สาวใช้แสบ ขโมยทรัพย์สินของนายจ้าง

สาวใช้แสบ ขโมยทรัพย์สินของนายจ้าง ก่อนแจ้งลาออกกระท้นหัน อ้างจะกลับไปอยู่กับลูกที่ประเทศพม่า

       หญิงสาวชาวพม่าคนหนึ่งก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของบ้านนายจ้างได้ทรัพย์สินมามูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาทหลังจากที่ขโมยของแล้วได้มีการโทรไปเรียกให้สามีมารับหลังจากขึ้นรถออกไปกับสามีก็โทรมาหาเจ้านายบอกว่าขอลาออกเพราะอยากจะไปอยู่กับลูกที่ประเทศพม่า หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ที่จังหวัดปทุมธานีพร้อมของกลางที่ขโมยมาทั้งหมด

      สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสนบางชันได้รับแจ้งจากนางสาว อรสุรี ซึ่งเธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจไนน์เอ็นเตอร์เทนหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของบริษัท  อสมท. นั่นเอง  โดยนางสาวอัญชลีได้ไปแจ้งความที่สนบางชันระบุว่าถูกลูกจ้างซึ่งชื่อว่านางสาวนาเป็นหญิงสาวชาวพม่าขโมยเงินไปเป็นจำนวนเงิน 10000 บาท

ต้องการให้เจ้าหน้าที่นั้นเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีเนื่องจากว่านางสาวนานั้นได้มีการติดต่อมาเพื่อขอลาออกและจะเดินทางออกไปประเทศพม่าอย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องแล้วจึงได้มีการประสานงานติดตามหาตัว

นางสาวนาปรากฏว่าเธอยังไม่ได้เดินทางออกไปแพร่พม่าแต่ได้ไปอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีพร้อมกับสามีของเธอโดยไปอาศัยอยู่ที่บริเวณโรงงานเต้าหู้และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงและทำการควบคุมตัวนางสาวนามาทำการสอบสวนท้ายที่สุดแล้วนางสาวนาก็ให้การรับสารภาพว่าเธอเป็นผู้ลงมือก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของนายจ้างมาจริงด้วย

ทรัพย์สินที่มีทั้งหมดนั้นเป็นเงินรวมแล้วทั้งสิ้นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาทเนื่องจากว่าเธอย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของนางสาวอัญชลีตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็ทยอยลักเล็กขโมยน้อยที่เป็นพวกสร้อยคอทองคำ  รวมถึงทองคำแท่งและยังมีทรัพย์สิน

สำหรับนางสาวนานั้นทางนางสาวอัญชลีแจ้งว่าได้มีการรับตัวมาจากศูนย์ดูแลคนชราและผู้ป่วยติดเตียงเนื่องจากว่าที่บ้านของนางสาวอัญชลีนั้นเธอมีคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่จึงต้องการคนมาดูแลและเธอได้ให้เงินเดือนกับนางสาวนาเป็นประจำทุกเดือน

เดือนละ 16,000 บาทอย่างไรก็ตามนางสาวนานั้นได้รับสารภาพว่าเมื่อเธอนำทรัพย์สินออกมาจะมีคนนำเธอนั้นไปขายของที่ขโมยอีกทีนึงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเล่นติดตามหาตัวผู้ร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆวันนี้สำหรับประวัติของนางสาวนานั้นเธอทำงานอยู่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วซึ่งขณะนี้เธอมีลูกน้อยอายุ 10 เดือนที่เธอเพิ่งคลอดที่ต้องคอยดูแล

 

สนับสนุนโดย  betbb

วัยรุ่นเล่นมือถือตอนขี่มอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถ 6 ล้อคอหักตาย

      เหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อชนเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครนายกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรงโดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นตรงบริเวณถนนสายหนองแซงศรีนาวาซึ่งเป็นจุดตรงบริเวณช่วงคลองส่งน้ำโพธิ์ศรีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ได้รับแจ้งเหตุก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าตูดรถ 6 ล้อนั้นออกมาอยู่ตรงบริเวณกลางถนนในขณะที่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ใต้ตูดรถ 6 ล้อและมีการวัยรุ่นนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ๆกันเมื่อไปทำการปรับตัววัยรุ่นคนดังกล่าว

ก็พบว่าเลือดออกตามตัวเป็นไปหมดและเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วระหว่างที่กำลังทำการเคลื่อนย้ายศพนั้นปรากฏว่าโทรศัพท์ผู้เสียชีวิตดังขึ้นและมีคนโทรเข้ามาซึ่งทางด้านกู้ภัยได้ทำการรับสายและแจ้งกับปลายทางว่าเจ้าของโทรศัพท์นั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว

ทำให้ญาติๆและแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นเดินทางมายังจุดเกิดเหตุโดยทางแม่ของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้เสียชีวิตนั้นอายุประมาณ 20 ปีชื่อว่านายจิรวัฒน์โดยผู้เสียชีวิตนั้นขอเงินแม่ออกมาแล้วบอกว่าจะไปหาเพื่อนและจะไปช่วยเพื่อนทำงานส่วนทางด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิตก็บอกว่ามาเจอกับนายจิรวัฒน์ก่อนที่นายจิรวัฒน์จะประสบอุบัติเหตุ

โดยตรงนั้นทั้งคู่กำลังกินข้าวกันเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วนายจิรวัฒน์ขอตัวออกไปทำธุระแล้วบอกว่าจะกลับมาใหม่แต่ก็ไม่เห็นกลับมาสักทีจะมาทราบข่าวอีกทีนึงว่านายจิรวัฒน์ขับรถชนท้ายรถ 6 ล้อแล้วเสียชีวิตส่วนทางด้านของพนักงานขับรถ 6 ล้อก็เลยงงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขากำลังปฏิบัติงานอยู่ตรงจุดเกิดเหตุคดี

เนื่องจากว่าตรงนี้มีการสร้างถนนกันอยู่ซึ่งจังหวะที่เขากำลังถอยหลังเอารถ 6 ล้อขึ้นบนถนนนั้นด้านหลังรถ 6 ล้อจะมีลูกน้องของเขาคอยโบกรถให้จอดอยู่แต่นายจิรวัฒน์นั้นอาจจะไม่เห็นว่ามีคนโบกรถและมีรถถอยหลังอยู่กลางถนนเนื่องจากว่าขณะที่เขาขับรถมาด้วยความเร็วสูงนั้นนายจิรวัฒน์กำลังก้มมองโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

เขาไม่ได้มองชื่อถนนทำให้ไม่ทราบว่าข้างหน้านั้นมีรถ 6 ล้อขวางถนนอยู่เมื่อถึงในจังหวัดก็พุ่งเข้าชนท้ายรถ 6 ล้อทันทีโดยไม่ได้เบรคจนทำให้ร่างกระเด็นและเสียชีวิตในที่สุดนั่นเองอย่างไรก็ตามอย่าๆของนายธวัชก็พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้

ว่ากำลังมีการเตรียมงานบวชให้กับนายจิรวัฒน์อยู่พอดีแต่ก็มาเสียชีวิตไปซะก่อนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทของนายจิรวัฒน์เนื่องจากว่ามัวแต่ก้มมองโทรศัพท์มือถือทำให้ไม่เห็นถนนหนทางจึงทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ในครั้งนี้นั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

แม่วัวท้องแก่ กระโดดลงจากรถบิ๊กอัพที่จังหวัดชัยภูมิ 

            เมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจังหวัดชัยภูมิได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้มาช่วยนำวัวที่ขาติดกับโครงเหล็กบริเวณรถกระบะ  ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณช่วงบ้านหนองไผ่ล้อมตำบลกุดตุ้มและเมื่อทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงก็พบสภาพของแม่วัวที่น่าเวทนายิ่งนัก

เนื่องจากหัวของมันนั้นจะอยู่ที่พื้นแต่ขาของบัญชีฟ้าซึ่งขาด้านนึงนั้นติดกับโครงเหล็กที่มีการต่อเติมขึ้นมาบนรถกระบะเอาไว้กั้นเพื่อป้องกันตัวออกจากรถกระบะนั่นเองอย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าตัวดังกล่าวนั้นมันกำลังท้องแก่

ซึ่งอายุครรภ์ของมันนั้นได้ 8 เดือนแล้วดังนั้นทางกู้ภัยจึงต้องพยายามช่วยกันนำขามันออกอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันขาของวัวนั้นหักรวมถึงกระทบกระเทือนไปถึงท้องของมันด้วยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำที่ตัดโครงเหล็กมาตัดเหล็กที่รถกระบะออกเพื่อที่จะได้เอาขาของมันออกได้ง่ายๆจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าของคนที่ขับรถกระบะแจ้งว่าเขาได้ซื้อวัวตัวนี้มาในราคา 40,000 บาทโดยเข้าพบว่าวัวดังกล่าวนั้น

เป็นวัวท้องแก่แล้วใกล้คลอดอีกแค่เพียงเดือนเดียวก็จะคลอดลูกออกมาจึงตั้งใจที่จะนำวัวตัวนี้ไปที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเขาจะนำบัวดังกล่าวไปเรียนที่บ้านอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการนำวัวขึ้นไปบนรถเรียบร้อยแล้วทางเจ้าของรถกระบะก็ได้นำหญ้ามาให้วัวกินแต่ระหว่างที่มีการขับมาระหว่างทางนั้นไม่รู้ว่าวัวเกิดตกใจอะไรทำให้มันพยายาม

ที่จะกระโดดออกจากโครงเหล็กจนเป็นสาเหตุให้ขาของมันนั้นไปติดกับโครงเหล็กของรถกระบะดังกล่าวและยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งติดแน่นเข้าไปใหญ่มันร้องเสียงโหยหวนซึ่งสร้างความตกใจรวมถึงทำให้หลายคนที่พบเห็นสงสัยมันเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วทางกู้ภัยเองก็สามารถที่จะช่วยเหลือแม่วัวตัวดังกล่าวได้ให้ปลอดภัยซึ่งขณะนี้ได้มีการนำแม่วัวตัวดังกล่าวนั้นไปที่จังหวัดนครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

         สำหรับเหตุการณ์แม่วัวกระโดดจากรถกระบะในครั้งนี้คาดว่าแม่วัวอัตราตกใจคิดว่าตนเองนั้นอาจจะถูกนำไปเชือดจึงได้พยายามหนีตายเนื่องจากตัวเองนั้นก็กำลังท้องแก่อยู่ซึ่งอาจจะไม่รู้ว่าตนเองนั้นถูกขายไปเพื่อให้ไปมีที่อยู่อาศัยอีกสักวันนึงเท่านั้น

ซึ่งเรามักจะพบเห็นเหตุการณ์วัวหรือหมูเวลาที่มันถูกเคลื่อนย้ายไปยังอีกสถานที่หนึ่งส่วนใหญ่มันจะพยายามกระโดดหนีเพราะมันเกรงว่ามันจะถูกนำพาไปโรงเชือดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

พ่อแม่ถูกตัดน้ำลูกชายไม่พอใจ โพสต์ประจานผู้ใหญ่บ้าน

พ่อแม่ถูกตัดน้ำลูกชายไม่พอใจ โพสต์ประจานผู้ใหญ่บ้านนำหลักฐานมาแจงค้างจ่าย5เดือนเตรียมฟ้องกับ พรบ.คอมฯ

       เมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563 มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่ชื่อว่านายเสรีได้มีการโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของตนเองโดยระบุว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นถูกกลั่นแกล้งจากทางผู้ใหญ่บ้านโดยรายละเอียดของข้อความใน Facebook ที่มีการโพสต์ออกมานั้นระบุเอาไว้ว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์

มีการจ่ายค่าน้ำค่าไฟทุกเดือนแต่ว่าถูกตัดและทุกครั้งที่มาในการเรียกเก็บเงินค่าน้ำก็ไม่เคยเอาใบแจ้งมาให้ดูซึ่งพ่อกับแม่ของเขานั้นชรามากแล้วทุกวันนี้พ่อกับแม่ของเขาไม่มีน้ำใช้จึงทำให้เขาเกิดความไม่พอใจจึงนำข้อความดังกล่าวมาโพสต์

เพื่อขอความเป็นธรรมชาวโซเชียลอีกทั้งยังระบุว่าให้มีการแชร์ข้อความนี้ต่อๆกันไปให้เป็นข่าวใหญ่ดังในที่สุดเรื่องราวก็รู้ถึงหูทางปลัดของจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านเพื่อทำการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ความว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของนายหงส์กับภรรยา โดยทั้งคู่อายุ 70 

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บ้านของนายหงส์นั้นไม่ได้มีการจ่ายค่าน้ำมาเป็นระยะเวลานาน 5 เดือนแล้วโดยทางผู้ใหญ่บ้านนั้นมีใบเสร็จและใบแจ้งเป็นหลักฐานอ้างอิงให้กับทางปลัดอำนวยความเป็นธรรมสอบดูและยังพูดอีกด้วยว่าสิ่งที่ลูกชายของนายหงส์นำไปโพสต์นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดซึ่งจำนวนยอดค้าง 5 เดือนนี้

ถ้าคิดเป็นเงินที่มีการติดเงินกับทางค่าน้ำประปานั้นเป็นยอดอยู่ที่ 775 บาทแล้วโดยเฉลี่ยแล้วก็ต้องเสียค่าน้ำเดือนละ 155 บาทเท่านั้นแต่ทุกครั้งที่ทางผู้ใหญ่บ้านได้มีการติดต่อนายหงส์ที่บ้านให้จ่ายค่าน้ำนาย หงส์ก็ทำเป็นเฉยไม่สนใจที่จะจ่ายค่าน้ำจะอย่างไรทางผู้ใหญ่บ้านจึงเห็นว่ามีการค้างค่าน้ำมันแล้วไม่อยากให้สิ่งที่นายหงส์ทำนี้เป็นตัวอย่าง

ที่ไม่ดีแก่คนในชุมชนก็ถ้าหากคนหนึ่งทำได้คนอื่นๆก็ย่อมจะทำตามเหมือนกันดังนั้นทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้มีการตัดน้ำที่บ้านของนายหงส์เพื่อให้เป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นได้เห็นว่าถ้าหากไม่ยอมจ่ายค่าน้ำก็จะไม่มีน้ำใช้เพราะเงินที่เรียกเก็บแต่ละบ้านนั้นจะต้องนำไปบริหารจัดการขายให้กับการประปาอีกทีหนึ่งเพราะหากเก็บเงินไม่ได้ก็จะไม่มีเงินไปจ่ายค่าน้ำประปาที่การประปานั้นเอง และหากเป็นแบบนั้นชาวบ้านก็จะไม่มีน้ำใช้ 

 

สนับสนุนโดย  sagame

ชาวเน็ตโวยวายพบรูปเด็กชายสองหนุ่มผูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้เพื่อเรียนออนไลน์

เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสที่โด่งดังเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของที่มีผู้ปกครองคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นผู้หญิงที่ทำการโพสต์รูปของลูกชาย 2 คนของเธอ

ซึ่งกำลังเรียนออนไลน์อยู่บนโต๊ะอาหารซึ่งเธอนั้นได้ทำการถ่ายตามปกติก่อนคือตอนที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเธอก็ถ่ายรูปอีกรูปนึงซึ่งเป็นรูปของเกี่ยวกับที่เด็กผู้ชายทั้งสองถูกเชือกที่ไหนก็ไม่รู้มามันเต็มตัวเพื่อให้นั่งติดอยู่กับเก้าอี้ไม่ว่าจะเป็นเท้ารวมถึงขนาดเอวด้วย

ซึ่งหลังจากนั้นทางคุณแม่ก็ได้โพสต์ออกมาว่าเนื่องจากเด็กๆเดินไม่ยอมหยุดเลยดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้วิธีนี้พรุ่งนี้จะซื้อเสื้อจริงจังลูกให้อยู่กับพี่ซึ่งหลังจากได้มีการโพสต์ไปนั้นชาวโซเชียลหลายๆคนถึงกับด่าเธอและสาปแช่งเธอด้วย

เนื่องจากการทำอย่างนี้ถือเป็นการทารุณเด็กในอีกวิธีนึงนอกจากนั้นยังมีหลายคนที่หาว่าเธอเป็นคนบ้าซึ่งเขายังบอกอีกว่าขนาดเวลาเรียนอยู่ที่โรงเรียนนั้นคุณครูยังไม่ทำขนาดนี้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นแต่นี่อยู่ที่บ้านทำไมถึงต้องทำขนาดนี้เด็กไม่ใช่อัมพาตจะได้ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้

ดังนั้นหลายๆคนจึงสั่งให้เธอหยุดสักทีด้วยหลายคนเม้นนั้นมักจะพูดถึงว่าเด็กๆนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเด็กๆก็จะมีปมในใจและเวลามีปัญหาอะไรก็ไม่กล้าพูดกับแม่กลัวแม่ลงโทษกลัวแม่ทำร้ายทารุณนอกจากนั้นยังมีคนคนหนึ่งซึ่งเขาบอกว่าเขานั้นเคยเป็นเนื่องจากแม่ของเขาก็เคยทำแบบนี้กับเขาซึ่งเมื่อเขาโตมาเขาก็มีปมในใจมาตลอด

จนถึงปัจจุบันนี้เขาก็ยังไม่เคยบอกอะไรกับพ่อแม่เลยเนื่องจากกลัวว่าจะโดนมัดจิซึ่งไม่อยากให้เด็กๆรุ่นใหม่โดนบ้างเพราะมันทรมานเป็นอย่างมากซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าผู้ปกครองที่โพสต์นี้ออกมาคือใครแล้วทำทำไมทำเพื่อแกล้งเล่นมุกตลกๆ

หรือทำอย่างจริงจังซึ่งตอนนี้หลังจากที่มีคนด่าและสาปแช่งช้ามากมายเธอก็ได้ทำการปิด Facebook หนีไปแล้วและไม่มีใครหาเธอเจออีกเลยแต่ถึงแม้เธอจะปิด Facebook หนีไปแล้วหลายคนก็พยายามตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่

เพื่อพูดถึงหญิงสาวคนนี้ที่ทำอย่างนี้แล้วก็ยังด่าและสาปแช่งเธออย่างไม่หยุดหย่อนจนตอนนี้เธอกลายเป็นคนที่ถูกด่าสาปแช่งเยอะมากในโลกโซเชียลจนติดอันดับไปแล้วสำหรับคนที่ทำเรื่องนี้และถ้าเกิดว่ากำลังอ่านบทความนี้อยู่ขอให้คุณเลิกทำนิสัยแบบนี้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามเพราะนั่นอาจจะทำให้ลูกของคุณรู้สึกน้อยใจก็เป็นได้และที่พูดมานี้ก็เพื่อความหวังดี ค่ะ

 

ขอบคุณ  sa game vip

พี่เตี้ย มช. หายออกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    หากพูดถึงพี่เตี้ย มช. เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จักแต่ถ้ามีการติดตามข่าวสารกันมาสักระยะหนึ่งจะรู้ดีว่าพี่เตี้ยมชนั้นหมายถึงสุนัขตัวหนึ่ง

ซึ่งเป็นที่รักของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กันทุกคน  เนื่องจากหมาตัวนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มานานแสนนานและทุกครั้งที่มีนักศึกษาใหม่เข้ามาแล้วต้องไปรับน้องสุนัขตัวนี้ก็จะมีการไปร่วมรับน้องกับนักศึกษาด้วยทุกครั้งจนทำให้เขาเป็นสุนัขที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยทุกคน

รู้จักและรักใคร่กันดีรวมถึงหลายคนที่ติดตามเพจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่างก็รักสุนัขตัวนี้กันทุกคนซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสุนัข Celeb ชื่อดังของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เลยทีเดียวแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสุนัขตัวนี้ได้หายออกไปจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยยังไม่สามารถติดตามตัวได้ว่าหายไปไหนนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างพากันติดตามหาตัวสุนัขตัวนี้

มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 โดยมีการโพสต์ตามหาผ่านทาง facebook และมีการแต่และติดป้ายประกาศตามหาแต่ก็ยังไม่พบว่าจะมีคนเห็นสุนัขตัวดังกล่าวซึ่งหลายคนรู้สึกเป็นห่วง  พี่เตี้ย  มช.กันมาก

เนื่องจากขนาดนี้  พี่เตี้ย  มช.ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาจำเป็นต้องกินยาทุกวันแต่เมื่อหายออกไปหลายวันแบบนี้สุนัขตัวนี้จึงไม่ได้กินยาเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับสุนัขไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของสุนัขตัวนี้หรือแม้แต่พระอาจารย์ในมหาวิทยาลัยและนักศึกษาทุกคนต่าง

ก็รู้สึกเป็นห่วงสุนัขตัวนี้กันเป็นอย่างมากเพราะทุกคนต่างก็ช่วยกันค้นหาทั้งในลิฟท์ในน้ำในท่อระบายน้ำหรือแม้แต่ในห้องเรียนก็ไม่พบ พี่เตี้ย  มช.เลยซึ่งคิดว่าสุนัขตัวนี้อาจจะมีการส่งออกไปนอกมหาวิทยาลัยจึงได้มีการประกาศตามหาพร้อมทั้งให้เบอร์ติดต่อเอาไว้ซึ่งนอกจากจะตามหาผ่านทาง Facebook Instagram Twitter แล้ว

ยังพบว่ายังมีการติดป้ายประกาศตามสถานที่ต่างๆด้วย โดยหลายคนกลัวว่าสุนัขตัวดังกล่าวอาจจะประสบอุบัติเหตุอยู่ด้านนอกมหาวิทยาลัยและไม่มีใครทราบซึ่งตอนนี้แม้แต่สื่อมวลชนก็ยังทำข่าวการหายตัวไปของ  พี่เตี้ย  มช.  สุนัขตัวโปรดของคนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กันเลยทีเดียว

     สำหรับคนที่รักสัตว์แล้วหากขาดหายไปก็คงคิดถึงและเป็นห่วงซึ่งสุนัขตัวนี้เป็นสุนัขที่อยู่กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาหลายปีดังนั้นจึงมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือแม้แต่นักศึกษาต่างก็พยายามช่วยกันค้นหาสุนัขตัวนี้

กันอย่างมากเนื่องจากทุกคนเริ่มมีความเป็นกังวลใจว่าสุนัขตัวนี้อาจจะประสบอุบัติเหตุหรือหลงทางอยู่ที่ไหนจะหาทางกลับมหาวิทยาลัยไม่ได้ซื้อรหัสใครเจอสุนัขตัวนี้ก็สามารถที่จะแจ้งเบาะแสตามเบอร์โทรที่มีการติดประกาศไว้หรืออาจจะพาไปที่โรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้ทางโรงพยาบาลประสานงานมาที่มหาวิทยาลัยก็ได้นี่เป็นเรื่องราวความน่ารักที่คนมีต่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า rb88

เศรษฐกิจแย่แต่ธุรกิจหวยรุ่ง   

ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยมีปัญหาซบเซาเอกธุรกิจหนึ่งที่ยังสามารถดำรงอยู่ได้และเป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้กับเจ้าของกิจการเป็นอย่างมากนั่นก็คือธุรกิจการขายหวยซึ่งในปัจจุบันเจ้ามือหวยไม่จำเป็นต้องมาเดินขายหวยตามบ้านคนแล้วเพราะสามารถเปิดขายหวยผ่านทางออนไลน์ได้ดังนั้นตอนนี้ก็ใช้ขายหวยออนไลน์จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็ถึงแม้ว่าหวยที่ประเทศไทยปัจจุบันจะมีการปิดเรือนกาญประกาศผลรางวัลออกไป

แต่ก็ยังมีหวยของประเทศอื่นๆที่ยังเปิดให้บริการตามปกติดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่มีรายได้จึงมักหันมาพึ่งพิงการซื้อหวยเพื่อหวังจะได้รับเงินรางวัลมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในปัจจุบันนี้มีเว็บขายหวยออนไลน์ต่างๆมากมายที่เปิดขายหวยไม่ว่าจะเป็นหวยลาว   หวยยี่กี่   หวยเวียดนาม   หวยฮานอย  หรือแม้แต่หวยหุ้นต่างๆ

ก็สามารถที่จะซื้อได้ซึ่งเราสามารถซื้อหวยได้ทุกวันเรียกได้ว่าแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ดังนั้นทำให้คนที่ไม่มีรายได้แต่อยากจะหารายได้จากการเสี่ยงโชคเริ่มหันมาสนใจเว็บไซต์ขายหวยกันเป็นจำนวนมากเพราะไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแค่หาเลขที่คิดว่าน่าจะถูกแล้วนำเงินมาซื้อก็สามารถลุ้นเงินรางวัลได้แล้ว

     และบางเว็บไซต์ที่มีการขายหวยนั้นไม่ได้ขายเฉพาะหวยอย่างเดียวเท่านั้นปัจจุบันเว็บไซต์ขายหวยนอกจากเราจะซื้อหวยได้แล้วเรายังสามารถร่วมสนุกกับเกมส์ต่างๆที่ในเว็บไซต์ขายหวยมีให้เล่นเกมเป่ายิ้งฉุบ   เกมทายหัวก้อย   ซึ่งเกมเหล่านี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่เข้าไปเล่นได้เช่นเดียวกัน

     ดังนั้นในช่วงที่มีการขอความร่วมมือประชาชนในการไม่ออกนอกบ้านหลายคนส่วนใหญ่ไม่รู้จะทำอะไรก็มักจะเข้ามาใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือการเข้าไปเล่นหวยเพื่อที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของการคลายเหงาแล้วยังสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่เข้าไปเล่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

และในปัจจุบันนี้หาใครที่ไม่รู้ว่าจะสามารถหาซื้อหวยจากเว็บไซต์ไหนได้บ้างแค่เพียงค้นหาจาก Google ก็จะมีเว็บไซต์ขายหวยเป็นจำนวนมากขึ้นมาโชว์ที่หน้าจอให้ผู้ที่ต้องการเสี่ยงโชคเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วก็สามารถเข้าไปซื้อหวยได้เลยซึ่งขั้นตอนการสมัครสมาชิกรวมถึงขั้นตอนการซื้อหวยนั้นไม่ได้ยุ่งยากมีวิธีการง่ายๆ

ที่จะบอกให้ลูกค้าเข้าไปทำอะไรกันได้ซึ่งแม้แต่ผู้สูงอายุเองอ่านขั้นตอนก็สามารถทำรายการเองได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยทั้งนี้หากใครที่ต้องการจะซื้อหวยผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ก็ให้ตรวจสอบข้อมูลหาข้อมูลการรีวิวให้ดีว่าตอนนี้มีเว็บไซต์ไหนที่กำลังมีชื่อเสียงและจ่ายจริงบ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกหลอกหลักการซื้อหวยออนไลน์ 

ร้านเกมฝ่าฝืนเคอร์ฟิว  เปิดร้านหาเงินเลี้ยงครอบครัว

ร้านเกมฝ่าฝืนเคอร์ฟิว  เปิดร้านหาเงินเลี้ยงครอบครัว ลั่นถึงถูกจับแต่ก็ดีกว่าไม่มีกิน

         ที่จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. แม่โจ้ ได้รับแจ้งเหตุมีร้านเกมเปิดให้บริการให้ลูกค้าเข้ามาเล่นเกมรวมถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตภายในร้าน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่รับทราบเรื่องจึงได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าร้านเกมดังกล่าวมีการเปิดให้บริการจริง มีเครื่องคอมฯอยู่ 5 เครื่อง และมีวัยรุ่นอยู่ประมาณ 5 คนเข้ามานั่งเล่นอินเตอร์เน็ตและเล่นเกมกันภายในร้านเกม

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวทั้งเจ้าของร้านและกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาเล่นเกมทั้งหมด 5 คนเอาไว้ด้วย รวมทั้งเก็บยึดคอมฯเอาไว้เป็นของกลาง สำหรับในการดำเนินคดี  สำหรับร้านเกมแห่งนี้ มีพลเมืองดีโทรเข้าไปแจ้งเหตุว่ามีการเปิดให้วัยรุ่นเข้าไปใช้บริการอินเตอร์เน็ต ซึ่งชาวบ้านกลัวว่าจะเป็นแหล่งมั่วสุมและเป็นสถานที่แพร่โควิด-19 ได้เพราะมีวัยรุ่นเข้าออกร้านทุกวันและเป็นจำนวนมาก

    ซึ่งเรื่องนี้ทางนักข่าวได้ลงพื้นที่ไปคุยกับเจ้าของร้านเกม ซึ่งภายในร้านเป็นหอพักและมีการแบ่งห้องเอากระจกมากั้นเอาไว้ เป็นกระจกสีทึบ และเมื่อมองเข้าไปด้านในก็เห็นโต๊ะเก้าอี้วางเรียงกันอยู่ 5 ตัว

เจ้าของร้านเกมที่ถูกแจ้งจับได้บอกกับนักข่าวว่า มีการเปิดให้เล่นเกมจริงแต่คนที่เล่นก็เป็นลูกหลานบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น และร้านเพิ่งเปิดให้เด็กวัยรุ่นเข้ามาเล่นเกมได้เพียงสองวันเท่านั้นเอง ที่สำคัญไม่ได้เปิดให้ที่นี่เป็นแหล่งมั่วสุมอย่างที่ชาวบ้านให้ข่าว

ซึ่งถูกจับก็ต้องหาเงินไปประกันตัวสองหมื่นบาท ที่ต้องเปิดให้เด็กเด็กแถวบ้านเข้ามาเล่นเกมนั้น ก็เพราะต้องการหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ตนเองก็มีลูกมีเมียที่ต้องดูแล  การเปิดให้ญาติกันเข้ามาเล่นเกมนี้ก็เป็นการหาเงินมาเสริมเพราะตอนนี้รายได้ที่เคยมีก็ลดลงตั้งแต่มีปัญหาเรื่องโควิด-19 โดยรายได้ในแต่ละวันนั้นได้เพียงแค่ประมาณ หนึ่งร้อยบาทเท่านั้นเอง และเจ้าของร้านเกมยังยืนยันว่าที่นี่ไม่ได้เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 แน่นอน

เพราะลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็ใส่หน้ากากอนามัยและที่ร้านก็มีเจลล้างมือไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ และที่ต้องยอมเสี่ยงเปิดร้านเกมนั้นก็เพราะว่า หากไม่ทำก็ไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว หากไม่ทำก็จะอดตาย ดังนั้นยอมเสี่ยงถูกจับดีกว่าที่จะเห็นครอบครัวอดตาย

   เหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเพราะทุกคนก็เกรงกลัวกฎหมายด้วยกันทั้งนั้น ถูกจับไปนอกจากจะต้องเสียเงินมาประกันตัวเองแล้วยังต้องติดคุกอีกด้วย แต่หากไม่ทำก็ไม่มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลต้องรีบหาทางออกให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน

โจ๋วัย 19 ถูกจ่อยิงขมับ  แต่ไม่ตาย  รอดปาฎิหาริย์

   ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันซึ่งในภาพจะไม่ค่อยได้เห็นชัดมากนักได้ยินเป็นเสียงและการใช้หัวตีกันรวมถึงผู้ที่ถ่ายคลิปเองก็มีการคุยกันเกี่ยวกับรถที่จอดตรงบริเวณที่กลุ่มวัยรุ่นตีกันจะได้รับความเสียหายโดยพื้นที่ที่เกิดเหตุฉันเกิดเหตุที่ซอยบางหญ้าแพรก ตำบลบางหัวเสือ  จังหวัดสมุทรปราการ 

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้บาดเจ็บมีชื่อว่านายโดม อายุ 19 ปี ในขณะเกิดเหตุนายโดมกำลังนั่งเล่นอยู่ตรงศาลาริมทางปากซอยบางหญ้าแพรก ซึ่งพี่สาวของนายโดมได้ให้ข้อมูลกับสถานีช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่ม นายโดมได้โทรเข้ามาคนที่บ้านโดยบอกว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืน โดยกระสุนปืนฝังเข้าไปที่ศรีษะด้านใน 

เมื่อพี่สาว ทราบเรื่องก็รีบเดินทางไปดูน้องชายทันที ปรากฏว่าตอนนี้น้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวพี่สาวเองก็สงสัยเหมือนกันว่าน้องชายตนเองไปมีเรื่องกับใคร เดินทางพี่สาวของนายโดมและเล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่าช่วงที่ก่อนนายโดมจะเข้ารับการผ่าตัดนั้นได้มีการพูดคุยกับพี่สาวได้ปกติดีและได้เล่าให้กับพี่สาวฟังว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น

เนื่องจากว่านายโดมและเพื่อนพากันขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปซื้อของหลังจากนั้นก็พากันมานั่งเล่นอยู่ตรงศาลาริมทาง ระหว่างที่นายโดมกับเพื่อนกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้นก็มีรถมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3-4 คัน

โดยทั้งหมดมีการเบิ้ลเครื่องยนต์ตรงบริเวณที่นายโดมและเพื่อนนั่งเล่นกันอยู่ทำให้นายโดมตะโกนถามออกไปว่าจะเบิ้ลเครื่องทำไม ซึ่งทางวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาก็ได้ขับเลยไปแต่นายโดมชวนเพื่อนให้ขับรถตามกลุ่มวัยรุ่นนั้นไปเมื่อไปถึงระหว่างทางกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็พากันขับมอเตอร์ไซค์มาล้อมรถของนายโดมและเพื่อนๆที่นั่งซ้อนกันมา 3 คน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการตะลุมบอนกันเกิดขึ้น

เป็นวัยรุ่นพากันรุมทำร้ายนายโดมและเพื่อนและหนึ่งในใช้ปืนยิงมาที่หัวของนายโดม แล้วพากันหลบหนีไปหลังจากนั้นเพื่อนของนายโลมก็ได้นำร่างของนายโดมไปส่งที่โรงพยาบาลขึ้นระหว่างทางนายโดมยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติ และยังสามารถโทรไปเล่าเหตุการณ์ให้พี่สาวและค้นหาบ้านฟังได้

  ซึ่งทางเพื่อนของน้องโดมยืนยันว่าไม่รุ้ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร เพราะกลุ่มคนร้ายแต่งกายมิดชิด มีทั้งหมดประมาณ 10 คน อีกทั้งยังบอกด้วยว่าการที่นายโดม  ถูกยิงที่ศีรษะในครั้งนี้แล้วไม่เสียชีวิตนั้นถือว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่างมากซึ่งหลายคนเชื่อว่าเกิดมาจากการที่นายโดมสร้อยคอที่มีหลวงพ่อเผย วัดบางหญ้าแพรก รุ่นปี 05 ซึ่งเชื่อกันว่ารุ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นรุ่นที่ยิงไม่เข้า 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

คนที่ถุยน้ำลายและล้วงเป้าจะเอาไปป้ายลิฟต์หนังถูกจับแล้วและโดนข้อหา

ต้องบอกว่าหลังจากที่มีโรคโควิค 19  คนใส่หน้ากากและป้องกันเป็นอย่างดีแต่เราไม่รู้ว่าคนที่ป่วยจะทำอะไรบ้างนะว่าหลายคนคงจะฟังข่าวนี้มาบ้างแล้วแต่สำหรับหลายคนที่ยังไม่เคยฟังเรามาฟังเรื่องราวต้นๆง่ายๆเร็วๆกันก่อนนะคะคือเรื่องมันเป็นอยู่ว่าได้มีผู้ชายคนหนึ่งถุยน้ำลายและเอามือไปป้ายกับนิดและตรงปุ่มลิฟท์หลังจากนั้นระหว่างที่รอลิฟต์กำลังขึ้น

หรือลงตามทางที่เขากำลังจะไปเขาได้ทำการเอามือของเขาล้วงเข้าไปในกางเกงจะเอามือที่ล้วงเข้าไปในกางเกงนั้นไปป้ายกับผนังหมดกล้องวงจรปิดจับได้และทางเจ้าของลิฟต์จึงได้เอาภาพจากกล้องวงจรปิดไปให้กับทางนักข่าวและทางตำรวจหลังจากนั้นเมื่อผ่านไปสักพักตำรวจก็สามารถตามจับตัวคนที่ถุยน้ำลายและรวมเป้าและเอาไปป้ายผนังลิฟท์ ได้ในที่สุด และคนที่ทำการคุยน้ำลายและล้วงเป้าจะเอาไปป้ายลิฟต์นั้นเมื่อตรวจแล้วพบว่าผู้ชายคนนั้นป่วยเป็นโรคโควิค 19

และหลังจากนั้นเขาได้บอกกับทางฉันว่าที่เขาทำไปนั้นก็เพราะว่าเขาไม่อยากตายตัวคนเดียวจึงได้ถุยน้ำลายใส่มือและเอาไปป้ายลิฟต์ก็เพื่อให้คนติดไปด้วยเมื่อจากผนังของลิฟท์พี่เอามือล้วงเข้าไปในกางเกงฉันต้องการให้ทุกคนติดเชื้อไปด้วยอีกครั้งกับสิ่งที่เขาทำเขาตอบเพียงแค่ว่าต้องการให้คนติดและตายเป็นเพื่อน และที่เขาได้ไปนั่นก็คือ สถานี BTS ละเวลา 5:2 3น.ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่เขาได้ทำการปล่อยน้ำลายใส่มือเอาไปป้ายที่ผนังลิฟต์และเป็นเวลาเดียวกันที่เขาล้วงมือเข้าไปในกางเกง

และได้เอาไปแปะกับผนังแต่ยังไม่ต้องกลัวไปนะคะเพราะว่าทางเจ้าของสถานี BTS ได้ออกมาบอกเราว่าเข้าได้ให้พนักงานไปทำความสะอาดที่ลิฟต์ให้แล้วดังนั้นสามารถกลับมาใช้ได้อีกถึงแม้ว่าทางสถานีจะทำการทำความสะอาดแล้วแต่ยังไงก็อาจจะยังมีเชื้อโควิค 19 อยู่ดังนั้นถ้าใครจำเป็นต้องไปที่นั่นจริงๆหลังจากที่ใช้ลิฟต์เสร็จแล้วก็ควรจะหาเจลล้างมือใช้หรือก็ควรที่จะรีบล้างมือ

โดยทันทีเพื่อที่เชื้อโรคจะได้ไม่เข้าสู่ร่างกาย ผู้ชายคนนี้ได้ทำการป้ายน้ำลายที่ปุ่มกดชั้นลิฟท์ 6 ครั้งด้วยกันและว่ายน้ำลายบนที่จับหรือที่เรียกว่าอะไรบนลิฟท์ 2 ครั้งและล้วงกางเกงป้ายปุ่มกดชั้นลิฟต์ 11 ครั้ง หลังจากที่เขาได้กระทำการดังกล่าวเขาก็หายไปเลยแต่สุดท้ายทั้งตำรวจก็ตามตัวของผู้ชายดังกล่าวเจอสุดท้ายเขาจึงถูกจับและถูกคุมตัวไปที่สน. ซึ่งสุดท้ายใช้พรุ่งนี้ได้ถูกจับและโดนข้อหาแล้ว ถ้าใครที่เป็นโรคโควิค 19 อ่านอยู่แล้วก็จำไว้นะคะว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้นเพราะมันจะเป็นการแพร่เชื้อตอบทุกๆคนบนโลกและถ้าคุณทำอย่างนั้นคุณก็จะได้บาปนะคะ