธอด้วยความกลัวและความตกใจเธอจึงได้มีการใช้มืออีกข้างหนึ่งกลับไปที่คองูเหลือมแล้วหักคองูเหลือมทันทีจนเป็นเหตุให้งูเหลือมตัว

ดังกล่าวนั้นตายแต่เธอก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกันเพราะบริเวณแก้มก้นของเธอนั้นมีเลือดออกและที่นิ้วมือของเธอนั้นด้วยความแรงของการกัดของงูเหลือมทำให้แผลบริเวณนิ้วมือของเธอฉีกขาดเธอจึงได้มีการโทรให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิมาช่วยทำแผล

        สำหรับในช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกชุกเกือบทุกวัน  ทำให้สัตว์เลื้อยคลานหรือแม้แต่สัตว์มีพิษจำเป็นต้องคลานหนีน้ำซึ่งอาจเป็นไปได้ว่างูเหลือมตัวดังกล่าวนั้นก็หนีน้ำมาและมาอาศัยอยู่ในห้องน้ำของนางบุญส่ง  และอาจจะด้วยความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันเมื่อเห็นนางบุญส่งงูเหลือมตัวดังกล่าวจึงพยายามที่จะฉกกัดเพื่อที่จะกินนางบุญส่งให้ได้แต่เนื่องจากว่านางบุญส่งต่อสู้จึงทำให้งูเหลือมตัวดังกล่าวนั้นตาย

         อย่างไรก็ตามแต่ในช่วงนี้มักจะพบข่าวเกี่ยวกับเรื่องของงูเหลือมแอบเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหรือตามชักโครกและมักจะทำร้ายมนุษย์ด้วยการชกกัดดังนั้นก่อนที่จะมีการทำธุระในห้องน้ำควรมีการสำรวจพื้นที่ในห้องน้ำอย่างละเอียดว่าอาจจะมีงูซ่อนอยู่

หรือไม่รวมถึงก่อนที่จะนั่งโถชักโครกควรมีการกดน้ำลงไปก่อนเพื่อเป็นการเช็คว่ามีงูแอบซ่อนอยู่ในชักโครกหรือไม่เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและคนในครอบครัวได้

 

สนับสนุนโดย    เว็บตรงบาคาร่า

ถึงกับส่ายหัวว่ามีการอนุมัติในการหยุด 8 วัน  

เมื่อนายกของเรานั้นถึงกับส่ายหัวที่ต้องเจอข่าวที่มั่วออกมาว่าจะมีวันหยุดยาวถึงแปดวันเพื่อที่จะชดเชยในเรื่องที่เกี่ยวกับการหยุดสงการณ์นั่นเองซึ่งเป็นข่าวที่มั่วอย่างมากนั่นเองตนรู้สึกว่ามั่วมากมีไหนกันวันหยุดยาวขนาดนั้นนายกคนไหนที่เป็นคนสั่งงาน  หามาจากที่ไหนกัน  

         เมื่อได้มีข่าวเกี่ยวกับวันหยุดนั้นแพร่ออกไปนั้นก็ทำให้นายกถึงกับส่ายหัวว่ามีนายกที่ไหนเข้าทำกันเพราะว่าการที่หยุดยาวนั้นไม่สามารถที่จะเป็นไปได้เพราะว่าเมื่อเรานั้นต้องการที่จะเข้าไปงานที่เกี่ยวกับเรื่องเรื่องราชการนั้นก็ต้องรอไปอีกหลานวันซึ่งเป็นไปไม่ได้นั่นเอง  เพราะว่าผมนั้นก็เจอเกี่ยวกับข่าวที่อย่างนี้นั่นเอง

เพราะว่าเจอพวกที่ดราม่า ในเรื่องวันหยุดสลการณ์ที่หายไป  แต่ว่าผมนั้นกำลังที่จะแทรกวันหยุดเข้าไปให้  อย่างเช่นวันหยุดสงกรานต์ ที่มีวันหยุดดัวยกันสามวันเป็นการที่เรานั้นเอาวันหยุดเพื่อที่จะแทรกเข้าไปให้ 

แต่ว่าจะให้หยุดย่าวอย่างนั้นไม่สามารถที่จะเป็นได้เพราะว่าเรานั้นก็รู้อยู่ว่าในตอนนี้บ้านเมืองของเรานั้นเกิดโรคระบาดเกี่ยวกับโควิดนั่นเอง   และก็มีบางคนนั้นก็ไม่ใช่ที่อยากจะหยุดเพราะว่าหยุดแล้วเขานั้นก็ขาดรายได้นั่นเองดังนั้นการที่ไม่หยุดนั้นก็จะทำให้เขานั้นมีรายได้เพื่อที่จะเอาไปเลี้ยงครอบครัวนั่นเอง     แต่เรื่องหาวันหยุดนั้นผมก็จะพยายามที่แทรกเข้าไปให้เพื่อที่จะได้มีวันหยุดตามที่ต้องการ  

       ผมนั้นอยากที่จะให้ซื่อนั้นเลิกให้ข้อมูลที่บิดเบือน   ไปนั่นเองเพราะว่าการที่บ้านเมืองของเรานั้นตอนนี้ก็มีเรื่องที่แย่คือเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการค้าขายเพราะว่ารายได้ที่จะไปต่อยอดเกี่ยวกับประเทศอื่นในตอนนี้เป็นเรื่องที่แย่ดังนั้นการที่เราจะข่าวอะไรนั้น

ก็ควรที่จะดูด้วยว่าเป็นข่าวที่ดีไหมเพราะว่าต่างชาติเขาก็ดูข่าวของเรานั้นอยู่เหมือนกัน  เพราะว่าเรานั้นก็ต้องการที่จะให้นักข่าวนั้นเสนอข่าวที่ดีนั่นเองไม่ใช่นั้นเสนอข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องกลไกลบ้านเมืองเพราะว่าการที่เรานั้นเสนอข่าวไปนั้น

ก็ต้องรอในการขบวนการ อยู่นั่นเอง เพราะว่าในการที่เรานั้นเสนอข่าวไปนั้นก็ต้องรอในการตรวจสอบนั่นเอง  ไม่ใช่ว่าเรานั้นเสนอข่าวอะไรไปนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างที่เสนอไม่ใช่เรานั้นต้องรอการรวบรวมก่อนที่เรานั้นจะตัดสินใจนั่นเอง

     และก็ท่านนายกนั้นได้กล่าวอีกว่าในตอนนี้กำลังที่จะหาเวลาที่จะออกไปเจอประชาชนเพราะว่าในช่วงนี้นั้นข่าวที่เกี่ยวกับการติดเชื้อของโรคโควิด 19 นั้นเริ่มที่จะดีขึ้นมากแล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

เจ็บใจไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ภาพไม่ตรงปก

มีหญิงสาวรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โดยเธอวิจารณ์ถึงเรื่องอาหารว่า เธอได้ยินโฆษณาจากรายการวิทยุว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่งกำลังมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับไก่งวงเพียงราคาคนละ  1000 บาทเท่านั้น

และเมื่อเธอได้เห็นโปสเตอร์ที่ทางร้านโฆษณาเอาไว้ เป็นภาพไก่งวงตัวใหญ่เต็มจาน เธอจึงชักชวน พ่อและและคนในครอบครัวรวมทั้งหมด 5 คนไปกินอาหารที่ร้านนี้กันเพราะแม่บอกว่าอยากทดลองกินไก่งวงดู

ซึ่งเมื่อไปถึงที่ร้านแล้วสั่งอาหารพบว่าภาพที่มีการโฆษณากับของจริงไม่เหมือนกันเลยเพราะของจริงมีไก่หั่นเป็นชิ้นวางไว้เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น และก็มีเครื่องเคียงอื่นๆจัดใส่จานมาให้ ทำให้เธอและครอบครัวรู้สึกเหมือนกับว่าถูกหลอก

จึงได้มาโพสต์ไว้ในพันทิป เมื่อข่าวนี้มีการแชรออกไปในโลกของสังคมออนไลน์พบว่าคนส่วนใหญ่มองว่าทางร้านอาหารไม่พูดความจริงกับลูกค้า เข้าข่ายโฆษณาเกินจริงและหลอกลวงผู้บริโภค เพราะหลายคนต่างก็บอกว่าอาหารในจานน้อยมากไม่สมกับราคาที่เสียไปเลย

ซึ่งหลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวดังขึ้นมา ทางร้านจึงได้ออกมาชี้แจงว่าการที่ลูกค้ามาเขียนโพสต์ต่อว่าแบบนี้เป็นการให้ข้อมูลกับคนอื่นในทางเท็จเพราะร้านอาหารของเขาใช้แต่ของดี ราคาจึงต้องแพง และที่สำคัญเชฟของทางร้านเป็นเชฟมีฝีมือระดับโรงแรม 5 ดาวเลย

ร้านที่ไหนเวลากินไก่งวงเขาก็หั่นเป็นชิ้นใส่จานมาให้ทั้งนั้นไม่มีร้านไหนเสิร์ฟไก่เป็นตัวๆกันหรอก นอกจากนี้ทางร้านอาหารยังฝากบอกไปถึงหญิงสาวคนที่โพสต์ข้อความต่อว่าทางร้านด้วยว่า ให้มาขอโทษทางร้าน ถ้าไม่ขอโทษทางร้านจะแจ้งความดำเนินคดี

สำหรับเรื่องนี้มองได้หลายแง่ เพราะสำหรับร้านอาหารแล้วการเสิร์ฟอาหารส่วนใหญ่เขาจะมีการจัดจานให้มีความสวยงามและมีอาหารนิดเดียวอยู่แล้ว ซึ่งทางลูกค้าที่ไปกิน อาจจะไม่ค่อยได้เข้าร้านอาหารสไตล์ฝรั่งสักเท่าไหร่

จึงอาจไม่ทราบว่าไก่งวง ถ้าเสิร์ฟเป็นตัวราคาคงไม่ใช่แค่ 1000 บาท แต่ร้านค้าเองก็ผิดที่ทำการตลาดลงโฆษณาเอาไว้ไม่ตรงกับความเป็นจริงซึ่งถือว่าวิธีการนี้เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคได้เหมือนกันเพราะเป็นใครที่เห็นภาพต่างก็ต้องเข้าใจผิดด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นทางร้านควรมีการปรับเปลี่ยนโปสเตอร์ที่ใช้สำหรับโฆษณาเสียใหม่

โดยถ่ายให้เห็นว่าอาหารที่ลูกค้าจะไปรับประทานหน้าตาเป็นแบบไหน เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่เข้าใจผิดแบบเคสนี้ เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้วไก่ 3 ชิ้นต้องจ่าย 1000 บาทถือว่าแพงไปจริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนสด บาคาร่า

อภิสิทธิ์สอนประยุทธ์แก้เรื่องม็อบ

อภิสิทธิ์สอนประยุทธ์แก้เรื่องม็อบทั้งที่ตัวเองก็เลยทำมาและสั่งฆ่าประชาชนในปี2553

ซึ่งประชาชนทุกคนจำคำอภิปลายของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้หรือไม่ “ ที่บอกว่าแม้จะมีประชาชนคนเดียวมาประท้วงหน้าสภาท่านต้องฟัง “ ( แล้วที คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง ประชาชนออกมาเท่าไหร่คุณตอบแทนเขาด้วย ลูกกระสุนปืน ) ประชาชนเสียชีวิตไปเท่าไหร่แค่น่าด้านลอยหน้ารอยตามาจนถึงปีแล้วเราถือว่าเก่งมากเลย

โดยสังคมที่ให้อภัยคนชั่วเยอะมากทั้งยังมีคำพูดอีกว่าสิ่งต่างๆที่มีการเรียกร้องนั้นมีแต่ขยายออกไปและเราคิดแต่ห้ามพยายามกดเอาไว้รับรองได้ว่าวันนี้อาจจะจบแต่อีกไม่นานก็จะกลับมาสิ่งที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามพูดมาตลอดว่าจำเป็นที่จะต้องหาผู้ฟังที่เป็นคำตอบทางออกการฟังไม่ได้แปลว่าจะต้องเชื่อหรือทำตามทั้งหมด100%

แต่อะไรที่มีเหตุมีผลดึงเข้ามามีส่วนร่วมทำด้วยกันอะไรที่ถือว่าไม่ใช่ก็ถือว่าอย่างน้อย็ต้องพูดครุยอธิบายกันได้ว่าทำไมยังไม่ได้ด้วยเหตุด้วยผลทำไมเรื่องนี้ยังไม่ใช่แต่ไม่ใช่การปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง

ซึ่งอยากจะถาม  “ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ จังเลยว่าเหตุการณ์วันนี้กับเหตุการณ์ในปี2553ว่ามันแตกต่างกันยังไงความเป็นตัวตน นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะบอกหรือไม่เขาได้บอกว่า นั้นมันไม่ใช่นั่นคือผู้ชุมนุมที่มาจากการปลุกปั่นของ คุณทักษิณ

ทำไปเพื่อประโยชน์ของคุณทักษิณเขาไม่มีค่าความเป็นคนเท่ากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเราถือว่าควรจะพอเรื่องการเมืองได้แล้วพูดอย่างไปอีกอย่างหยุดเถอะพักเถอะกลับไปนอนอยู่บ้านเฉยๆจะดีกว่า

 นอกจากนี้เรามาดูกันดีๆว่าในขอเรียกร้องใน3ข้อเรียกร้องรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นข้อที่หนึ่งคือให้นายประยุทธ์ลาออกข้อที่สองเปิดสภาวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่สามคือให้มีการปฏิรูปสถานบัน ส่วนข้อที่หนึ่งคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆก็คือ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะอะไรถ้าหากนายประยุทธ์ลาออกเมื่อไหร่พลังประชารัฐมีเสนอเอาไว้เพียงชื่อเดียวก็คือนายประยุทธ์

ดังนั้นก็ต้องลงมาอยู่ที่คุณอนุทิน กับ คุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณอนุทินก็ดูเหมือนไม่ค่อยทำอะไรในเรื่องการเมืองเท่าไหร่ฉะนั้น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เวลาเราฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพื่อมีแสงสว่างอยู่นิดเพื่อจะได้กลับมา แต่ถามใจผู้ชุมนุมหรือเปล่า ( ระหว่าง นายประยุทธ์ กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ) ประชาชนอยากได้ใคร 

ซึ่งอยากจะบอกว่าเลือกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนอนร้องไห้ทั้งคืนไม่น่าเชื่อว่าให้นายกคุยกับม็อบหาทางออกด้วยเหตุผลโทษทีเถอะ ( คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเองก็เลยทำเรื่องนี้มาแล้วในปี2553 ) อย่างน่าด้านยังจะมาสามารถให้ความเห็นแบบนี้อีกหรอไม่น่าเชื่อน่ารังเกียจจริงๆ

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าฟรีโบนัส

14ตุลาคมตั้งเวทีล้อมรอบทำเนียบ 

สำหรับวันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่11ตุลาคมเป็นวันที่หลังจากนี้อีก3วันก็จะถึงวันที่14ตุลาคมที่ตอนนี้ปฏิทินทั้งหมดนั้นแต่ดูเหมือนปฏิทินนั้นหมดนั้น

ได้มองข้ามไปแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในวันจันทร์มันไม่ใช่เรื่องสำคัญต่อไปอีกแล้วและจะเกิดอะไรขึ้นในวันอังคารไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้วแต่จุดที่เป็นสิ่งที่คนในวงการการเมืองจำนวนมากรวมทั้งประชาชนทั้งประเทศได้จำตามอง

ซึ่งในเวลา14.00.ของวันที่14ตุลาคม2563นั้นการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นที่ถนนราชดำเนินนั้นจะเป็นการชุมนุมที่มีประชาชนมามากขนาดไหนผู้จัดประกาศว่าอยากจะเห็นแบบม้วนเดียวจบ

โดยผู้จัดคือนายทนายอานนท์นั้นได้บอกว่าม้วนเดียวจบไม่ได้หมายถึงวันจบแต่ม้วนเดียวจบหมายถึงว่าเป็นการชุมนุมที่ต่อสู้ระยะยาวที่ท้วงคืนประชาธิปไตยแล้วก็มีการพูดแบบนี้ว่า ถ้า1ล้านคนม้วนเดียวจบก็จะเป็นม้วนเดียวแบบสั้นแต่ถ้าไม่ถึง1ล้านก็จบแบบยาวหน่อย

เพราะฉะนั้นทิศทางในการขับเคลื่อนเพื่อประชาธิปไตยผ่านชุมนุม14ตุลาคมนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่มีคนถามมาตลอดสื่อหลายที่ได้สัมภาษณ์ตลอดว่าเรามองว่าวันที่14ตุลาคมจะมีคนมากขึ้นหรือน้อยลงมันเป็นคำถามที่หลีกเลี่ยงที่จะตอบแต่มันก็เหมือนเป็นคำถามชี้นำว่าถ้าการชุมนุมมีคนมากขึ้นก็ถือว่าเรื่องที่ดีถ้าการชุมนุมมีคนน้อยลงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี

นอกจากนี้ตกลงแล้วการชุมนุมคราวนี้ถ้ายืดเยื้อค้างคืนจะมีน้ำยาชุมนุมได้หรือเปล่าเราก็รู้สึกว่ามันเป็นคำถามที่พยายามชี้นำว่าถ้าชุมนุมคือดีถ้าไม่ชุมนุมไม่ค้างคืนแปลว่าชุมนุมไม่ได้เรื่องแต่ว่าในเวลานี้กระแสข่าวการชุมนุมนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

และทุกคนเข้าใจตรงกันว่าการชุมนุม14ตุลาคมนั้นมันเชื่อมโยงมากกว่าเรื่องของคนที่จะมาชุมนุมนั่นก็คือมันเชื่อมโยงกับการแก้รัฐธรรมนูญปลดล็อคประเทศจากเผด็จการเดินหน้าสู้ประชาธิประชาธิปไตย

เพราะฉะนั้นแล้วการประเมิล14ตุลาคมเป็นเรื่องที่มีคำจำเป็นมีมุมมองต่อการชุมนุมคราวนี้สองแบบ แบบที่หนึ่งคือแบบที่บอกว่าชุมนุม14ตุลาคมคนน้อยลงแน่ๆฝ่ายรัฐบาลได้พูดเอาไว้แบบนี้เยอะคุณอนุชา นาคาศัย รองสำนักนายกหรือแม้กระทั่งคุณธนกรเลขาคุณอนุชาก็พูดแบบนี้เยอะ

ซึ่งนายประยุทธ์เองก็ออกอาการพูดแบบนี้เยอะแต่ไม่กล้าพูดตรงๆเพราะว่ากลัวจะเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟแต่ว่ากลุ่มที่เป็นของนายประยุทธ์กลุ่มแลมโบอีสานก็บอกว่าจะมีคนมาชุมนุมน้อยเหตุผลที่คนเหล่านี้บอกว่าจะมีการชุมนุมน้อยก็เพราะว่าเขาอ้างว่านักศึกษาพูดเรื่องปฏิรูปสถานบันเยอะ

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง