เจ็บใจไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ภาพไม่ตรงปก

มีหญิงสาวรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โดยเธอวิจารณ์ถึงเรื่องอาหารว่า เธอได้ยินโฆษณาจากรายการวิทยุว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่งกำลังมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับไก่งวงเพียงราคาคนละ  1000 บาทเท่านั้น

และเมื่อเธอได้เห็นโปสเตอร์ที่ทางร้านโฆษณาเอาไว้ เป็นภาพไก่งวงตัวใหญ่เต็มจาน เธอจึงชักชวน พ่อและและคนในครอบครัวรวมทั้งหมด 5 คนไปกินอาหารที่ร้านนี้กันเพราะแม่บอกว่าอยากทดลองกินไก่งวงดู

ซึ่งเมื่อไปถึงที่ร้านแล้วสั่งอาหารพบว่าภาพที่มีการโฆษณากับของจริงไม่เหมือนกันเลยเพราะของจริงมีไก่หั่นเป็นชิ้นวางไว้เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น และก็มีเครื่องเคียงอื่นๆจัดใส่จานมาให้ ทำให้เธอและครอบครัวรู้สึกเหมือนกับว่าถูกหลอก

จึงได้มาโพสต์ไว้ในพันทิป เมื่อข่าวนี้มีการแชรออกไปในโลกของสังคมออนไลน์พบว่าคนส่วนใหญ่มองว่าทางร้านอาหารไม่พูดความจริงกับลูกค้า เข้าข่ายโฆษณาเกินจริงและหลอกลวงผู้บริโภค เพราะหลายคนต่างก็บอกว่าอาหารในจานน้อยมากไม่สมกับราคาที่เสียไปเลย

ซึ่งหลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวดังขึ้นมา ทางร้านจึงได้ออกมาชี้แจงว่าการที่ลูกค้ามาเขียนโพสต์ต่อว่าแบบนี้เป็นการให้ข้อมูลกับคนอื่นในทางเท็จเพราะร้านอาหารของเขาใช้แต่ของดี ราคาจึงต้องแพง และที่สำคัญเชฟของทางร้านเป็นเชฟมีฝีมือระดับโรงแรม 5 ดาวเลย

ร้านที่ไหนเวลากินไก่งวงเขาก็หั่นเป็นชิ้นใส่จานมาให้ทั้งนั้นไม่มีร้านไหนเสิร์ฟไก่เป็นตัวๆกันหรอก นอกจากนี้ทางร้านอาหารยังฝากบอกไปถึงหญิงสาวคนที่โพสต์ข้อความต่อว่าทางร้านด้วยว่า ให้มาขอโทษทางร้าน ถ้าไม่ขอโทษทางร้านจะแจ้งความดำเนินคดี

สำหรับเรื่องนี้มองได้หลายแง่ เพราะสำหรับร้านอาหารแล้วการเสิร์ฟอาหารส่วนใหญ่เขาจะมีการจัดจานให้มีความสวยงามและมีอาหารนิดเดียวอยู่แล้ว ซึ่งทางลูกค้าที่ไปกิน อาจจะไม่ค่อยได้เข้าร้านอาหารสไตล์ฝรั่งสักเท่าไหร่

จึงอาจไม่ทราบว่าไก่งวง ถ้าเสิร์ฟเป็นตัวราคาคงไม่ใช่แค่ 1000 บาท แต่ร้านค้าเองก็ผิดที่ทำการตลาดลงโฆษณาเอาไว้ไม่ตรงกับความเป็นจริงซึ่งถือว่าวิธีการนี้เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคได้เหมือนกันเพราะเป็นใครที่เห็นภาพต่างก็ต้องเข้าใจผิดด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นทางร้านควรมีการปรับเปลี่ยนโปสเตอร์ที่ใช้สำหรับโฆษณาเสียใหม่

โดยถ่ายให้เห็นว่าอาหารที่ลูกค้าจะไปรับประทานหน้าตาเป็นแบบไหน เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่เข้าใจผิดแบบเคสนี้ เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้วไก่ 3 ชิ้นต้องจ่าย 1000 บาทถือว่าแพงไปจริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนสด บาคาร่า

อภิสิทธิ์สอนประยุทธ์แก้เรื่องม็อบ

อภิสิทธิ์สอนประยุทธ์แก้เรื่องม็อบทั้งที่ตัวเองก็เลยทำมาและสั่งฆ่าประชาชนในปี2553

ซึ่งประชาชนทุกคนจำคำอภิปลายของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้หรือไม่ “ ที่บอกว่าแม้จะมีประชาชนคนเดียวมาประท้วงหน้าสภาท่านต้องฟัง “ ( แล้วที คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง ประชาชนออกมาเท่าไหร่คุณตอบแทนเขาด้วย ลูกกระสุนปืน ) ประชาชนเสียชีวิตไปเท่าไหร่แค่น่าด้านลอยหน้ารอยตามาจนถึงปีแล้วเราถือว่าเก่งมากเลย

โดยสังคมที่ให้อภัยคนชั่วเยอะมากทั้งยังมีคำพูดอีกว่าสิ่งต่างๆที่มีการเรียกร้องนั้นมีแต่ขยายออกไปและเราคิดแต่ห้ามพยายามกดเอาไว้รับรองได้ว่าวันนี้อาจจะจบแต่อีกไม่นานก็จะกลับมาสิ่งที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามพูดมาตลอดว่าจำเป็นที่จะต้องหาผู้ฟังที่เป็นคำตอบทางออกการฟังไม่ได้แปลว่าจะต้องเชื่อหรือทำตามทั้งหมด100%

แต่อะไรที่มีเหตุมีผลดึงเข้ามามีส่วนร่วมทำด้วยกันอะไรที่ถือว่าไม่ใช่ก็ถือว่าอย่างน้อย็ต้องพูดครุยอธิบายกันได้ว่าทำไมยังไม่ได้ด้วยเหตุด้วยผลทำไมเรื่องนี้ยังไม่ใช่แต่ไม่ใช่การปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง

ซึ่งอยากจะถาม  “ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ จังเลยว่าเหตุการณ์วันนี้กับเหตุการณ์ในปี2553ว่ามันแตกต่างกันยังไงความเป็นตัวตน นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะบอกหรือไม่เขาได้บอกว่า นั้นมันไม่ใช่นั่นคือผู้ชุมนุมที่มาจากการปลุกปั่นของ คุณทักษิณ

ทำไปเพื่อประโยชน์ของคุณทักษิณเขาไม่มีค่าความเป็นคนเท่ากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเราถือว่าควรจะพอเรื่องการเมืองได้แล้วพูดอย่างไปอีกอย่างหยุดเถอะพักเถอะกลับไปนอนอยู่บ้านเฉยๆจะดีกว่า

 นอกจากนี้เรามาดูกันดีๆว่าในขอเรียกร้องใน3ข้อเรียกร้องรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นข้อที่หนึ่งคือให้นายประยุทธ์ลาออกข้อที่สองเปิดสภาวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อที่สามคือให้มีการปฏิรูปสถานบัน ส่วนข้อที่หนึ่งคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆก็คือ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะอะไรถ้าหากนายประยุทธ์ลาออกเมื่อไหร่พลังประชารัฐมีเสนอเอาไว้เพียงชื่อเดียวก็คือนายประยุทธ์

ดังนั้นก็ต้องลงมาอยู่ที่คุณอนุทิน กับ คุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณอนุทินก็ดูเหมือนไม่ค่อยทำอะไรในเรื่องการเมืองเท่าไหร่ฉะนั้น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เวลาเราฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพื่อมีแสงสว่างอยู่นิดเพื่อจะได้กลับมา แต่ถามใจผู้ชุมนุมหรือเปล่า ( ระหว่าง นายประยุทธ์ กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ) ประชาชนอยากได้ใคร 

ซึ่งอยากจะบอกว่าเลือกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนนอนร้องไห้ทั้งคืนไม่น่าเชื่อว่าให้นายกคุยกับม็อบหาทางออกด้วยเหตุผลโทษทีเถอะ ( คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเองก็เลยทำเรื่องนี้มาแล้วในปี2553 ) อย่างน่าด้านยังจะมาสามารถให้ความเห็นแบบนี้อีกหรอไม่น่าเชื่อน่ารังเกียจจริงๆ

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าฟรีโบนัส

14ตุลาคมตั้งเวทีล้อมรอบทำเนียบ 

สำหรับวันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่11ตุลาคมเป็นวันที่หลังจากนี้อีก3วันก็จะถึงวันที่14ตุลาคมที่ตอนนี้ปฏิทินทั้งหมดนั้นแต่ดูเหมือนปฏิทินนั้นหมดนั้น

ได้มองข้ามไปแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในวันจันทร์มันไม่ใช่เรื่องสำคัญต่อไปอีกแล้วและจะเกิดอะไรขึ้นในวันอังคารไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้วแต่จุดที่เป็นสิ่งที่คนในวงการการเมืองจำนวนมากรวมทั้งประชาชนทั้งประเทศได้จำตามอง

ซึ่งในเวลา14.00.ของวันที่14ตุลาคม2563นั้นการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นที่ถนนราชดำเนินนั้นจะเป็นการชุมนุมที่มีประชาชนมามากขนาดไหนผู้จัดประกาศว่าอยากจะเห็นแบบม้วนเดียวจบ

โดยผู้จัดคือนายทนายอานนท์นั้นได้บอกว่าม้วนเดียวจบไม่ได้หมายถึงวันจบแต่ม้วนเดียวจบหมายถึงว่าเป็นการชุมนุมที่ต่อสู้ระยะยาวที่ท้วงคืนประชาธิปไตยแล้วก็มีการพูดแบบนี้ว่า ถ้า1ล้านคนม้วนเดียวจบก็จะเป็นม้วนเดียวแบบสั้นแต่ถ้าไม่ถึง1ล้านก็จบแบบยาวหน่อย

เพราะฉะนั้นทิศทางในการขับเคลื่อนเพื่อประชาธิปไตยผ่านชุมนุม14ตุลาคมนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่มีคนถามมาตลอดสื่อหลายที่ได้สัมภาษณ์ตลอดว่าเรามองว่าวันที่14ตุลาคมจะมีคนมากขึ้นหรือน้อยลงมันเป็นคำถามที่หลีกเลี่ยงที่จะตอบแต่มันก็เหมือนเป็นคำถามชี้นำว่าถ้าการชุมนุมมีคนมากขึ้นก็ถือว่าเรื่องที่ดีถ้าการชุมนุมมีคนน้อยลงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี

นอกจากนี้ตกลงแล้วการชุมนุมคราวนี้ถ้ายืดเยื้อค้างคืนจะมีน้ำยาชุมนุมได้หรือเปล่าเราก็รู้สึกว่ามันเป็นคำถามที่พยายามชี้นำว่าถ้าชุมนุมคือดีถ้าไม่ชุมนุมไม่ค้างคืนแปลว่าชุมนุมไม่ได้เรื่องแต่ว่าในเวลานี้กระแสข่าวการชุมนุมนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

และทุกคนเข้าใจตรงกันว่าการชุมนุม14ตุลาคมนั้นมันเชื่อมโยงมากกว่าเรื่องของคนที่จะมาชุมนุมนั่นก็คือมันเชื่อมโยงกับการแก้รัฐธรรมนูญปลดล็อคประเทศจากเผด็จการเดินหน้าสู้ประชาธิประชาธิปไตย

เพราะฉะนั้นแล้วการประเมิล14ตุลาคมเป็นเรื่องที่มีคำจำเป็นมีมุมมองต่อการชุมนุมคราวนี้สองแบบ แบบที่หนึ่งคือแบบที่บอกว่าชุมนุม14ตุลาคมคนน้อยลงแน่ๆฝ่ายรัฐบาลได้พูดเอาไว้แบบนี้เยอะคุณอนุชา นาคาศัย รองสำนักนายกหรือแม้กระทั่งคุณธนกรเลขาคุณอนุชาก็พูดแบบนี้เยอะ

ซึ่งนายประยุทธ์เองก็ออกอาการพูดแบบนี้เยอะแต่ไม่กล้าพูดตรงๆเพราะว่ากลัวจะเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟแต่ว่ากลุ่มที่เป็นของนายประยุทธ์กลุ่มแลมโบอีสานก็บอกว่าจะมีคนมาชุมนุมน้อยเหตุผลที่คนเหล่านี้บอกว่าจะมีการชุมนุมน้อยก็เพราะว่าเขาอ้างว่านักศึกษาพูดเรื่องปฏิรูปสถานบันเยอะ

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

14ตุลาคมชุมนุมใหญ่ไล่นายก

ซึ่งในวันนี้ได้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนเรื่องการชุมนุมวัน14ตุลาคมที่หลายคนได้จับตามองกันว่าจะมีผู้ชุมนุมร่วมมากขนาดไหนทิศทางการชุมนุมจะเป็นอย่างไรรวมทั้งพื้นที่ในการชุมนุมประเด็นในการชุมนุม

โดยวันนี้ได้มีการแถลงการตัวผู้จัดที่ประกาสตัวเองว่าเป็นคณะราษฎรเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องของกระแสความต้องการให้นายประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เพราะฉะนั้นวันนี้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นนั้นก็คือมีการจี้ให้ประชาธิปัตและภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาลนายประยุทธืเพื่อให้สภาได้มีการเลือกนายกใหม่ไปเรียบร้อยแล้วรวมทั้งเริ่มมีสัญญาณของความที่เป็นไปได้ที่พรรคการเมืองมองกันว่าอาจจะมีโอกาศที่จะยุบสภาในระยอันใกล้แน่นอนว่าระยะอันใกล้ไม่ได้หมายถึงเดือนนี้แต่ว่าอาจจะหมายถึงภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า

นอกจากนี้เรามาเริ่มกันที่เรื่องของการเคลื่อนไหวของนักเรียนและนักศึกษาและก็ประชาชนก่อนเรื่องของการชุมนุมในวันที่14ตุลาคม ที่ได้มีการประเมิลการจับตามองกันมากกว่าการชุมนุมนั้นจะเป็นยังไง

ในเวลานั้นได้มีการชุมนุมกันเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ลาน สปป. เพื่อเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นนั้นในวันที่14ตุลาคม นั้นเป็นการชุมนุมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกของการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกหลังจากการชุมนุมของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมรวมทั้งการชุมนุมในวันที่19กันยายนถ้าเรามีภาพการชุมนุมในอดีตก็รองให้เห็นภาพว่าการชุมนุมแต่ละครั้งมีความต่อเนื่องมายังไง

ดังนั้นที่บริเวณท้องสนามหลวงได้มีการรวมตัวกันของแกนนำหลายต่อหลายคนที่ได้ประกาศตัวเองว่าเป็นคณะราษฎรเลียนแบบคณะชื่อผู้ประกอบการ 24มิถุนายน ปี2475  

ซึ่งผู้ชมดูก็จะเห็นว่าวันนี้การรวมตัวของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาประชาชนรอบนี้เป็นการชุมนุมที่มีที่มาจากแกนนำหลายต่อหลายกลุ่มด้วยกันไม่ว่าจะเป็นคุณไผ่ดาวดินจากอีสานไมค์ภานุพงษ์คุณรุ้งหรือว่าทนายอานนท์รวมทั้งอดีตประธานสหภาพนักศึกษาแห่งประเทศไทย

เนื่องจากนี้ในการชุมนุมและการแถลงข่าวที่เกิดขึ้นบริเวณสนามหลวงโดยผู้ชุมนุมได้เรียกว่าสนามราษฎรนั้นมีการตอบคำถามหลายต่อหลายเรื่องที่สังคมอยากรู้ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของการชุมนุมหรือไม่ว่าจะเป็นประเด็นหลักในการชุมนุมผู้แถลงข่าวประกอบด้วยคุณไมค์คุณรุ้งรวมถึงคุณอานนท์มีการตอบคำถามของสื่อหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน

ดังนั้นนายอานนท์บอกว่าการชุมนุมวันที่14ตุลาคมเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการชุมนุมชับไล่เผด็จการวันนี้จึงมาชุมนุมกันมารวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมขับไล่เผด็จการขึ้นอีกครั้ง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

รัฐบาลห่วยบริหารพังไม่จ่ายเบี้ยวเงินชรา/คนพิการ

วันนี้มีความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจหลายต่อหลายเรื่องที่ดูเป็นสัญญาณที่ไม่ดีทั้งสิ้นนายประยุทธ์ได้มีการพูดถึงปัญหาสถานการณ์เศรษฐกิจไทยว่าปัญหาประเทศไทยนั้นก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายๆกับประเทศอื่นทั่วโลกปัญหาของประเทศไทยในเวลานี้ก็มีหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน

โดยที่แน่ๆปัญหาที่สำคัญของเวลานี้ก็คือเราอาจจะกำลังเผชิญปัญหาที่รัฐบาลไม่มีความสามารถทางเศรษฐกิจไม่มีความสามารถทางเศรษฐกิจและในขณะเดียวกันยังไม่สามารถที่จะหาคนมาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้

นายประยุทธ์กำลังพยายามจะบอกว่าการที่ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมันก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ว่าการไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในเวลาที่ประเทศเผชิญปัญหารายได้ตกต่ำรายได้ไม่มีจากการที่นักท่องเที่ยวเป็นศูนย์จากการที่บริโภคในประเทศตกต่ำหรือว่าจากภาษีที่ประเทศหายไปถือว่าเป็นปัญหาอย่างแน่นอน

ซึ่งมันก็เท่ากับว่ารัฐบาลนายประยุทธ์นั้นกำลังบริหารประเทศภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโดยที่ไม่มีขุมกำลังหลักหรือแม่ทัพที่จะเอารายได้เข้ามาได้ประเทศหาเงินให้ประเทศไม่ได้ที่ผ่านมาประเทศได้ถูกมองกันมานานแล้วว่าเกิดภาวะไทยถังแตก

ในช่วงเวลานี้นอกจากภาวะคลังถังแตกเรายังอยู่ในภาวะที่เหมือนกลับรัฐมนตรีคลังหัวแตกไม่มีรัฐมนตรีคลังอยู่มันเป็นสถานการณ์ที่ได้มีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมาแล้วในวันนี้ได้เกิดเรื่องใหญ่เพราะว่าในวันนี้มันคือวันที่10กันยายน ที่รัฐบาลนั้นได้มีกำหนดการนั้นที่จะต้องจ่ายเงินสำหรับคนสองกลุ่มที่เป็นกลุ่มเปราะบางและได้รับผลกระทบในช่วงโควิดหนักหน่วงมากที่สุด

สำหรับกลุ่มที่หนึ่งคือคนพิการและกลุ่มที่สองก็คือกลุ่มผู้สูงอายุเงินไม่มากกลุ่มหนึ่งได้800อีกกลุ่มหนึ่งได้600แต่ในที่สุดแล้วสิ่งที่รัฐบาลได้สัญญากับประชาชนเอาไว้นั้นมันไม่สำเร็จคนแก่ผู้สูงอายุจำนวนมากคนพิการจำนวนมาเดินทางไปธนาคารเพื่อจะกดเงินเพียงแค่800เพียงแค่600แต่ก็พบกับความว่างเปล่ารัฐบาลไม่มีปัญญาจ่ายเงินผู้สูงอายุและคนพิการ

นอกจากนี้ถือว่ามันเป็นวันที่ฝันร้ายสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการจำนวนมากจริงๆแล้วเรื่องปัญหาของผู้สูงอายุและคนพิการนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางและการดูแลของรัฐบาลต่อคนกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่ามีปัญหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด

ซึ่งตั้งแต่เกิดปัญหาโควิดตั้งแต่การจ่ายเงินเยียวยานั้นปัญหาการช่วยเหลือการเยียวยาประชาชนได้มีความล่าช้าตั้งแต่คุณอุตตมะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถ้าทุกคนยังจำกันได้ภาพของประชาชนที่ได้ไปรอความช่วยเหลือนั้นเยอะแต่ความช่วยเหลือยังไม่มาถึงประชาชนได้อย่างทันทีและคนที่ตกงานจากโควิดก็ยังตกงานต่อไปและเป็นการตกงานอย่างถาวร

 

สนับสนุนโดย  betbbthai

หัวรัฐบาลค่อนข้างเข้าวิกฤต

วันนี้มีเรื่องทางการเมืองหลายต่อหลายเรื่องที่จะต้องติดตามกันและทั้งหมดเป็นเรื่องในที่สุดกฎหมายจะนำไปสู่สถานการณ์ที่19กันยายน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการรวมตัวของนักเรียนนักศึกษาประชาชนเช่นเดียวกับหลังจากนั้นการอภิปรายเรื่องของรัฐธรรมนูญของเรือญัตติรัฐธรรมนูญจะได้รับการบรรจุเข้ารัฐสภาถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นวันที่จะเป็นเหมือนการมาฆบูชาทางการเมือง

ซึ่งคนหลายกลุ่มน่าจะจับจ่อมองกันว่าในวันนั้นวุฒิสมาชิกที่มันได้มาจากการแต่งตั้งของกบฏที่ชื่อนายประยุทธ์นั้นจะคัดค้านในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่จำนวนวุฒิสมาชิกจำเป็นที่จะต้องใช้เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นตอนแรกจะเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องใช้วุฒิสมาชิกราวๆ80กว่าคนตามกฎกติกาที่นายประยุทธ์ทำให้เกิดขึ้นมีคุณมีชัยเป็นคนแก้ไขจัดทำร่างตามแนวคิดของนายประยุทธ์เอาไว้

เพราะฉะนั้นในวันนั้นหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เกิดขึ้นโดยวุฒิสมาชิกคัดขวางประเทศไทยก็จะรุกเป็นไฟและทั้งหมดนั้นได้มีความเชื่อมโยงของสถานะทางการเมืองของนายประยุทธ์

ซึ่งจะต้องยอมรับเลยว่ามันได้เข้ามาสู่สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความผันผวนมีสัญญาณทางการเมืองหลายต่อหลายอย่างที่ได้แสดงให้เห็นว่ากองหนุนของนายประยุทธ์เองหรอแม้กระทั่งองค์คาประยุทธ์ของเครือข่ายนายประยุทธ์เองนั้นได้เข้าสู่สภาวะถดถอยไปเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของคุณ อาทิตย์ อุไรรัตน์ที่ออกมาเสนอคุณ อานันท์ ปันยารชุนเป็นนายก

โดยได้เป็นสัญญาณทางการเมืองที่มีความผิดปกติที่สะท้อนถึงรอยร้าวของฝั่งของคนที่มีความนิยมรัฐประหารด้วยกันที่อาจจะมองว่านายประยุทธ์นั้นได้ถึงทางตันมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม สว.วุฒิสมาชิกที่ในตอนแรกได้ประเมินกันว่ามีสมาชิกของกลุ่มนี้อยู่ราวๆ60คนที่พร้อมจะลงมติตัดอำนาจนายประยุทธ์หือว่าลงมติการตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ในที่สุดจะนำไปสู่การเลือกนายประยุทธ์เป็นนายก

นอกจากนี้จำนวนของวุฒิสมาชิก60คนที่ได้มีการประเมินกันนั้นถือว่าเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของกระแสในหมู่ชนขั้นนำหรือผู้ที่มีอำนาจในบางกลุ่มที่ได้เริ่มเห็นว่านายประยุทธ์นั้นไปต่อไม่ได้จำเป็นจะต้อมีการถอยห่วงออกมา

เพราะฉะนั้นแน่นอนแล้วว่าในเวลานี้โอกาศของวุฒิสมาชิกที่จะปรากฏ60คนและโหวตสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันอาจจะไม่เข้มข้นมากนักเมื่อได้เทียบกันกับในช่วงแรก

เนื่องจากนายประยุทธ์ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ ในการกดดันให้ สส. ของรัฐบาลนั้นให้ถอนตัวออกจากญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมกับพรรคก้าวไกลไปเรียบร้อยแล้วแต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่มีตัวเลขวุฒิสมาชิกสูงถึง60คนนั้นมันเป็นสัญญาณทางการเมืองที่ผิดปกติเช่นเดียวกับการปรากฏของ สส. พรรคประชาธิปัตในเบื้องต้นตัวเลขตอนนั้นประมาณ17รายที่ออกมาสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62

การตั้งสว.250คนโดยมิชอบ

สถานการณ์ทางการเมืองวันนี้ทางฝั่งรัฐบาลเองก็จะเข้าไปโจมตีทางฝั่งของนักเรียนและนักศึกษาว่ามีอาวุธนั้นมันคงจะไม่สามารถที่จะเป็นไปได้

เพราะฉะนั้นการทำปฏิวัติรัฐประหารได้อ้างว่าเรื่องการมีอาวุธของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นรอบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ฝั่งทหารมักจะชอบใช้ในการเป็นข้ออ้างในการปฏิวัติรัฐหารคืออ้างว่าประเทศกำลังจะเกิดทางตันคำถามคือในเวลานี้ประเทศเกิดทางตันหรือยังคำตอบในมุมมองของประชาชนประเทศไทยไม่เกิดทางตันแต่ประเทศไทยมีล็อคและล็อดนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ประชาชนแต่มันอยู่ที่นายประยุทธ์

ซึ่งได้ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศมันเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญเนื่องจากว่าประชาชนนั้นรู้สึกว่านายประยุทธ์ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนและต่อให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ การที่นายประยุทธ์ตั้ง สว.250คนมาเลือกนายประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีไม่รู้จบนั้น

มันก็กลายเป็นการล็อดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเอาไว้ที่นายประยุทธ์ไปได้ถึงปี2570เป็นอย่างน้อยนั่นก็คือ12-13ปีหลังจากการยึดอำนาจหากเด็กคนหนึ่งได้เกิดในปี2557เขาจะกลายเป็นเด็กเข้ามัธยมต้นในวันที่นายประยุทธ์อยู่ต่อตามแผนการได้อย่างสำเร็จจนอายุ12ขวบ

ซึ่งมันได้เป้สิ่งที่มันมากเกินไปสำคัญคนคนหนึ่งสำหรับที่ผู้นำเมื่อวานนี้ที่พรรคฝ่ายค้านบอกว่าเป็นผู้นำที่แย่มากที่สุดในประวัติศาสตร์จะทำกับประชาชนได้ในความพยายามที่จะเอานายประยุทธ์ออกไปผ่านกติกานั้นไม่สามารถทำได้ด้วยรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยปลดล็อคได้ที่ผ่านมานั้นความพยามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านถูกขัดขวางอย่างหนักโดยกลไกลของรัฐ250 สว. เป็นจักรกลทางการเมืองของนายประยุทธ์ในการทำให้นายประยุทธ์ครองอำนาจต่อไปได้เรื่อยๆ

การกดดันของทางฝั่งรัฐบาลได้ผ่าน สส. ที่เป็นรัฐมนตรีมายังพรรครวมรัฐบาลมาให้ สส. ที่ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญตัดอำนาจของ 250 สว. วันนั้นเป็นสัญญาณชัดเจนแล้วว่าระบอบนายประยุทธ์จะไม่มีทางยอมให้ 250 สว. ได้ถูกเอาออกไปจากรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด

เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เราจะเห็นอยู่ในเวลานี้การขยับของฝ่ายค้านหรือว่าทางฝั่งของพรรคเพื่อไทยนั้นถือได้ว่าเป็นกลไกลสุดท้ายแล้วที่จะทำให้ประเทศนี้หลุดพ้นจากการปฏิวัติรัฐประหารได้บรรยากาศความตึงเครียดทางการเมืองใหญ่มันได้มาจากความรู้สึกว่านายประยุทธ์ต้องการปกครองประเทศไทยไปตลอดกาลแต่ผลงานของนายประยุทธ์ไม่มีเลยห่วยแตกมาก

อีกทั้งฝีมือในการบริหารล้มเหลวภาพลักษณ์ ครม. นั้นเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นศูนย์ของความสิ้นหวังเป็นภาพลักษณ์ของ ครม. ที่ประชาชนหมดความเชื่อถือไม่ศรัทธาแม้กระทั่งรัฐมนตรีคลังในเวลานี้ปีนี้เปลี่ยนรัฐมนตรีคลังไป3คนเป็นไปได้อย่างไรและเป็นศูนย์ยากาศการคลัง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

จ่อจบลงแบบ “จอมพลป.พิบูลสงคราม“ 

สถานการณ์ทางการเมืองในวันนี้ได้มีการประเมินชะตาและอนาคตของนายประยุทธ์ว่าจะเป็นไปอย่างไรอาจารย์วงมูฮัมหมัดได้บอกว่านายประยุทธ์ได้อยู่บนทางสองแพร่งและ แพร่งที่หนึ่งก็คือลาออกโดยดีก็จะจบแบบพลเอกเปลมและพลเอกเชาวฤทธิ์

ส่วนแพร่งที่สองถ้าหากยังหวงอำนาจอยู่และยืนยันที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็จะจบลงแบบ ( จอมพลป.พิบูลสงคราม ) นั่นก็คืออาจจะต้องหลบหนีออกไปอยู่ต่างประเทศไม่ได้ตายในแผนดินไทยหรือไม่ก็จบแบบจอมพลถนอมนั่นก็คือถูกประชาชนต่อต้าน

ซึ่งในประเทศไทยเรานั้นได้เกิดกับปัญหาวิกฤตหลายด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจแล้วก็เรื่องการเมืองมัมนอาจจะมีความรุนแรงไปกว่าในหลายๆครั้งที่ผ่านๆมา

เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกคนช่วยกันแล้วในเฉพาะอย่างยิ่งเลยก็คือมันจะต้องมีความเสียสละกันอย่าทำให่มันเกิดความรุนแรงแล้วเกิดความผิดหวังให้กับประชาชนเราคิดว่า

ถ้ามันมีอะไรที่มันจะเปลี่ยนแปลงที่จะนำพาไปในทิศทางที่สร้างสรรค์เราคิดว่าเราทุกคนนั้นจะต้องควรเสียสละและในการเสนอให้นายประยุทธ์ลาออกนั้นมันจะเป็นทางออกที่ค่อนข้างจะดีเพราะว่าในสมัยก่อนจะเห็นว่านายกรัฐมนตรี

เมื่อท่านได้พบกับปัญหากับเศรษฐกิจแล้วก็ได้ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งประชาชนนั้นได้คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนตัวไม่ว่าจะเป็นสมัยของ พลเอกเปลม ติณสูลานนท์  พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็ได้มีการเรียกร้องอยากจะให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วก็อย่างจะเห็นเศรษฐกิจที่เกิดความเชื่อมั่น

ซึ่งเราก็จะเห็นว่าท่านอดีตผู้นำกองทัพท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ท่านก็มีความเสียสละลาออกเราจะเห็นว่าอดีตผู้นำเหล่าทัพที่ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในอดีตยกตัวอย่างสักสองท่านก็ได้เช่น จอมพลป.พิบูลสงคราม มีอำนาจพรรคการเมืองสนับสนุนเต็มแต่

เมื่อประชาชนเขาไม่ต้องการท่านก็ไม่ยอมลงด้วยดีในที่สุดแล้วจอมพลป.พิบูลสงครามก็จะต้องหนีออกไปอยู่ต่างประเทศ และอีกท่านหนึ่งก็ใกล้ๆกันเป็นผู้นำเหล่าทัพเหมือนกันความจริงก็ไม่อยากจะพูดคนที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ว่าเพื่อเป็นตัวอย่าง ท่ามจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ได้เป็นทั้งรัฐมนตรีกลาโหมเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีเหล่าทัพก็สนับสนุน

นอกจากนี้เมื่อประชาชนได้เห็นว่าต้องการเปลี่ยนแปลงต้องการรัญธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยท่านก็ไม่ยอมในที่สุดแล้วท่านก็ต้องไปนายกรัฐมนตรีนายประยุทธ์ควรที่จะเสียสละเพราะว่าประยุทธ์กำลังยืนอยู่บนทาง2แพร่ง 

แพร่งที่1ตัวอย่างของ พลเอกเปลม ติณสูลานนท์ ก็ลงด้วยดี สามารถอยู่ในประเทศไทยไม่ต้องยึดทรัพย์ไม่ต้องถูกขับไล่กับมีฐานะที่คนนับถือสูงขึ้น

อย่างท่านพลเอกเปลมก็เป็นถึงองคมนตรีเพราะท่านเลือกทางที่จะลงด้วยคำพูดว่า “ ผมพอแล้ว “ นายประยุทธ์เป็นนายกถึง6ปีแล้วก็มีปัญหารอบด้านเวลาของคุณหมดลงแล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

รัฐบาลประยุทธ์ต้องพังพินาศ

สถานการณ์ทางการเมืองนั้นหลังจากที่นักเรียนและนักศึกษานั้นก็ดูเหมือนว่าจะพุ่งเป้าไปที่ผู้บัญชาการทหารบกมากด้วย เพนกวิน ได้เผาพริกเผาเกลือสาบแช่ นายประวิตร สาบแช่ นายประยุทธ์ สาบแช่ นายอภิรักษ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ไมค์ ภานุพงศ์

เมื่อวานนี้ก็ได้เดินทางไปที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกก็ได้มีการเผารูปของผู้บัญชาการของทหารอีกต่อคำถามอีกคือคนอย่าง นายอภิรักษ์ซึ่งคนในกองทัพไม่มีใครกล้าตีเสมอเทียบชั้นได้นั้นจะต้องถูกเด็กอย่างเพนกวินเด็กอย่างไมค์ภานุพงศ์เผารูปเผาพริกเผาเกลือซ้ำแล้สซ้ำเหล่จะเกิดความโกรธแค้นจะมีความรู้สึกอยากเอาคืนหรือไม่ในเรื่องการเมืองนั้นทั้งหมดนี้เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ซึ่งสถานตรงนี้เป็นสัญญาณที่อันตรายกระแสความกังวลว่าจะมีการปฏิวัติเพื่อที่จะล้มกระดานกระแสมีความกังวลว่าจะมีการรัฐประหารเพื่อล้มกระดานกระแสความกังวลว่าจะมีการยุบสภาเพื่อที่จะได้ยุติในความสับสนวุ่นวายรุนแรงเราเจอ สส. รัฐบาลก็ได้พูดกันว่าโอกาศจะยุบสภามีการขยันลงพื้นที่กันหนักหน่วงส่วนความกังวลของฝ่ายค้าน

จะมีการปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่และถ้ามีแล้วบ้านเมืองจะเดินหน้าไปถึงไหนกันแน่นี่คือฉากใหม่ทางการเมืองไม่ว่าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกองทัพฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านฝ่ายนักศึกษาประชาชนในสถานการณ์แบบนี้มีคามจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสถานการณ์ที่แปลกประหลาดมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้เรื่องของนายปรีดี ดาวฉายในวันนี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ของคุณยุทธพงษ์ไปบอกว่าสาเหตุการลาออกนั้นมันอาจจะมีเรื่องฉาวออกมานั่นก็คือมีเรื่องของการที่ยุทธพงษ์เขาได้อ้างแบบนี้ว่า “ คุณปรีดี ดาวฉาย”ได้ลาออกเพราะว่ามีคนในคณะรัฐมนตรีได้บีบให้คุณปรีดี

ดาวฉายเซ็นสัญญาต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว” นายยุทธพงศ์ได้เชื่อว่ามันมีรับลมคมในมันอาจจะผิด พรบ. ร่วมทุนในปี2562เกี่ยวข้องกับการใช้มาตรา44ของนายประยุทธ์ที่ได้รวมกับเอกชนด้วยและทำให้คุณปรีดี ดาวฉายนั้นไม่กล้าเซ็นในเรื่องการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวจนยอมลาออกจากคณะรัฐมนตรีไป

ซึ่งคุณยุทธพงศ์ก็ได้ชี้ปมใหม่ให้จับตาดูสัปดาห์น่าว่าเรื่องของการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก40ปีจะเข้า ครม. สัปดาห์น่าซึ่งถ้าคุณยุทธพงศ์พูดถูกรัฐบาลเองก็จะเจอระเบิดลูกใหม่หลังจากระเบิดเรือดำน้ำระเบิดเรื่องของเหมืองทอง

ระเบิดเรื่องของ นายปรีดี ดาวฉาย ระเบิดเรื่องของการแย้งอำนาจกันของในพลังประชารัฐระหว่างนายประวิตรกับนายประยุทธ์และเบิดเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดนี้บอกได้เลยว่าสสถานการณ์ร้อนแรงอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   โหลดบาคาร่าออนไลน์

โครงการเราไม่ทิ้งกัน

        มีกระแสดราม่าอย่างต่อเนื่องกับโครงการเราไม่ทิ้งกันที่รัฐบาลตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อจะแจกเงินให้กับประชาชนเอาไว้ใช้ในช่วงเวลาที่กำลังประสบปัญหาไม่มีเงินพอใช้จ่ายกันในขณะนี้ได้เงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลจะให้นั้นมีการระบุเอาไว้ว่าให้เดือนละ 5,000 บาทเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 เดือนด้วยกัน

หลังตั้งแต่ประชาชนมีการลงทะเบียนเอาไว้ก็มีคนที่ได้รับเงินเยียวยาไปแล้วบางส่วนและบางส่วนก็ถูกปฏิเสธไม่ให้รับเงินเยียวยา ซึ่งปัญหาดราม่าเกิดมาจากสำหรับคนไม่ได้รับเงินเยียวยานั้นทางระบบคัดกรองวิธีการคัดกรองข้อมูลอย่างไม่เป็นธรรม

และไม่ถูกต้องเพราะคนส่วนใหญ่ที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เงินเยียวยา 5000 บาทนั้นพบว่ากลับเป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากหลายคนมีเงินติดตัวไม่ถึง 100 บาทในขณะที่คนที่ได้รับเงินเยียวยาไปก่อนหน้านั้น 5,000 บาทกับเป็นกลุ่มคนที่มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีเป็นล้านๆและมีเงินไปทำเสริมสวย

ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบพบข้อมูลแบบนี้ก็ทำให้เกิดกระแสดราม่าเป็นอย่างมากจนในขณะนี้โครงการเราไม่ทิ้งกันยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนเพิ่มได้เลยซึ่งขั้นตอนนี้จะมีการให้ประชาชนที่ยังอยู่ระหว่างการรอว่าจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ได้มาส่งข้อมูลเพิ่มโดยทั้งส่งเป็นสำเนาบัตรประชาชนส่งเป็นข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับเรื่องอาชีพของตนเอง

จริงๆที่เป็นรูปถ่ายเลยให้ถ่ายหน้าร้านที่ตัวเองขายของอยู่รวมถึงให้ถ่ายอาชีพที่ตัวเองทำอยู่ว่าทำอาชีพเกี่ยวกับอะไรซึ่งจะต้องมีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 เมษายนและภายในวันที่ 22 เมษายนนี้โครงการเราไม่ทิ้งกันในก็จะมีการปิดโครงการไม่ให้ลงทะเบียนเพราะขณะนี้จำนวนผู้ลงทะเบียนมีมากจนเกินไป

ซึ่งถ้าดูแล้วรัฐบาลแทบจะไม่มีงบประมาณนำมาเป็นค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนนั่นเองโดยก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาก็ได้มีการออกมาประกาศว่าเงินเยียวยานั้นเพียงพอที่จะจ่ายในกรณีแค่คนละ 5000 บาทเท่านั้น

ส่วนหลังจากนี้จะต้องรอเงินกู้ซึ่งต้องรอการอนุมัติจาก  พ.ร.ก.ฉุกเฉินตึกก่อนซึ่งภายหลัง ทางโฆษกของนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมาแก้ข่าวว่าเป็นการสื่อสารผิดพลาดจริงๆแล้วทางรัฐบาลมีเงินที่จะช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้วซึ่งอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ 

สำหรับโครงการนี้เท่าที่ดูแล้วแทบจะไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงเลยเพราะทุกคนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันทั้งสิ้นเอาเข้าจริงๆทางรัฐบาลควรจะพิการแต่ก็คนโดยที่ไม่ต้องมาสร้างเงื่อนไขให้วุ่นวายกันอยู่อย่างนี้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำนั่นก็คือการดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ซึ่งถ้าหากไม่สามารถแจกเงินได้ถึง 15,000 บาทก็สามารถเฉลี่ยเงินออกมาคนละ  10000 บาทต่อครัวเรือนก็ได้เพื่อที่จะได้รับเงินเยียวยากันทุกครัวเรือนอย่างทั่วถึงโดยสามารถดูรูปแบบได้จากประเทศสิงคโปร์ที่เขามีการดูแลประชาชนของเขาอย่างทั่วถึงนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat