หนุ่มใหญ่วัย 55 ปี ถูกสุนัขกัดปาก  หลังเมาแล้ว ไปด่าหมา

    หนุ่มใหญ่วัย 55 ปี ถูกสุนัขกัดปาก     เมื่อวันที่ 9 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในซอยพุทธบูชา 36 ซึ่งเป็นบ้านเช่าได้เกิดอุบัติเหตุเจ้าของบ้านเพศชายวัย 55 ปีถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้กัดเข้าบริเวณที่ปากจนได้รับบาดเจ็บ  ซึ่งภรรยาของผู้บาดเจ็บได้มีการโทรตามกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ   

อย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมายังบ้านที่เกิดเหตุพบว่าผู้บาดเจ็บนั้นนั่งอยู่ภายในบ้านโดยรอให้เจ้าหน้าที่มาช่วยทำการประถมพยาบาลให้  ซึ่งผู้บาดเจ็บนั้นมีอาการเลือดออกตรงบริเวณปากโดยสภาพมีลักษณะเหมือนกับปากฉีก

       จากคำให้การของภรรยาของผู้บาดเจ็บให้การว่าผู้บาดเจ็บนั้นเป็นสามีของเธอถูกสุนัขที่เลี้ยงเอาไว้เป็นสุนัขพันธุ์ทางชื่อเจ้าตูบกัดเข้าไปที่บริเวณปากจนเป็นแผลฉกรรจ์  ชื่อสุนัขตัวดังกล่าวนั้นทางภรรยาผู้บาดเจ็บมีการเลี้ยงเอาไว้มานานหลายปีแล้วซึ่งอยู่กับเธอก่อนที่จะมีการมาอยู่กินครบหากับผู้บาดเจ็บด้วยซ้ำไปซึ่งก็นับโดยอายุปีแล้วก็อยู่กับเธอมานานถึง 12 ปีแล้วนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามภรรยาของผู้บาดเจ็บระบุว่าโดยปกติแล้วเจ้าตูบสุนัขที่เธอเลี้ยงเอาไว้นั้นมีพฤติกรรมและนิสัยไม่ได้ก้าวร้าวไม่ได้ใช้ความรุนแรงและไม่เคยกัดใครมาก่อนหมาของเธอนั้นเป็นหมาที่ค่อนข้างน่ารักและเชื่อฟังซึ่งเธอมั่นใจว่าสาเหตุที่หมาของเธอกัดปากสามีของเธอนั้นน่าจะเกิดจากการที่สามีของเธอด่าทอหมาพบเมื่อสามีของเธอดื่มสุรานั้นก็มักจะชอบโวยวายอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว  

       อย่างไรก็ตามภรรยาของผู้บาดเจ็บยืนยันว่าเธอไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตอนที่สุนัขกัดปากสามีของเธอเนื่องจากว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเธอไปซื้อของที่ตลาดจึงได้เพียงแค่สันนิษฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะหลังจากกลับมาบ้านเธอเห็นสามีของเธออยู่ในอาการเมาสุรา  และไม่มีการสอบถามสามีผู้บาดเจ็บก็ตอบเพียงแค่ว่าไม่ได้ทำอะไรนอนอยู่แล้วหมาก็เดินมากับเฉยๆซึ่งเธอไม่เชื่อว่ามาของเธอนั้นจะมีพฤติกรรมดังกล่าว

       อย่างไรก็ตามภรรยาของผู้บาดเจ็บยืนยันว่าโดยปกติแล้วถ้าหากผู้บาดเจ็บนั้นกินเหล้าเมาแล้วมักจะเริ่มรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งชอบไปหยอกหมาจึงทำให้เธอมั่นใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ก็น่าจะเกิดจากการที่สามีของเธอนั้นอยากมาด้วยอาการรุนแรงทำให้มันไม่พอใจและกระโดดกัดปากของสามีเธอนั่นเอง

ซึ่งยืนยันว่าเธอจะยังคงเลี้ยงหมาตัวนี้อยู่เพราะเธอรักเหมือนลูกแต่เธอนั้นจะดูแลให้ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อีกซ้ำสองซึ่งหลังจากนี้เธอยืนยันว่าเธอจะไปหาซื้อตะกร้อครอบปากเอาไว้มาใส่สุนัขของเธอเพื่อไม่ให้สุนัขของเธอนั้นไปกลับหรือไปทำร้ายชาวบ้านคนอื่น 

 

สนับสนุนโดย.     agplus

ชาวบ้านร้องเรียนปลัดบุรีรัมย์ถูกหมาพิตบูลกัด ไปส่องดูพบเป็ฯพันธุ์ เฟรนซ์บลูด็อก

    ชาวบ้านร้องเรียนปลัด  ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์   ได้มีการส่งเอกสารร้องเรียนไปยังอำเภอและส่งเรื่องถึงปลัด อบต.หนองคู   เกี่ยวกับลูกบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นคนที่มาเช่าอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านได้มีการเลี้ยงสุนัขไว้ 2 ตัวเป็นสีขาวกับสีดำแล้วปล่อยให้สุนัขออกมากัดชาวบ้านในหมู่บ้าน   ซึ่งในขณะนี้มีชาวบ้านถูกตัดไปแล้ว 2 คน 

        โดยชาวบ้านที่มาร้องเรียนนั้นระบุว่าหมาที่กัดนั้นเป็นพันธุ์พิทบูล  โดยในขณะนี้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันหวาดกลัว  จึงได้พากันทำเรื่องให้ทางอำเภอช่วยประสานงานพูดคุยกับทางเจ้าของบ้านให้ควบคุมของสุนัขตนเองให้ดีอย่าปล่อยให้ออกมาสร้างความเดือดร้อน   

       อย่างไรก็ตามหลังจากที่ปลัด อบต. หนองคู   ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบอำเภอลำปลายมาศทราบเรื่องราวดังกล่าวก็ได้มีการลงพื้นที่ทันทีพร้อมกันนี้ได้นำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปศุสัตว์ประจำจังหวัดไปด้วย   เมื่อไปถึงหมู่บ้านดังกล่าวทางปลัด อบต.รวมถึงเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็แวะไปเยี่ยมคนบาดเจ็บทั้งสองหลัง 

  โดยคนแรกนั้นถูกกัดขนาดขี่รถจักรยานออกกำลังกายในสวนสาธารณะของหมู่บ้านในขณะที่อีกคนนึงนั้นถูกกัดขณะที่ออกมาทิ้งขยะหน้าบ้านของตนเอง

    อย่างไรก็ตามจากบาดแผลที่เห็นพบว่าเป็นเพียงแค่รอยข่วนเล็กๆไม่ใช่รอยกลับลึก   ซึ่งหลังจากที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บเสร็จเรียบร้อยแล้วทางด้านปลัด อบต. และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็ได้ไปบ้านเจ้าของสุนัขพันธุ์พิทบูล  เมื่อเดินทางไปถึงบ้านที่เลี้ยงสุนัขพบว่าสุนัขที่เลี้ยงอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวนั้นไม่ใช่พันธุ์พิทบูลแต่เป็นสายพันธุ์ เฟรนซ์บลูด็อก  ซึ่งโดยปกติแล้วสายพันธุ์นี้จะเป็นสายพันธุ์น่ารักเข้ากับคนได้ง่ายขี้เล่นและไม่มีนิสัยดุร้าย

     อย่างไรก็ตามเมื่อทางปลัด อบต. ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของบ้าน พบว่าสุนัขทั้ง 2 ตัวนั้นเป็นของเพื่อนซึ่งขณะนี้เดินทางไปทำงานต่างอำเภอทางด้านปลัด อบต. จึงได้มีการต่อสายคุยกับเจ้าของสุนัขโดยตรงโดยเจ้าของสุนัขยืนยันว่ามาของเขานั้นไม่ได้มีการดุร้ายแต่เพื่อความสบายใจของเพื่อนบ้านเขาจะนำสุนัขทั้ง 2 ตัวกลับไปไว้ที่จังหวัดยโสธรซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของเขาเอง

      เบื้องต้นเจ้าของสุนัขยืนยันว่ายังไม่ทราบเรื่องว่าสุนัขของตนเองนั้นไปกับเพื่อนบ้านและถ้าหากสุนัขของเขากัดจริงก็จะมีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ยืนยันว่าจะรับผิดชอบอย่างแน่นอน   ซึ่งทางด้านปลัด อบต. หนองคู ได้ทำการเรียกตัวเจ้าของสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกและชาวบ้านที่ถูกสุนัขกัดทั้ง 2 รายเตรียมนัดวันเพื่อที่จะได้ตกลงเจรจากันอีกครั้งหนึ่งและเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง 

 

สนับสนุนโดย.    หวยดี

เด็ก 7 ขวบขับรถแทรกเตอร์ไถนาช่วยครอบครัว

        เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปีพศ 2563    มีนักข่าวจากสำนักงานดังได้ไปทำข่าวที่จังหวัดจันทบุรีเนื่องจากว่ามีชาวบ้านร่ำลือกันว่าที่ตำบลคลองพลูนี้ที่หมู่บ้านตาเรียวมีเด็กอัจฉริยะคนนึงอายุแค่เพียงแค่ 7 ขวบเท่านั้นก็สามารถขับรถได้หลายชนิดด้วยกัน

และเมื่อนักข่าวลงพื้นที่ได้เห็นกับตาตัวเองเด็กชายคนดังกล่าวก็ทำการขับรถโชว์ให้นักข่าวเห็นไม่ว่าจะเป็นรถแทรกเตอร์ไถนาหรือแม้แต่รถกระป๊อเพิ่งถึงรถแบคโฮก็ยังมีการขับโชว์ให้ดูซึ่งความสามารถของเด็กวัย 7 ขวบนั้นสามารถขับได้โดยที่เหมือนกับผู้ใหญ่ขับเลยทีเดียวสำหรับเด็กชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าน้องเบ็นเท็นอายุแค่เพียง 7 ขวบเท่านั้น

ซึ่งพ่อของน้องเบ็นเท็นบอกว่าน้องเบ็นเท็นนั้นมีความสามารถในการขับรถมาตั้งแต่อายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้นซึ่งสมัยก่อนนั้นน้องเบ็นเท็นอยากขี่จักรยานเมื่อซื้อให้น้องก็สามารถขี่จักรยานเองได้เลยโดยที่ไม่มีใครสอนและต่อมาน้องเบ็นเท็นก็ขยายความสามารถมาเป็นขับรถขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้น้องเบ็นเท็นอายุ 7 ขวบ

ก็สามารถขับรถยนต์ได้ทุกชนิดรวมถึงขับรถไถนาได้ทุกชนิดแรกๆครอบครัวของน้องเบ็นเท็นไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่นั้นไม่มีใครกล้าที่จะนั่งรถเหมือนคนขับเลยแต่เมื่อเวลาผ่านไปเห็นว่าน้องเบ็นเท็นนั้นสามารถที่จะขับรถได้อย่างชำนาญจึงทดลองนั่งแล้วก็ตั้งแต่ให้น้องขับมาน้องก็ไม่เคยขับรถพาไปประสบอุบัติเหตุอะไรเลย

ซึ่งเรื่องราวของน้องเบ็นเท็นในครั้งนี้จึงเป็นที่กล่าวขานของคนในหมู่บ้านว่าน้องนั้นเป็นอัจฉริยะเรื่องของการขับรถและมีความรอบรู้ในเรื่องของเครื่องจักรเครื่องยนต์เป็นอย่างดียังไงก็ตามพ่อของน้องเบ็นเท็นได้กล่าวกับนักข่าวว่าทุกอย่างที่น้องเป็นแทนคำนั้นจะอยู่ในสายตาของพ่อแม่ตลอดเพราะเกรงว่าเดี๋ยวคนอื่นในหมู่บ้านจะเอาไปทำตามแล้วอาจจะเกิดอันตรายได้

           เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปทำให้หลายคนสงสัยว่าการที่ปล่อยให้น้องเบ็นเท็นนี้มาปีนรถที่มีความสูงมากซึ่งผู้ใหญ่บางคนยังไม่สามารถทำได้แต่เด็กอายุแค่ 7 ขวบทำได้นี้จะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่เพราะจริงๆแล้วเด็กสามารถที่จะขับรถได้หากมีการถูกสอน

แต่ในทางเป็นจริงเวลาที่เกิดเรื่องขำขันเกิดขึ้นหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนั้นการตัดสินใจของเด็กนั้นจะตัดสินใจได้ไม่ดีกว่าผู้ใหญ่แน่นอนดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุที่เขามีกฎหมายออกมาคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องของการไม่ให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

ขับรถเพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่าหากมีการฝึกอย่างชำนาญก็จะสามารถขับรถได้แต่เมื่อถึงภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมานั้นเด็กด้วยคนนะสมบัติของความคิดของเด็กนั้นยังไม่ได้มีการพัฒนามากนักการตัดสินใจต่างๆนั้นจึงเป็นไปได้ยากและไม่รวดเร็วเพียงพอซึ่งจะนำมาแต่อันตรายต่อตัวเด็กเองหรือยังคนอื่นเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

สนับสนุนโดย.    u12

ตำรวจบุกจับ โรงฆ่าสัตว์เถื่อนที่จังหวัดสระบุรี

 

         เมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมปีพศ 2563  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตํารวจในอำเภอหนองแคได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้ช่วยไปทำการตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในอำเภอหนองแค  ที่อยู่บริเวณตำบลโพนทอง  เนื่องจากว่าชาวบ้านเกิดความสงสัยว่าโรงฆ่าสัตว์ต่างๆนั้นจะเป็นโรงฆ่าสัตว์เถื่อน 

       สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงฆ่าสัตว์ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจึงไปทำการร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยมาตรวจสอบรองเท้าสตั๊ดดังกล่าว โดยชาวบ้านบอกว่าโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าวนั้นมีการทิ้งซากสัตว์เอาไว้เกลื่อนกลาดโดยที่ไม่เก็บให้สะอาด

          และที่สำคัญเสียงของสัตว์เวลาที่ถูกเชือดร้องโหยหวนสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านมากและยังมีกลิ่นเหม็นคาวทั้งจากซากศพของสัตว์และตั้งจากคาวเลือดที่สำคัญชาวบ้านไม่มีความมั่นใจว่า โรงฆ่าสัตว์แห่งนั้นได้มาตรฐานหรือไม่ และชาวบ้านยังพากันบ่อยกลัวว่าโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าวจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและอาจทำให้เกิดโรคระบาดซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเพาะเชื้อโรคจากตัดไปสู่คนก็เป็นไปได้

         อย่างไรก็ตามหลังตาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าวพบว่าเป็นโรงฆ่าสัตว์เถื่อนจริงๆไม่มีใบอนุญาตในการขอเปิดเป็นโรงฆ่าสัตว์และยังเคยมีประวัติว่าโรงฆ่าสัตว์ต่างๆนั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้ว 1 ครั้งซึ่งในครั้งนั้นถูกจับกุมเมื่อช่วงประมาณปีพศ 2559   หลังจากนั้น ก็มีการเว้นระยะไปช่วงหนึ่งแล้วกลับมาเปิดกิจการต่อ  ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าโรงฆ่าสัตว์ต่างๆค่อนข้างที่จะไม่ได้มาตรฐานและไม่มีการทำลายซากสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะที่ดี

        เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมทั้งแรงงานรวมถึงเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าว  โดยจะต้องมีการเรียกเก็บค่าปรับในโทษฐานการทำความผิดกฎหมายและอาจจะมีการสั่งจำคุกอีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม  การที่มีการเปิดโรงฆ่าสัตว์ไม่ได้มาตรฐานเมื่อนำเนื้อสัตว์ออกไปขายก็อาจจะทำให้ประชาชนที่ซื้อเนื้อสัตว์ไปรับประทานเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพร่างกายและได้รับอันตรายจากการที่ซื้อเนื้อสัตว์ไปบริโภคก็เป็นไปได้ดังนั้นประชาชนคนไหนทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์เถื่อนและเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็สามารถที่จะมีการแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะจะมีกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับด้านปศุสัตว์เอาไว้

         สำหรับการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์เถื่อนนั้นปัจจุบันนี้มีการสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมาเรียกว่า Application dld 4.0 หรือจะโทรแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจใกล้บ้านก็ได้ เพื่อที่จะได้ทำให้ประเทศไทยมีมาตรฐานแหล่งผลิตอาหารที่ได้คุณภาพและปราศจากเชื้อโรค

 

สนับสนุนโดย.   ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

นายกสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนรูปแบบการเรียนให้ลดการบ้านและเรียนน้อยลง

                    เกี่ยวกับแผนปรับปรุงระบบการศึกษาของไทยซึ่งมีกระทรวงศึกษาธิการคอยเป็นผู้ดูแลและควบคุมอยู่ได้มีการถูกสั่งการมาจากนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันให้มีการวางแผนการจัดการดูแลนักเรียนในรูปแบบการศึกษาแบบใหม่

โดยทางด้านนายกรัฐมนตรีอยากจะให้โรงเรียนนั้นออกแบบการเรียนการสอนใหม่ซึ่งหวังว่าการเรียนการสอนใหม่ในปัจจุบันนั้นจะเป็นการลดการบ้านให้กับเด็กนักเรียนอีกทั้งยังต้องการให้มีการปรับเวลาในการเข้าเรียนให้น้อยลงจากเดิม

ซึ่งทั้งนี้ความต้องการเหล่านี้ทั้งด้านนายกรัฐมนตรีได้มีการส่งแผนงานไว้ให้กับกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาลองศึกษาหาข้อมูลว่าจะสามารถดำเนินการตามความต้องการนี้ได้หรือไม่

และนับตั้งแต่ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับแผนงานนี้มาก็ได้มีการมอบหมายให้กับหน่วยงานต่างๆได้ลองพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่โดยส่วนหนึ่งนั้นอาจจะต้องมีการเรียกประชุมคณะคุณครูตามโรงเรียนใหญ่ๆ

ในเขตกรุงเทพฯเป็นหลักซึ่งโรงเรียนเหล่านี้จะเป็นโรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนเป็นรูปแบบเน้นมุ่งหวังให้เด็กนักเรียนนั้นนำความรู้ความสามารถไปแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆได้ดังนั้นโรงเรียนเหล่านี้มักจะมีการสั่งการบ้านให้นักเรียนทำใน

แต่ละวันเป็นจำนวนมากอีกทั้งการเรียนการสอนก็จะมีการจัดตารางการสอนให้นักเรียนแบบเป็นคาบเรียนในแต่ละวันซึ่งกลุ่มโรงเรียนเหล่านี้จะมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงและนักเรียนที่มาเรียนโรงเรียนเหล่านี้ก็มีความคาดหวังว่าจะได้ความรู้เต็มทั้งวันที่มีการเข้าเรียนดังนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการอาจจะต้องมีการเรียกประชุมโรงเรียนทั้งหมด 281 แห่งนี้มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการประชุมหลัก

ว่าถ้าหากมีการปรับแผนการรูปแบบลดการเรียนการสอนลงรวมถึงลดการสั่งการบ้านลงจะส่งผลกระทบอะไรบ้างกับโรงเรียนต่างๆเหล่านี้และจะสามารถทำได้หรือไม่ซึ่งโรงเรียนจะต้องมีการอธิบายและแนะนำเพิ่มเติมถึงข้อดีข้อเสียของการที่หากมีการบ้านในปริมาณเท่าเดิมกับการบ้านที่ลดน้อยลงแล้วจะแตกต่างกันอย่างไร

ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะเป็นการนำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก่อนที่จะมีการพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือมีการส่งเรื่องไปให้กับทางนายกรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วขั้นตอนการปฏิบัติที่แท้จริงจะสามารถทำตามอย่างที่นายกรัฐมนตรีต้องการได้หรือไม่ 

          อันที่จริงสำหรับผู้ปกครองบางกลุ่มที่ไม่ได้หวังให้ลูกต้องเรียนแบบเคร่งเครียดมากนัก ก็คงจะชอบหลักการที่นายกมีการส่งให้ทำ นั่นก็คือการเรียนให้น้อยลงในห้องเรียนและเน้นทำกิจกรรมนอกห้อง และลดการบ้านให้เด็กนักเรียนให้ทำการบ้านให้น้อยที่สุด

เพราะเด็กจะได้ไม่เครียด แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีผู้ปกครองและเด็กอีกกลุ่มที่ชื่นชอบการเรียนในชั้นเรียนและไม่นิยมการทำกิจกรรม ดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะสั่งให้ทำอะไรก็ควรที่จะมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  aecasino

เจอแล้ว พรานเก่ง ที่หายตัวมานานกว่า 2 สัปดาห์ 

         จากกรณีที่ครอบครัวของนายเสน่ห์หรือที่รู้จักกันดีในนามของพรานเก่ง ซึ่งเป็นพรานล่าสัตว์ได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยติดตามหาตัว พรานเก่ง ที่หายตัวไปปริศนาหลังจากที่ได้มีการบอกกับทางญาติๆว่าจะออกไปหาของป่า

ซึ่งทางด้านญาติของพรานเก่งนั้นได้บอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า พรานเก่งได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพศ2563

จนปัจจุบันก็ยังไม่สามารถที่จะติดต่อได้ซึ่งโดยปกติแล้วพรานเก่งมักจะเข้าป่าไปหาของป่าอยู่เป็นประจำแต่เนื่องจากว่าพรานเก่งเป็นนายพรานที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เป็นอย่างมากซึ่งใช้ระยะเวลาเข้าป่าเพียงไม่กี่วันเท่านั้นก็มักจะกลับออกมาจากป่าแล้วแผนที่ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่พบตัวเสียทีจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันออกไปตามหาตัวด้วย

และหลังจากที่ได้รับการแจ้งเรื่องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทหารและตำรวจต่างก็พยายามออกติดตามหาตัวพรานเก่ง โดยมีการเดินเท้าเข้าไปในป่าเพื่อปูพรมตามหาพรานเก่งซึ่งทางญาติของพรานเก่ง

นั้นระบุว่า ตัวนายพรานนั้นได้เข้าไปในป่าที่เป็นป่าเขาชมภู่อยู่ในเขตเขาเขียว  ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของการหายตัวไปของพรานเก่ง นั้นนับได้ว่าเป็นข่าวที่โด่งดังเป็นอย่างมากมีหลายคนออกมาช่วยกันติดตามหารวมถึงหมอปลาหมอดูคนดังอย่างไร

ก็ตามได้มีการหาตัวกันมา 2 สัปดาห์จนในที่สุดในตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็สามารถพบร่างของ พรานเก่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยมีการค้นพบซากโครงกระดูกและใส่เสื้อผ้าของพรานเก่ง อยู่ในป่า

ซึ่งเป็นป่าเดียวกันกับที่ญาติของพรานเก่ง ได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรก็ตามจากร่องรอยที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นไปได้ว่า  พรานเก่ง น่าจะเสียชีวิตจากการที่ถูกอาวุธปืนของตนเองยิงแล้วเสียชีวิตลง เนื่องจากมีร่องรอยการเอาเชือกไปผูกอาวุธปืนเอาไว้ซึ่งอยู่ในระดับประมาณหัวเข่าของคนทำให้ญาติเชื่อว่าพรานเก่ง

  น่าจะมีการดักอาวุธปืนเพื่อเอาไว้ยิงสัตว์แต่น่าจะเดินไปติดกับดักของตนเองและถูกอาวุธปืนยิงทำให้เสียชีวิตพบว่าบริเวณรองเท้าที่พรานเก่ง ใส่อยู่เป็นประจำนั้นมีร่องรอยของการถูกกระสุนปืนซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นเป็นอาวุธปืนเดียวกันกับที่มีการผูกเอาไว้ล่าสัตว์นั่นเองซึ่งทางด้านของพรานเก่งนั้นไม่มีใครติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะเชื่อว่าเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

  โดยลักษณะของการเสียชีวิตนั้นตัวของนายพรานเองน่าจะถูกอาวุธปืนยิงเสียเลือดมากและไม่สามารถที่จะเดินทางกลับออกจากป่าเพื่อไปรักษาตัวได้จึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องจบชีวิตลงอยู่ในป่านั่นเองซึ่งสร้างกระดูกของนายพรานนั้นถูกสัตว์กัดแทะจนเหลือโครงกระดูกก็จะตายอยู่ใกล้ๆกับพื้นที่ที่เสียชีวิตนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยจับยี่กี2ตัว

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวถูกปาดคอจัดท่าศพเหมือนคนนอนหลับ

         เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนปีพศ2563 เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณสวนหลังบ้านของผู้เสียชีวิตเองโดยผู้เสียชีวิตนั้นชื่อว่านายหรรษาอายุ 54 ปีเขาเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในมหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์

โดยสภาพศพของนายสุรินทร์นั้นทำร้ายร่างกายอย่างแสนสาหัสทั้งการฟันที่หัวและท้ายทอยที่ขมับรวมถึงใบหน้าอีกทั้งยังมีร่องรอยของการใช้มีดเชือดไปที่บริเวณลำคอซึ่งถ้าดูจากลักษณะของบาดแผลแล้วคนร้ายน่าจะมีอาการแค้นในสุรินทร์อย่างมาก

เพราะว่ามีการทำร้ายร่างกายและไปหมดอย่างไรก็ตาม คนร้ายได้นำร่างของนายสุรินทร์นั้นไปนอนไว้กระท่อมหลังบ้านจัดท่าทางให้เหมือนกับคนนอนหลับปกติทั่วไปซึ่งคนที่มาพบศพนายสุรินทร์คนแรกนั้นเป็นอดีตครู วัย 60 ปี

ซึ่งเขามีบ้านอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับสวนของนายสุรินทร์โดยคุณครูคนดังกล่าวได้บอกให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าในวันเกิดเหตุช่วงหัวค่ำตัวเขาเองแล้วก็นายสุรินทร์รวมถึงภรรยานายสุรินทร์และลูกของนายสุรินทร์ได้นั่งกินข้าว

ร่วมกันหลังจากกินข้าวอิ่มแล้วในสุรินทร์ขอตัวออกไปนอนที่กระท่อมหลังจากนั้นคุณครูวัย 60 ปีก็เข้าไปพักผ่อนในบ้านของตนเองและต่อมาช่วงเวลาประมาณตี 3 กว่าๆถึงตี 4 คุณครูวัย 60 ปีก็ตื่นนอนเพราะเป็นการตื่นนอนปกติ

ในช่วงเช้าแบบนี้อยู่แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปทางสวนหลังบ้านพบว่านายสุรินทร์นอนหลับในกระท่อมจึงได้ตะโกนเรียกพูดคุยแต่ในสุรินทร์นั้นก็นอนเฉยๆไม่ยอมตอบกลับมาตนเองจึงได้เรียกนายทุนใหม่อีกรอบนึง

ซึ่งก็พบว่านายทุนไม่ยอมตอบกลับมาเหมือนเดิมจึงได้เดินเข้าไปคุยด้วยใกล้ๆเมื่อไปถึงจึงเห็นว่านายสุรินทร์นั้นเสียชีวิตแล้วจึงได้วิ่งมาบอกภรรยาของนายสุรินทร์และลูกของนายสุรินทร์หลังจากนั้นก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบพบศพ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้มีการพยายามหาหลักฐานเพื่อตามหาตัวคนร้ายยังไงก็ตามตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานใดๆทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามให้นักประดาน้ำไปงมบ่อน้ำที่อยู่ใกล้บ้านของนายสุรินทร์ 

เผื่อว่าคนร้ายจะนำเข้าของของนายสุรินทร์หรืออาวุธที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเชิญตัวคนในหมู่บ้านซึ่งหายตัวไปในช่วงเวลาที่นายสุรินทร์นั้นประสบเหตุคดีฆาตกรรมอยู่แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น

ก็ไม่พบพิรุธอย่างใดซึ่งตอนนี้กำลังตรวจสอบหาสารคัดหลั่งรวมถึงลายนิ้วมือแฝงเกิดว่าผู้ก่อเหตุจะมีการทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

ซึ่งทางชาวบ้านเองต่างจังหวัดตัวคนร้ายเป็นอย่างมากทางด้านพี่ชายของนายสุรินทร์ก็หวังว่าตำรวจจะสามารถจับกุมตัวคนที่ก่อเหตุได้ในเร็ววันเพราะในสุรินทร์นั้นเป็นคนอัธยาศัยดีและไม่เคยมีปัญหากับใครจึงไม่พอที่จะมีข้อมูลให้ตำรวจทราบได้ว่าผู้ต้องสงสัยนั้นมีใครบ้างจึงต้องพยายามค้นหาจากพยานหลักฐานที่มีอยู่เท่านั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี

อดีตสามีดักฉุดสาว 18 ปี พร้อมส่งรูปขู่ครอบครัวฝ่ายหญิง

อดีตสามีดักฉุดสาว 18 ปี พร้อมส่งรูปขู่ครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ให้ยุ่งไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย

           มีผู้ใช้ Facebook รายนึงได้ออกมาโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือและอยากให้แชร์ข้อความของเธอ ส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยข้อความที่เธอมีการแชร์ลงไปนั้นเป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งใส่เสื้อสีเหลืองมีร่องรอยของรอยเลือดติดอยู่ตรงบริเวณเสื้อเต็มไปหมดและยังมีการถูกล่ามโซ่ตรงบริเวณลำคอแขนและก็ขาด้วย

      ในข้อความหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าตนเองนั้นเป็นพี่สาวของผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั้น  ซึ่งในขณะนี้หญิงสาวที่อยู่ในภาพได้หายตัวออกไปจากบ้านโดยระบุว่าผู้ที่ลักพาตัวไปนั้นเป็นอดีตสามีของหญิงสาวคนดังกล่าวเอง

       สำหรับหญิงสาวที่ถูกจับไปนั้นชื่อว่าน้องกิ๊ฟขณะนี้น้องมีอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้นพี่สาวของน้องกิ๊ฟได้ขอความร่วมมือคนในโลกออนไลน์ช่วยแชร์ข้อความของเธอไปยังใครก็ตามที่สามารถที่จะช่วยเหลือครอบครัวของเธอได้ให้ติดตามตัวน้องสาวของเธอมาให้เนื่องจากขนาดนี้เธอเกรงว่าน้องสาวของเธออาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิตเนื่องจากว่าคนที่จับตัวน้องสาวเธอไปนั้นได้ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายน้องสาวของเธอและครอบครัวโดยขู่ฆ่ายกครอบครัวซึ่งขณะนี้ทุกคนต่างก็พากันหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

       ในขณะนี้พี่สาวของน้องกิ๊ฟได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแล้วและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามติดตามหาที่อยู่ของอดีตสามีของน้องกิ๊ฟที่พาตัวน้องกิ๊ฟไปซึ่งขณะนี้จับสัญญาณการใช้งานโทรศัพท์ของฝ่ายชายได้ที่จังหวัดสกลนคร

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครพนม  โดยน้องกิ๊ฟนั้นเป็นคนในหมู่บ้านห้วยไห  พี่สาวของน้องกิ๊ฟได้มีการเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังว่าน้องกิ๊ฟเคยอยู่กินกับอดีตสามีคนนี้มานานถึง 6 ปีแต่ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนะน้องกิ๊ฟมักจะถูกอดีตสามีทําร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ โดยอดีตสามีของน้องกิ๊ฟเป็นคนขี้หึงมักจะก้อนผมน้องกิ๊ฟและใช้ด้ามปืนตบตีน้องกิ๊ฟอยู่เสมอ   

         แต่อย่างไรก็คิดและฝ่ายชายนั้นได้เลิกรากันไปแล้วเนื่องจากว่าฝ่ายชายได้ไปมีผู้หญิงคนอื่น หลังจากนั้นเมื่อน้องกิ๊ฟได้ขอเลิกก็หลบหนีไปอยู่บ้านญาติที่อื่น  ซึ่งผู้ชายก็พยายามออกตามหา   มาโดยตลอดจนผ่านไป 6 เดือนฝ่ายชายจึงได้มาเห็นน้องกิ๊ฟเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในหมู่บ้านหลังจากนั้นก็ได้ดักชุดน้องกิ๊ฟและส่งรูปดังกล่าวมาข่มขู่ญาติพี่น้องของน้องกิ๊ฟนั่นเอง 

         ขณะนี้เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามหาอดีตสามีของน้องกิ๊ฟและตัวน้องคิดได้ว่าไปอยู่ที่ไหนแต่คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถติดตามตัวได้จากการใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ

 

สนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

สาวโพสต์คลิปแท็กซี่โรคจิต

สาวโพสต์คลิปแท็กซี่โรคจิตชวนคุยเรื่องมีเซ็กส์แถมยังขอเบอร์โทรไม่ให้กลับล็อครถไม่ให้ลง 

         มีคลิปแชร์กันในโลกออนไลน์โดยมีการโพสต์เมื่อวันที่ 28 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 ด้วยในคลิปดังกล่าวนั้นจะมีภาพถ่ายของแท็กซี่คนหนึ่งซึ่งลักษณะของการถ่ายนั้นคนถ่ายจะอยู่ด้านหลังและถ่ายด้านข้างของชายที่ขับรถแท็กซี่

แต่เนื้อหาที่มีการสนทนากันนั้นออกแนวลามกอนาจารโดยหญิงสาวได้มีการนำคลิปนี้มาพบพร้อมกับบอกว่าเธอได้มีการเรียกรถแท็กซี่จากที่ทำงานเพื่อจะเดินทางกลับไปยังห้องพักของเธอระหว่างทางนั้นแท็กซี่ได้มีการส่วนเธอคุยเกี่ยวกับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์

และคุยเรื่องของความแตกต่างระหว่างการมีเพศสัมพันธ์และกับผู้ชายและผู้หญิงซึ่งเธอนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมากแต่เธอนั้นไม่สามารถลงจากรถแท็กซี่ได้เนื่องจากว่าแท็กซี่ไม่ยอมจอดให้เธอลงที่สำคัญระหว่างที่ขับรถไปใกล้จะถึงที่พักของเธอนั้นแท็กซี่ได้ขอเบอร์โทรของเธอ

โดยบอกว่าจะเอาไว้ติดต่อเธอและเมื่อเธอไม่ยอมให้แท็กซี่ก็ไม่ยอมให้เธอออกจากรถแต่ในที่สุดเธอก็หาทางออกมานอกรถจนได้เส้นเธอหวาดกลัวมากขนาดที่อยู่บนรถแท็กซี่เธอจึงได้แอบถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดำเนินคดีกับแท็กซี่คนดังกล่าวซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อเธอนำคลิปนี้มาโพสต์ในโลกออนไลน์เธอก็ได้มีการนำคลิปนี้แจ้งไปที่กรมขนส่งอีกด้วยเพื่อต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่กรมขนส่งนั้นตรวจสอบชายที่ขับรถแท็กซี่คนดังกล่าว

และต้องการให้ยึดใบอนุญาตการขับขี่รถแท็กซี่เพราะถือว่าเป็นภัยต่อผู้โดยสารเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวนั้นพูดเกี่ยวกับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลาอีกทั้งยังมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้เธอออกจากนอกรถแท็กซี่ได้

ซึ่งเธอได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้แล้วโดยเธอบอกว่าระหว่างที่คุยกันนั้นชายคนดังกล่าวบอกว่าเขาพักอยู่แถวเขตบางบอนทั้งนี้หญิงสาวกำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมชายคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวมาดำเนินคดีอีกครั้งที่เธอต้องการนำคลิปนี้มาโพสต์ก็เพราะว่าเธอต้องการให้คนพี่ใช้รถแท็กซี่นั้นระมัดระวังตัว

โดยเฉพาะแท็กซี่ป้ายทะเบียนที่เธอมีการระบุเอาไว้เนื่องจากว่าเป็นอันตรายสำหรับคนที่ใช้รถแท็กซี่มากโดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งถ้าหากลงจากรถไม่ได้เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรบ้างเธอก็ยังไม่รู้ดังนั้นเธอจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวชายคนดังกล่าวให้ได้และมีการถอนใบอนุญาตการขับรถแท็กซี่เพื่อที่ผู้โดยสารที่เรียกรถแท็กซี่จะได้ปลอดภัยจากคนขับรถแท็กซี่โรคจิตแบบนี้นั่นเอง

            สำหรับแท็กซี่ที่มีปัญหาทางจิตสอบสวนผู้โดยสารผู้หญิงไปมีเพศสัมพันธ์หรือแม้แต่ขอเบอร์โทรผู้โดยสารผู้หญิงหรือแม้แต่การช่วยเหลือตนเองบนแท็กซี่นั้นมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่าเป็นอันตรายกับผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะหากต้องขึ้นรถแท็กซี่ในช่วงเวลากลางคืนดังนั้นกรมขนส่งทางบกควรจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ใครมาขับรถแท็กซี่ด้วยควรจะมีการตรวจสอบปัญหาสุขภาพจิตของคนที่จะมาขับรถแท็กซี่จะเป็นการดีที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

มิจฉาชีพออกอาละวาด

มิจฉาชีพออกอาละวาดถ่ายรูปบ้านประกาศขายบน Facebook ทั้งที่เจ้าของไม่รู้เรื่อง

         กำลังเป็นปัญหากันอยู่ในขณะนี้สำหรับข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องชาวบ้านได้เข้าร้องเรียนและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบ้านของตนเองที่อยู่อาศัยนั้นถูกแอบถ่ายบริเวณหน้าบ้านหลังจากนั้นก็ไปโพสต์ขายเป็นบ้านมือสองโพสต์ขายผ่านทางเว็บไซต์ขายบ้าน

และโพสต์ขายผ่านทาง facebook ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงเรื่องบ้านของตนเองว่าเป็นบ้านที่ปลูกเอาไว้แต่ไม่ได้อาศัยอยู่มีคนนำป้ายประกาศขายบ้านมาปิดไว้หน้าบ้านทำให้เขาต้องแจ้งความดำเนินคดี

กับคนที่ประกาศขายบ้านอย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวนั้นมีบ้านที่ถูกติดประกาศขายในช่วงเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 3-4 หลังคาเรือนเลยทีเดียวในหมู่บ้านเดียวกัน

ล่าสุดในวันที่ 28 กรกฎาคมปีพศ2563 นี้เองก็มีหญิงสาวอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกันว่าบ้านของเธอที่เธอซื้อให้พ่อและพี่ชายของเธอนั้นอยู่อาศัยถูกแก๊งมิจฉาชีพมาแอบถ่ายรูปบริเวณหน้าบ้านของเธอ

หลังจากนั้นก็นำไปโพสต์ขายใน Facebook ในราคา 9 แสนกว่าบาทซึ่งเธอยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นยังมีคนอยู่อาศัยและไม่ได้มีความต้องการที่จะขายไปอย่างไรรวมถึงเธอต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาคนที่มาแอบถ่ายบ้านเธอแล้ว

นำไปโพสต์ขายเพราะเธอแกล้งว่าจะมีคนหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้กับพวกมิจฉาชีพหลังจากนั้นเธอจะเดือดร้อนจากการที่มีคนหลงเชื่อพวกแก๊งมิจฉาชีพในครั้งนี้เธอจึงต้องการมาแจ้งความเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอ

และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นช่วยกันตามหาพวกมิจฉาชีพที่ทำอาชีพแบบนี้เพราะเธอเกรงว่าจะมีคนเดือดร้อนจากการที่พวกเขาสนใจที่จะซื้อบ้านของเธอนั่นเองสำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เธอได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าตัวเองนั้น

ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการประกาศขายบ้านแต่เนื่องจากว่ามีเพื่อนที่รู้จักกันได้เข้าไปดูเว็บประกาศขายบ้านแล้วเจอบ้านของเธอซึ่งพวกเขานั้นจำได้จึงได้โทรเข้ามาถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เธอประกาศขายบ้านเธอจึงได้ขอข้อมูลเพื่อนเข้าไปดูจึงได้รู้ว่ามีคนแอบถ่ายบ้านของเธอเอาไปประกาศขายนั่นเองสำหรับบ้านหลังดังกล่าว

เธอยืนยันว่าจะยังคงไม่ขายเพราะมีคนอยู่อาศัยและที่สำคัญบ้านหลังดังกล่าวนั้นยังมีการผ่อนชำระกับทางธนาคารอยู่อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินคดีเพื่อที่จะได้ไม่มีใครถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินอีกต่อไป

          สำหรับปัญหาเรื่องของการถูกแอบถ่ายบ้านแล้วนำไปแอบอ้างเป็นขายบ้านมือสองนั้นการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดนั้นตรวจสอบไม่ยากเพราะเราสามารถตรวจสอบจาก Facebook ที่พวกเขาได้มีการโพสต์ขายได้หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ที่พวกเขามีการทดขายได้นั่นเองดังนั้นคดีแบบนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะดำเนินการได้ไม่นานก็จะสามารถจับกุมคนร้ายมาลงโทษได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv