แม่ปล่อยให้ลูกเปิดหมวกเล่นเปียโนหาทุนเรียนไม่หวั่นแม้มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

   ไม่เห็นการแชร์ภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นเปียโนอยู่ตรงบริเวณทางเดิน sky walk  สาธรโดยเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งเล่นเปียโน โดยมีแม่คอยนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งหลายคนที่ได้มาเห็นคลิปน้องเล่นเปียโน ตรงบริเวณsky walk

ต่างก็ออกมาพูดกันว่าทำไมแม่ถึงปล่อยให้น้องเล่นเปียโนในขณะที่กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในขณะนี้ แล้วยังมีการแชร์ข้อความที่แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ออกมาตอบโต้ชาวโซเชียลที่มาวิพากษ์วิจารณ์ลูกสาวของเขา

ซึ่งมีบางข้อความที่แม่ของเด็กได้ออกมาตอบโต้คนในโซเชียลยกตัวอย่างเช่นทำไมถึงไม่ให้ลูกหยุดออกมาเล่นเปียโนไม่กลัวการติดเชื้อไวรัสเข้าอีกเหรอคะ

ซึ่งทางคุณแม่ของเด็กเองก็ได้ไม่ตอบโต้กับคนที่มาสอบถามว่าถ้าหยุดแล้วจะจ่ายค่าเทอมแทนหรือเปล่าถ้ากลัวติดเชื้อจะต้องหยุดหายใจด้วยหรือไม่ซึ่งหลายคนไม่เห็นข้อความนี้ก็เกิดความไม่พอใจแม่ของเด็กเป็นอย่างมาก 

        หลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกมาข้างนอก ก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามแม่ของเด็กถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งทางแม่ของเด็กเองก็ได้บอกว่าตนเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและรู้วิธีการเลี้ยงลูกอยู่แล้วซึ่งตนเองก็รักลูกของตนเองมากดังนั้นเมื่อลูกตนเองมีพรสวรรค์พิเศษจึงอยากจะสนับสนุนลูก ซึ่งลูกสาวของตนเองนั้นเป็นเด็กเล่นเปียโนมาก

ดังนั้นต้นทุนสนับสนุนให้ลูกเรียนเปียโนแต่ค่าเล่าเรียนในการเรียนเปียโนนั้นค่อนข้างแพงคิดเป็นชั่วโมงละ 1,000 บาท แล้วตอนนี้ทางโรงเรียนสอนเปียโนก็มีการคิดค่าเทอมเพิ่มขึ้นจากชั่วโมงละพันมาเป็นชั่วโมงละ 2,000 บาท

และการโรงเรียนแต่ละครั้งต้องลงเรียนเป็นคอร์สซึ่งคอร์สนึงต้องลง 6 ชั่วโมงถ้าคิดเป็นจำนวนเงินแล้วก็คิดเป็นคอร์สละ 10,000 บาท ซึ่งทำให้ภาระการหาเงินเพิ่มมากขึ้นแต่ในเมื่อลูกสาวยังต้องการที่จะเรียนเปียโน ตนเอง

จึงให้ลูกหาประสบการณ์ด้วยการให้ลูกมาหาเงินลงคอร์สเรียนเปียโน ด้วยตนเองโดยทางคุณแม่ของน้องยืนยันว่าได้มีการทำเรื่องขอกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้รับการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตัวแม่เองก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญให้น้องมาทำการเปิดหมวกแต่น้องเต็มใจที่จะมาทำเอง ส่วนเรื่องหลายคนที่ห่วงว่าน้องจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นคุณแม่เองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการอนามัยและให้น้องหมั่นล้างมืออยู่บ่อยๆ น้องยังต้องเรียนเปียโนอยู่ตลอดเพื่อพัฒนาฝีมือดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายจึงทำให้น้องต้องออกมาหาเงินเพื่อไปลงคอร์สเรียน 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

เด็กชายอายุ 13 ปีกระโดดถีบหนุ่มออทิสติกตกน้ำเสียชีวิต

               ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนตกน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบว่ากำลังมีเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำกำลังช่วยกันค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและเมื่อมีการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง ว่าผู้ตายเป็นชายหนุ่ม อายุประมาณ 24 ปี

แต่เขาป่วยเป็นออทิสติก  ซึ่งเขามักจะมานั่งเล่นแถวท่าน้ำนี้อยู่เป็นประจำวันนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มออทิสติกคนนี้กำลังนั่งกินข้าวกล่องของเขาอยู่ตรงริมน้ำอยู่คนเดียว อยู่อยู่ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปหาเขาและอยู่ดีดีก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กในพื้นที่เคยเห็นมาเล่นที่นี่เป็นประจำอายุประมาณ 13 ปี

อยู่อยู่ก็กระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติกคนดังกล่าว ทำให้เขาตกน้ำลงไปแล้วเด็กเด็กทั้งหมดก็เดินหนีไปไม่มีใครสนใจ ชายหนุ่มออทิสติก เลย ซึ่งตอนที่ชายหนุ่มออทิสติกตกน้ำนั้นได้มีคนจรจัดที่มักจะมานอนอยู่บริเวณสถานีรถไฟและมักจะมานั่งเล่นแถวที่เกิดเหตุเป็นประจำเห็นเหตุการณ์ตอนที่ ชายหนุ่มออทิสติกตกน้ำ

ชายจรจัดจึงได้กระโดดลงน้ำพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก็หาร่างของชายหนุ่มออทิสติก ไม่พบ ซึ่งชาวบ้านในละแวกจุดเกิดเหตุได้โทรแจ้งตำรวจและประสานงานนักประดาน้ำจึงสามารถงมร่างผู้เสียชีวิตพบ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดที่กรุงเทพมหานคร ตรงคลองแถวท่าเรือตรงสถานีรถไฟหัวลำโพง อยู่ตรงซอยผดุงกรุงเกษม

         หลังจากที่เรื่องราวของข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไป ผู้คนต่างก็พากันชื่นชมความมีน้ำใจของชายจรจัดคนดังกล่าวที่พยายามจะลงไปช่วยผู้เสียชีวิตและในขณะเดียวกันก็พยายามตามตัวคนที่ก่อเหตุกระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติก จนตกน้ำและเสียชีวิตลง ซึ่งพลังโซเชียลมักทำอะไรสำเร็จเสมอ สามารถตามตัวจนพบว่าเด็กคนดังกล่าวอยู่ที่ไหน

และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามไปจับกุมตัวถึงที่บ้านได้ โดยเด็กคนดังกล่าว กล่าวด้วยท่าทีที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยว่า เป็นคนกระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติกจริงเพราะเพื่อนเพื่อนมีการท้า และมีคนในกลุ่มนั้นสั่งให้ถีบ และรู้ด้วยว่าเมื่อชายชายหนุ่มออทิสติก นั้นตกน้ำแล้วก็เสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางชาวบ้านแจ้งว่าเด็กคนดังกล่าวไม่มีแม่คอยดูแล จึงออกจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างเกเร ไม่ค่อยมีใครสนใจ 

       ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานหาครอบครัวของชายหนุ่มออทิสติก ได้เรียบร้อยแล้วโดยคุณแม่ของ ชายหนุ่มออทิสติกบอกว่า ชายหนุ่มออทิสติกคนนี้มักจะหนีออกจากบ้านอยู่เป็นประจำ เพราะเขาบอกว่าเขาโตแล้ว เขาอยากทำงานไม่อยากเป็นภาระของแม่ ทุกครั้งที่มีการตามตัวกลับบ้านก็จะหนีไปทำงานอีก จนมาเกิดเหตุเสียชีวิตในครั้งนี้ 

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot

เพื่อนแทงคอกันดับ สาเหตุเพียงเพราะแย่งเหล้ากัน

           เจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดชลบุรีได้รับแจ้งว่ามีคนพบศพผู้เสียชีวิต ซึ่งเมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุทางเจ้าของห้องเช่า ก็ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า คนตายนั้นเป็นคนเร่ร่อนอยู่แถวห้องเช่า ต่อมาคนตายได้เข้ามาขออาศัยขอพักในห้องเช่า

ซึ่งทางเจ้าของห้องเช่าก็ได้อนุญาติให้อยู่ โดยแลกกับการทำงานให้ เช่นการถางหญ้า ดูแลความสะอาดบริเวณรอบรอบห้องเช่า  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไปพบศพคนตายเป็นเพศชายชื่อว่า นายเสถียร ซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่ตรงม้าหิน

โดยสภาพศพถูกมีดแทงที่ลำคอ เสียชีวิต ทางด้านเจ้าของห้องเช่าได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า คนตายได้พักอาศัยอยู่กับเพื่อนที่ชื่อว่านายสุพจน์ โดยตอนแรกทางเจ้าของห้องเช่าเห็นว่าทั้งคู่นั่งกินเหล้าด้วยกันอยู่ตรงโต๊ะม้าหิน หลังจากนั้นทางเจ้าของห้องเช่าได้ออกไปทำธุระข้างนอก โดยออกไปประมาณแค่ 20 นาทีเท่านั้น

พอกลับมาก็พบว่าคนตายนอนเสียชีวิตอยู่ที่โต๊ะม้าหินแล้ว ดังนั้นทางเจ้าของห้องเช่าจึงได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสงสัยคนร้ายจะเป็นนายสุพจน์ เพื่อนของคนตายนั่นเอง 

          ซึ่งวันรุ่งขึ้นนักข่าวได้ลงพื้นที่ไปเจอกับญาติของเจ้าของห้องเช่า เขาเล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุตัวเขาเองเห็นทั้งนายเสถียรและนายสุพจน์นั่งกินเหล้าด้วยกันช่วงเวลาประมาณ หกโมงเย็น  หลังจากนั้นเขาก็ออกไปข้างนอกและกลับเข้ามาอีกที่ประมาณหนึ่งทุ่ม

เมื่อมาถึงเขาก็เห็นนายสุพจน์นั่งแอบอยู่ตรงแท็งน้ำ แต่ไม่เห็นนายเสถียร ซึ่งเมื่อถามนายสุพจน์ว่าเป็นอะไร ซึ่งเขาบอกว่าเขาเมา  และเมื่อเธอเดินผ่านมาตรงโต๊ะม้าหินก็เห็นนายเสถียรนอนเสียชีวิตอยู่ เธอจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่้อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายตรงจุดเกิดเหตุได้เลย

ซึ่งทางนายสุพจน์เองก็ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นคนลงมือฆ่านายเสถียรเอง เพราะว่าปกติแล้วคนร้ายจะซื้อเหล้าขาวมาเก็บเอาไว้ในห้อง แต่วันเกิดเหตุเหล้าของเขาหายไป เขาจึงออกมาถามคนตายว่าเห็นเหล้าขาวไหม แต่คนตายบอกว่าไม่เห็น หลังจากนั้นเขาก็กลับไปเอามีดที่่ห้องออกมา และกลับมาถามคนตายอีกครั้งว่าเห็นเหล้าของเขาหรือไม่ ซึ่งคนตายก็ยังปฎิเสธเหมือนเดิมทำให้เขาไม่พอใจ

จึงทะเลาะกันและได้ใช้มีดแทงไปที่คอคนตาย หลังจากนั้นตัวเองตกใจจึงได้วิ่งหนีไปหลบไปตรงแท้งน้ำ จนเจ้าของห้องเช่ามาเจอดังกล่าว  หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนร้ายมาทำแผนรับคำสารภาพ รวมถึงถามถึงสาเหตุว่าทำไมต้องฆ๋าด้วยเพียงแค่คนตายขโมยเหล้าตัวเองมาดื่มเท่านั้น ซึ่งคนร้ายพูดทำนองว่า เสียดายเหล้ามากกว่าเสียดายเมียอีก

       

สนับสนุนโดย  entaplay th

อัดคลิปแฉ ลุงกับป้าขี้เหล้า กินทุกวันจนดึก

เพื่อนบ้านไม่ขอทน อัดคลิปแฉ ลุงกับป้าขี้เหล้า กินทุกวันจนดึกดื่นแถมร้องเพลงเสียงดังรบกวน

       ปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านเป็นปัญหาใหญ่ที่แทบทุกหมู่บ้านมักจะเจอกันซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการที่เพื่อนบ้านนั้นไม่มีมารยาทและไม่มีความเกรงใจกับบ้านหลังอื่นๆซึ่งปัญหาที่เราพบนั้นมักจะเกิดมาจากการที่เพื่อนบ้านนั้นมาจอดรถขวางหน้าบ้านของอีกคนหนึ่งหรือมาปลูกต้นไม้ให้กิ่งไม้ยื่นเข้าไปในบ้านของบุคคลอื่นหรือบางครั้งก็นำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นแล้วมาฉี่ภายในพื้นที่ของเพื่อนบ้าน

โดยที่ไม่ยอมเก็บให้ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้เป็นปัญหาที่มีมานานและไม่สามารถที่จะแก้ไขได้สักทีอย่างไรก็ตามเรื่องราวของปัญหาเพื่อนบ้านทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่ซึ่งล่าสุดมีครอบครัวหนึ่งได้มีการอัดคลิปแฉเพื่อนบ้านของตนเองซึ่งเพื่อนบ้านดังกล่าวนั้นเป็นคุณลุงกับคุณป้าคู่หนึ่งโดยคนที่โพสต์เรื่องราวในครั้งนี้ระบุว่าเขาอยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี

ซึ่งหมู่บ้านของเขานั้นเป็นหมู่บ้านทาวน์เฮาส์และเป็นทาวน์เฮ้าส์เพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้นเขาต้องทนพฤติกรรมของเพื่อนบ้านชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งซึ่งมักจะกินเหล้ากันเป็นประจำทุกวันโดยคู่สามีภรรยาคู่นี้มักจะกินเหล้าจนดึกดื่นประมาณ 2:00 น 3:00 น

ก็ยังไม่หยุดทำให้เขาและครอบครัวนั้นได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้กินเหล้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเปิดเพลงเสียงดังและร้องเพลงเสียงดังรบกวนการหลับนอนของพวกเขาทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะนอนได้และมีปัญหาเรื่องของการต้องตื่นนอนแต่เช้าไปทำงานอย่างไรก็ตามตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่บ้านหลัง

ดังกล่าวนี้มาเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วเคยเข้าไปพูดคุยเจรจาตกลงและเคลียร์กันขอร้องไห้กับสามีภรรยาคู่นี้กินเหล้าด้วยเสียงเบาๆแล้วก็ตามรวมถึงยังเคยมีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยมาไกล่เกลี่ยและเคยมาระงับเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมการส่งเสียงดังนี้มาแล้วถึง 4 ครั้งด้วยกันแต่ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมของสามีภรรยาคู่นี้ได้

เพราะทุกวันนี้สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังคงมีการจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์มีการชวนเพื่อนๆของพวกเขานั้นมากินเหล้าที่บ้านและมีการร้องเพลงเสียงดังโวยวายแต่ละครั้งในการมากินก็จะเริ่มกินกันตั้งแต่ 17:00 น เป็นต้นไปซึ่งมีคนประมาณ 5-6 คนในการมากินเหล้า

ในแต่ละครั้งและการกินเหล้าในแต่ละครั้งนั้นก็กินนานมากบางวันก็เลิกตอนเที่ยงคืนบางวันตี 2 ตี 3 ก็ยังไม่เลิกซึ่งเคยเข้าไปคุยด้วยดีๆแต่คนในวงเหล้านั้นซึ่งมีอาชีพเป็นรปภของธนาคารแห่งหนึ่งก็ได้ออกมาพูดจาข่มขู่เหมือนกับว่าจะมาเผาบ้านถ้าเกิดมายุ่งวงเหล้าของพวกเขาอย่างไรก็ตามเขาได้มีการทำพฤติกรรมของเพื่อนบ้านมานานหลายปีแล้ว

และเขาไม่สามารถที่จะทนต่อได้แล้วจึงได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำมาใช้ในโลกออนไลน์เพื่อให้เพื่อนบ้านนี้อับอายและไม่สามารถทนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวนั้นได้เพื่อที่จะได้ย้ายบ้านหนีและเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเสียที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay ดาวน์โหลด

แหม่มโพธิ์ดำชวนคนมาเปิดโปงพฤติกรรมครูหื่น 

         เนื่องจากในช่วงนี้เรามักจะได้เห็นข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของคุณครูที่แสดงออกกับเด็กนักเรียนออกไปทางแนวที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของการที่คุณครูมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนหรือแม้แต่พฤติกรรมที่คุณครูนั้นหลอกล่อเด็กนักเรียนไปข่มขืนรวมถึงยังมีพฤติกรรมที่คุณครูนั้นส่งข้อความจีบเด็กนักเรียน

และก่อนหน้านั้นเราก็เคยเห็นพฤติกรรมที่คุณครูนั้นแต่งงานกับเด็กนักเรียนซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่คุณครูซึ่งเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะและมีความรู้มีการศึกษาไม่ควรที่จะกระทำกับเด็กนักเรียนของตนเองหลังจากที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้เพจแหม่มโพธิ์ดำนั้นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กนักเรียนและควรจะมีการออกมาปกป้องเรียกร้องสิทธิ์ให้กับเด็กนักเรียนจึงได้มีการจัดแคมเปญขึ้นมา

โดยแคมเปญนี้ได้มีการเรียกร้องให้คนที่เคยถูกอาจารย์หรือคุณครูนั้นรวนรามหรือส่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันอีกทั้งยังมีการแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของการติดแฮชแท็กโดยระบุว่าแฮชแท็ก

ดังกล่าวจะต้องเขียนไว้ว่าหยุดครูหื่นทั่วประเทศซึ่งหลังจากที่แหม่มโพธิ์ดำได้ออกมาเรียกร้องให้มีการทำแฮชแท็กนี้ขึ้นมาก็มีกระแสตอบรับจากเด็กนักเรียนหรือคนที่เคยเรียนและเรียนจบแล้วและถูกคุณครูแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้ออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งหลายคนเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องของจริยธรรมของคุณครูที่เป็นผู้ให้ความรู้กับเด็กนักเรียน

ซึ่งไม่ควรที่จะมีการแสดงพฤติกรรมคล้ายกับการที่จะมาจีบหรือบางคนก็เขียนข้อความบอกรักเด็กนักเรียนซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งเด็กนักเรียนเองก็ไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านี้โดยมีการยกตัวอย่างล่าสุดที่มีข้อความออกมาของคุณครูท่านหนึ่งในจังหวัดสระบุรีที่มีการเขียนข้อความส่งไปบอกรักเด็กนักเรียนหลายๆคน

ซึ่งจะคัดเฉพาะเด็กนักเรียนที่หน้าตาดีและเวลาอยู่โรงเรียนก็จะมักแสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับการลวนลามหรือต่างเด็กนักเรียนทั้งเรื่องของการเดินมาอกไก่สัมผัสเนื้อตัวซึ่งทั้งเด็กนักเรียนปัจจุบันรวมถึงทั้งศิษย์เก่าต่างก็ออกมาให้ข้อมูลว่าพวกเขานั้นเคยโดนกระทำแบบนี้กันมาแล้วหลายคนอย่างไรก็ตามพฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่คนในสังคมนั้นไม่สามารถยอมรับได้ต่างๆจึงรวมตัวกันเพื่อที่ต้องการที่จะกำจัดครูที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้

ให้ออกไปจากโรงเรียนซึ่งเราจะได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของคุณครูของแต่ละโรงเรียนได้ในเพจของแหม่มโพธิ์ดำที่มีการตั้งขึ้นมานั่นเอง ซึ่งหากเราเข้าไปอ่านข้อความที่มีคนส่งมาให้กับเพจแหม่มโพธิ์ดำแล้วล่ะก็บอกได้คำเดียวว่าครูเลวนั้นเยอะมากเลยทีเดียว

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  entaplay

เตือนคนไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ

เตือนคนไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะอย่าวางขวดน้ำเอาไว้เพราะอาจจะโดนวางยาได้

            เรื่องราวในครั้งนี้ได้มีการโพสต์ผ่าน Facebook และให้มีการแชร์กันเพื่อจะได้เป็นการเตือนระวังภัยสำหรับคนหลายๆคนที่ชอบไปวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่สวนสาธารณะจังหวัดนนทบุรีเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อเลิกงานแล้วก็ได้มีการไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติโดยเขาระบุว่าปกติแล้วเขาจะซื้อน้ำ

เพื่อไปไว้รับประทานหลังจากที่วิ่งออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งในวันดังกล่าวเขาก็ทำเหมือนเดิมโดยซื้อน้ำยี่ห้อเดิมโดยเขาวางขวดน้ำที่ยังไม่ได้มีการเปิดฝาไว้ตรงเก้าอี้ในสวนสาธารณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เขาก็วิ่งออกกำลังกายตามปกติหลังจากที่เค้าวิ่งครบประมาณ 4 รอบแล้วเขาก็มาที่ม้านั่งที่เขาได้วางขวดน้ำเอาไว้หลังจากนั้นก็เปิดขวดน้ำกินตามปกติซึ่งแน่นอนว่าในตอนแรกที่เรากินนั้นเขารู้สึกแปลกใจกับรสชาติของน้ำที่มันแปลกไป

จากเดิมเพราะน้ำยี่ห้อนี้เขากินเป็นประจำก็ไม่เคยรสชาติแบบนี้มาก่อนแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้กินมากหลังจากกินเสร็จแล้วเขาก็ขึ้นรถขับรถกลับไปที่ทำงานแต่เมื่อไปถึงที่ทำงานแล้วกินข้าวไปได้เพียงเล็กน้อยเขาก็มีอาการเวียนศีรษะคลื่นไส้เหมือนกับจะหมดสติเขาจึงให้น้องที่ทำงานนั้นพาเขาไปส่งโรงพยาบาล

ซึ่งคุณหมอก็ได้รักษาอาการและบอกว่าเขาอาจจะเป็นโรคสมองตีบกันหรืออาจจะเกิดจากภาวะเส้นเลือดอุดตันในสมองซึ่งคุณหมอนั้นขอตรวจอาการของเขาอย่างละเอียดดูอีกทีหลังจากที่เขารักษาตัวใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานเขาก็ฝืนจากอาการดังกล่าว

ทำให้คุณหมอนั้นขอตรวจเลือดเขาอีกครั้งหนึ่งเพราะผลปรากฏออกมาว่าเขาไม่ได้เป็นเส้นเลือดในสมองตีบหลังจากนี้เขาต้องรอดูผลการตรวจเลือดแต่เบื้องต้นคุณหมอได้บอกว่าเขาน่าจะโดนสารพิษโดยสารพิษนี้อาจจะเป็นที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเองหรือไม่ก็เขาอาจจะกินสารพิษเข้าไปในร่างกายหลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว

เขาจึงเกิดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของน้ำดื่มที่รสชาติแปลกไปเขาจึงได้นำขวดน้ำที่อยู่ในรถของเขานั้นเราออกมาโดยที่ไม่เปิดฝาดูปรากฏว่ามีน้ำไหลออกมาโดยขวดน้ำของเขานั้นมีร่องรอยของการถูกเจาะเขาจึงได้นำหลักฐานนี้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับแจ้งความเพราะต้องรอผลตรวจเลือดก่อนซึ่งเขาได้มีการแชร์ Facebook นี้ออกไปเพื่อต้องการเตือนใจ

ให้กับใครหลายๆคนที่ไปออกกำลังกายและมักจะวางขวดน้ำที่เอาไว้เหมือนกันกับเขาให้ระมัดระวังให้เป็นอย่างดีเพราะตอนนี้มีมิจฉาชีพที่มีการจัดทำร้ายคนอื่นด้วยการเจาะขวดน้ำอย่างไรก็ตามเขายังได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่าเขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่เขายังสามารถมีชีวิตรอดกลับไปเจอหน้าภรรยาและลูกของเขา

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย   entaplayทางเข้า

สาวท้องห้าเดือนถูกรถเก่งชนดับ สามีวอนตำรวจช่วยตามจับ

          บริเวณซอยสุวินทวงศ์ 28 ช่วงเวลาประมาณ 22:00 น ได้เกิดมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อมีรถเก๋งคันนึงยี่ห้อ Volvo ได้ขับรถออกมาและพุ่งชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีสามีภรรยาคู่หนึ่งขับขี่อยู่ด้วยภรรยานั้นกำลังตั้งครรภ์อายุ 5 เดือนด้วยสำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้

มีผลให้ภรรยาที่ซ้อนท้ายร่างกระเด็นไปตกบนกระโปรงหน้ารถเก๋ง Volvo แต่ทางผู้ขับขี่รถเก๋ง Volvo นั้นไม่ยอมจอดรถอีกทั้งยังพยายามขับรถสบัดเพื่อต้องการให้หญิงสาวที่อยู่บนรถตกลงมาซึ่งหลังจากที่ขับสะบัดไปมาไม่นานร่างของหญิงสาว

ก็ตกร่วงลงมาบนพื้นถนนและถูกล้อรถของรถเก๋ง Volvo คันที่ชนเหยียบซ้ำทักอีกครั้งหนึ่งทำให้เธอนั้นเสียชีวิตทันทีสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางด้านสามีของหญิงสาวที่เสียชีวิตนั้นได้มีการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสนมีนบุรี

เพื่อให้ตามตัวชายที่ขับรถเก๋ง Volvo คนดังกล่าวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดซึ่งในขณะนี้นั้นทราบรถคันที่ก่อเหตุแล้วว่ามีป้ายทะเบียนอะไรแต่มีการตรวจพบว่าคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับรถเก๋งไปจอดทิ้งเอาไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตรโดยไปจอดไว้ข้างๆซึ่งเป็นซอยดับเพลิงบางชันหลังจากนั้นก็ได้ขับรถเก๋งคันอื่นหนีไปอย่างไร

ก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบหาข้อมูลแล้วว่ารถเก๋ง Volvo คันดังกล่าวนั้นใครเป็นเจ้าของและได้มีการประกาศขายออกไปแล้วตั้งแต่ปีพ. ศ. 59 ซึ่งมีคนซื้อเอาไปแล้วแต่ยังไม่ได้มีการโอนชื่อกันเท่านั้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบแล้วว่าคนที่ซื้อรถเก๋ง Volvo คันเก่าไปและเป็นคนที่ขับรถในคืนวันที่เกิดเหตุนั้นเป็นใครขนาดนี้กำลังดำเนินการเร่งติดตามหาตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่ 

           สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่าเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายคนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะสามีของหญิงสาวที่เสียชีวิตเองซึ่งเขาเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์และเหตุการณ์ทั้งหมดว่าภรรยาของเขานั้นตายยังไงแถมยังมีลูกในท้องที่ยังมีอายุครรภ์ 5 เดือนตายพร้อมกับภรรยาของเขาด้วย

ทำให้เขานั้นยิ่งเสียใจเป็นสองเท่าซึ่งเขายังพูดถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นด้วยว่าในตอนที่รถขับมาชนนั้นหากรถเก๋งคันดังกล่าวนั้นมีจิตสำนึกและตลอดทันทีหลังจากที่มีการชนคู่กรณีก็คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอาญาและลูกของเขาก็คงไม่มาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้แต่ครั้งนี้ที่ภรรยาของเขาต้องมาตายเพราะคนขับรถเก๋ง Volvo พยายามที่จะขับหลบหนีจึงทำให้ล้อรถต้องมาเหยียบร่างภรรยาของเขาจนถึงแก่ความตายนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน true wallet

เด็กหญิงมาเลเซียวัย  12 ปีคลอดลูกในห้องน้ำ 

         เป็นเรื่องเล่าของเด็กสาวของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเด็กสาวคนนี้เธอแต่งงานตั้งแต่อายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นและด้วยวัยเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นเธอจึงไม่รู้ว่าคนที่ปวดท้องคลอดลูกนั้นเป็นอย่างไร

จนมาวันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังปวดท้องเธอคิดว่าเธอนั้นจะไปถ่ายหนักเมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำเธอก็พบว่าเธอกำลังจะคลอดลูกจนเธอต้องตามญาติให้พาตัวเธอนั้นไปส่งที่โรงพยาบาลแต่เนื่องจากว่าโรงพยาบาลและบ้านเธอนั้นอยู่ห่างกันไกลกันถึง 270 กิโลเมตร

ซึ่งต้องใช้เวลาในการขับรถถึง 6 ชั่วโมงด้วยกันทำให้เธอนั้นเดินทางไปไม่ถึงโรงพยาบาลก็จะคลอดลูกระหว่างทางโดยมีคุณยายของเธอนั้นเป็นคนตัดสายสะดือให้อย่างไรก็ตามเด็กหญิงคนดังกล่าวนั้นถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น

ซึ่งคนในหมู่บ้านของเธอนั้นมีการแต่งงานกันอายุยังน้อยเกือบทุกคนอยู่แล้วโดยเธอพบรักกับแฟนหนุ่มของเธอซึ่งอายุ 16 ปีหลังจากแต่งงานกันได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นเธอก็ต้องตั้งท้องอย่างไรก็ตามเธอมีความหวังว่าเธออยากจะเรียนหนังสือให้มากขึ้นกว่าเดิมเธอชอบวิชาวิทยาศาสตร์

และเธอชื่นชอบภาษาอังกฤษเธอต้องการเรียนหนังสือให้สูงเพื่อที่จะได้จบมาแล้วมาเป็นคุณครูแต่ความหวังของเธอนั้นก็ต้องถูกครับไปเมื่อพ่อของเธอให้เธอแต่งงานและในตอนนี้เธอนั้นคลอดลูกออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วความหวังที่เธอจะได้ไปเรียนหนังสือ

และได้เป็นคุณครูนั้นจึงต้องถูกเป็นอันยกเลิกไปเนื่องจากว่าสามีของเธอไม่ต้องการให้เธอนั้นไปเรียนหนังสือและเธอเองก็จำเป็นต้องดูแลลูกน้อยของเธอซึ่งจากการที่เธอนั้นคลอดลูกตั้งแต่อายุยังน้อยเธอจึงได้ไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลโดยเรื่องนี้ทำให้เธอทราบว่าด้วยวัยเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น

เธอยังไม่ควรที่จะมีลูกเพราะจะเป็นอันตรายต่อทั้งตัวแม่และเด็กและโชคดีมากที่เธอท้องในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีดังนั้นคุณหมอจึงให้เธอทำการคุมกำเนิดในไว้ก่อนและเธอจะสามารถปล่อยให้มีลูกได้อีกครั้งหนึ่งตอนที่เธออายุ 18 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเอง

        สำหรับเรื่องราวของเด็กสาววัย 12 ปีซึ่งเป็นคนประเทศมาเลเซียนี้ทำให้เราได้เห็นได้ว่าวัฒนธรรมของคนมาเลเซียนั้นค่อนข้างที่จะไม่เหมือนกับประเทศไทยซึ่งมีการแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยมากโดยอายุแค่ 12 ปีนั้นยังเป็นเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

ก็ถูกจับให้มาแต่งงานแล้วในขณะที่คนไทยปัจจุบันนี้ไม่นิยมการแต่งงานและคนในครอบครัวก็ไม่มีใครบังคับให้บุตรหลานของตนเองแต่งงานด้วยโดยมองว่ายิ่งแต่งงานอายุน้อยนั้นพ่อแม่ยิ่งไม่สนับสนุนซึ่งสวนทางกับคนมาเลเซียอย่างสิ้นเชิง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน โปรดี

เจ็บตัวฟรี เมื่ออันธพาลไม่อยากให้เลี้ยงไก่

ชายใจดี อยากเลี้ยงไก่ย่างคนเคยเห็นหน้า สุดท้ายเจ็บตัวฟรี เมื่ออันธพาลไม่อยากให้เลี้ยงไก่

         วันที่ 20 เดือนมิถุนายน  ปี พ.ศ. 2563   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากนายสุระเพชรว่าเขาถูกทำร้ายร่างกายขนาดที่นั่งตั้งวงกินเหล้าอยู่กับเพื่อนโดยนายสุรเพชรนั้นให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเขานั้นอายุ 21 ปีมีอาชีพขายหมูย่างในวันเกิดเหตุนั้น

ขณะที่เขาขายหมูย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากขายเสร็จแล้วกำลังจะนั่งกินเหล้าจึงได้ซื้อส้มตำเพื่อนำมาเป็นกับแกล้มระหว่างนั้นเองได้พบผู้ก่อเหตุขี่รถมอเตอร์ไซค์มาเพื่อที่จะมาซื้อไก่ย่าง

โดยนายสุระเพชรบอกว่าเขาเคยเห็นผู้ก่อเหตุมาก่อนจึงได้มีการชวนคุยระหว่างที่ชายคนดังกล่าวนั้นยืนซื้อไก่ย่างอยู่โดยผู้ชักชวนว่าอยากกินอะไรเดี๋ยวเขาจะเลี้ยงเองทำให้ชายคนนั้นไม่พอใจแล้วพูดตอบกลับมาลักษณะของการชวนให้มีเรื่องชกต่อยกัน

ซึ่งเขาเองก็แปลกใจเพียงแค่ต้องการจะเลี้ยงไก่ญาติกับจะถูกทำร้ายร่างกายเขาจึงได้ขอโทษชายคนดังกล่าวไปหลังจากนั้นเขาก็นำส้มตำไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนอย่างไรก็ตามชายคนดังกล่าวนั้นได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไป

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ไปตามเพื่อนมาอีกประมาณ 4-5 คนซึ่งหนึ่งในนั้นได้มีการพกมีดสปาต้ามาด้วย หลังจากนั้นก็เข้ามาทำร้ายเขาโดยนำมีดมาฟันที่หัวและตามร่างกายของเขาทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากที่ทำร้ายเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผู้ก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปโดยมีการทิ้งมือถือเอาไว้และรถจักรยานเอาไว้ในจุดเกิดเหตุด้วยอย่างไรก็ตามเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายในครั้งนี้จึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวซึ่งเขาได้บอกด้วยว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ชวนใครกินอะไรอีกแล้ว

เพราะด้วยความหวังดีแค่จะเลี้ยงไก่กับถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่มีสาเหตุซึ่งแม่ของนายสุรเพชรกล่าวว่าลูกชายของเขานั้นได้รับบาดเจ็บหลายแห่งและตัวของเขาเองนั้นก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นเดียวกันเพราะเอาตัวไปบางลูกชายขณะที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายนั่นเอง

        สำหรับคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุเพื่อมาดำเนินคดีเนื่องจากมีหลักฐานทั้งโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์จึงสามารถระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นใครแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ผู้ก่อเหตุทั้งหมดอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นตามจับกุมตัวผู้ที่ลงมือก่อเหตุทั้งหมดมาให้ได้เสียก่อน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี