พรรคฝ่ายค้านอย่าอยู่เฉยๆออกมาเคียงข้างนักศึกษาให้หมด

ล่าสุดนี้ได้มีรายชื่อ105คนของนักวิชาการที่ได้มีการรวบรวมกันลงชื่อเพื่อสนับสนุนในการจัดเวทีในการชุมนุมของธรรมศาสตร์เมื่อวันที่10สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องย้ำว่าอันนี้เป็นการส่งข่าวออกมาในขั้นแรกรายชื่อของคนที่ลงชื่อนั้นยังได้มีมากกว่านี้คือสไตล์ของ คนส. ก็จะมีการรณรงค์กันว่าในบรรดาเครือข่ายอาจารย์ทั้งหลายทั่วประเทศว่าจะมีใครมาลงชื่อบ้างและเขาก็จะมีการบอกสิ้นสุดในการลงชื่อ

ซึ่งที่จริงแล้วการลงชื่อนั้นจะสิ้นสุดในวันที่13แต่เขาก็คงจะออกรายชื่อบางส่วนออกมาก่อนที่เขาได้ลงกันไปแล้วอันนี้เราต้องบอกเอาไว้ก่อนเผื่อใครที่ลงชื่อไปแล้วและคิดว่าทำไมถึงไม่มีชื่อตัวเองเลยและที่จริงก็ยังไม่ใช่รายชื่อของกลุ่ม คนส. ปรากฏว่าเป็นของอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งที่กล่าวไปนั้นเป็นกลุ่มของอาจารย์ทั่งประเทศแต่ว่ายังไม่ใช่ของ  คนส.และของ คนส.นั้นก็จะมีการแถลงออกมาอีกฉบับหนึ่ง

นอกจากนี้ก็ได้มีการปรากาศแถลงการปราศรัยเมื่อวัน10สิงหาคม ได้เป็นการแสดงออกความคิดเห็นอย่างสุจริตที่เป็นไปตามขอบเขตของกฎหมายดังบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรประเทศไทยที่ได้ระบุเอาไว้ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการสกัดเสรีภาพดังกล่าวมิได้เว้นแต่จะอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ได้บันทึกเอาไว้ในความมั่นคงของรัฐ

ซึ่งคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆโดยทั่วประเทศซึ่งเราได้มีรายชื่อในตอนนี้จำนวน105คนก็คือได้มีการแสดงความเห็นว่าการแสดงออกครั้งนี้เป็นการแสดงออกตามคันรองของกฎหมายบนหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยแล้วได้แถลงการระบุ

นอกจากนี้ได้มองว่าการแถลงการครั้งนี้มันเป็นการแถลงของการตอบโต้ต่อการแถลงการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งในภาษาชาวบ้านได้บอกว่าทำไมธรรมศาสตร์เทเด็กพอธรรมศาสตร์เทเด็กอาจารย์ก็รู้สึกว่าเป็นห่วงเด็กและก็มีกลุ่มของอาจารย์ที่เขาไม่เห็นด้วยกับการเทเด็กในการแถลงการของมหาวิทยาลัยของธรรมศาสตร์เขาก็เลยมีการแถลงการฉบับนี้ออกมา

ซึ่งเขาได้มองว่ามหาวิทยาลัยในสถานะสถาบันทางวิชาการที่ได้มีบกบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการแสวงหาทางออกเพื่อความก้างหน้าของสังคมไทยควรจะประกาศตนเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาศให้แสดงความคิดเห็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะต้องยกขึ้นมาวิเคราะห์ถกเถียงในพื้นที่สาธารณะมิใช่หลีกเลี่ยงหรือปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นการที่ประณามความคิดเห็นที่แตกต่างว่าเป็นการก้าวล่วงหรือว่าเป็นการจาบจ้วงนั้นไม่ได้ทำให้สังคมของเราเติบโตได้ทางปัญหาการถกเถียงพูดคุยทั้งหมดจะถูกลดคุณค่าว่ามันเป็นความคิดเห็นที่ก้าวร้าว

ดังนั้นสังคมไทยควรที่จะเรียนรู้ที่จะยกระดับความอดทนอดกลั้นพูดคุยกันด้วยเหตุและผลเพื่อความยั้งยืนของประชาธิปไตยกันต่อไปในสังคม

 

ขอขอบคุณ  รหัสคูปอง rb88  ที่ให้การสนับสนุน