แม่ปล่อยให้ลูกเปิดหมวกเล่นเปียโนหาทุนเรียนไม่หวั่นแม้มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

   ไม่เห็นการแชร์ภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นเปียโนอยู่ตรงบริเวณทางเดิน sky walk  สาธรโดยเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งเล่นเปียโน โดยมีแม่คอยนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งหลายคนที่ได้มาเห็นคลิปน้องเล่นเปียโน ตรงบริเวณsky walk

ต่างก็ออกมาพูดกันว่าทำไมแม่ถึงปล่อยให้น้องเล่นเปียโนในขณะที่กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในขณะนี้ แล้วยังมีการแชร์ข้อความที่แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ออกมาตอบโต้ชาวโซเชียลที่มาวิพากษ์วิจารณ์ลูกสาวของเขา

ซึ่งมีบางข้อความที่แม่ของเด็กได้ออกมาตอบโต้คนในโซเชียลยกตัวอย่างเช่นทำไมถึงไม่ให้ลูกหยุดออกมาเล่นเปียโนไม่กลัวการติดเชื้อไวรัสเข้าอีกเหรอคะ

ซึ่งทางคุณแม่ของเด็กเองก็ได้ไม่ตอบโต้กับคนที่มาสอบถามว่าถ้าหยุดแล้วจะจ่ายค่าเทอมแทนหรือเปล่าถ้ากลัวติดเชื้อจะต้องหยุดหายใจด้วยหรือไม่ซึ่งหลายคนไม่เห็นข้อความนี้ก็เกิดความไม่พอใจแม่ของเด็กเป็นอย่างมาก 

        หลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกมาข้างนอก ก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามแม่ของเด็กถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งทางแม่ของเด็กเองก็ได้บอกว่าตนเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและรู้วิธีการเลี้ยงลูกอยู่แล้วซึ่งตนเองก็รักลูกของตนเองมากดังนั้นเมื่อลูกตนเองมีพรสวรรค์พิเศษจึงอยากจะสนับสนุนลูก ซึ่งลูกสาวของตนเองนั้นเป็นเด็กเล่นเปียโนมาก

ดังนั้นต้นทุนสนับสนุนให้ลูกเรียนเปียโนแต่ค่าเล่าเรียนในการเรียนเปียโนนั้นค่อนข้างแพงคิดเป็นชั่วโมงละ 1,000 บาท แล้วตอนนี้ทางโรงเรียนสอนเปียโนก็มีการคิดค่าเทอมเพิ่มขึ้นจากชั่วโมงละพันมาเป็นชั่วโมงละ 2,000 บาท

และการโรงเรียนแต่ละครั้งต้องลงเรียนเป็นคอร์สซึ่งคอร์สนึงต้องลง 6 ชั่วโมงถ้าคิดเป็นจำนวนเงินแล้วก็คิดเป็นคอร์สละ 10,000 บาท ซึ่งทำให้ภาระการหาเงินเพิ่มมากขึ้นแต่ในเมื่อลูกสาวยังต้องการที่จะเรียนเปียโน ตนเอง

จึงให้ลูกหาประสบการณ์ด้วยการให้ลูกมาหาเงินลงคอร์สเรียนเปียโน ด้วยตนเองโดยทางคุณแม่ของน้องยืนยันว่าได้มีการทำเรื่องขอกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้รับการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตัวแม่เองก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญให้น้องมาทำการเปิดหมวกแต่น้องเต็มใจที่จะมาทำเอง ส่วนเรื่องหลายคนที่ห่วงว่าน้องจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นคุณแม่เองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการอนามัยและให้น้องหมั่นล้างมืออยู่บ่อยๆ น้องยังต้องเรียนเปียโนอยู่ตลอดเพื่อพัฒนาฝีมือดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายจึงทำให้น้องต้องออกมาหาเงินเพื่อไปลงคอร์สเรียน 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

พบศพหญิงชราชาวจีนอนเสียชีวีตอยู่ภายในบ้านร้างเพียงลำพัง คาดว่าอาจถูกข่มขืน

               ช่วงเวลา 15:00 นของวันที่ 21 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่รกร้างมีบ้านร้างอยู่หลังหนึ่ง

ตั้งอยู่กลางป่าซึ่งภายในมีข้าวของเครื่องใช้โดยชาวบ้านที่มาพบศพคนแรกบอกว่าที่บริเวณตรงนี้เป็นบ้านร้างและได้มีหญิงชราคนหนึ่งอายุประมาณ 70 ปีได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านร้างแห่งนี้ซึ่งหญิงชราคนดังกล่าวนั้นเป็นหญิงชาวจีน

และเธอมีอาชีพเป็นหมอดูซึ่งเธอมักจะเดินทางออกจากบ้านร้างแห่งนี้แล้วไปบริเวณชายหาดเพื่อทำการขอดูดวงให้กับนักท่องเที่ยวแลกกับเงินซึ่งหญิงชราจีนคนนี้อยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้คนเดียวมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วโดยตลอดเวลาที่พบเห็นกันนั้นก็เคยพูดปะพูดคุยกันหญิงชราเป็นคนอัธยาศัยดีและสามารถพูดคุยกับทุกคนทั่วไปได้

ซึ่งเธอไม่เคยพบเห็นว่าหญิงชราจะมีญาติพี่น้องมาหาแต่อย่างใดชาวบ้านหลายคนไม่ได้มีการสงสัยว่าหญิงชราหายไปไหนจึงทำให้ไม่รู้ว่าหญิงชรานั้นถูกฆ่าเสียชีวิตตายคาบ้านร้างในวันที่พบศพนั้นมีคนเดินผ่านมาเราได้กลิ่นเหม็นจึงได้เดินเข้ามาดูจึงพบศพของหญิงชราเสียชีวิตภายในบ้านร้างซึ่งสภาพของศพนั้นน่าจะมีการตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

แต่ลักษณะของศพนั้นคาดว่าเหมือนจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าและมีอาการนอนเหมือนขาถ่างซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการสันนิษฐานกันว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจาก 2 สาเหตุอาจจะเป็นไปได้ว่าหญิงชรานั้นป่วยตาย

เนื่องจากว่าอยู่คนเดียวแล้วไม่มีใครมาดูแลเมื่อมีอาการล้มลงไปซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตไปในขณะที่อยู่ระหว่างการแต่งตัวก็ได้หรือเหตุการณ์หนึ่งก็อาจจะถูกข่มขืนเพราะบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่มีก่อสร้างมาทำงานเยอะมากซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนงานก่อสร้างบุคคลมาแล้วข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชรากายก็เป็นได้

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อมูลหลักฐานว่าหญิงชราคนดังกล่าวนั้นเป็นใครมาจากไหนเนื่องจากไม่มีเอกสารต่างๆบอกถึงชื่อนามสกุลหรือว่าที่อยู่ที่จะสามารถติดต่อเครือญาติของหญิงชราคนดังกล่าวได้เลยและทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามหาหลักฐาน

เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงชราว่าเกิดจากการป่วยหรือการถูกข่มขืนกระทำชำเราหากมีการถูกข่มขืนก็จะได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

คืบหน้าคดีน้องอิ่มบุญกับน้องอมยิ้ม

คืบหน้าคดีน้องอิ่มบุญกับน้องอมยิ้มเจ้าหน้าที่กองปราบเชื่อว่าเด็ก กินสารพิษเข้าไปเพราะแม่วางยา 

         เมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการณ์ผ่านทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีของเด็กหญิงอิ่มบุญกับเด็กหญิงอมยิ้มของเด็กหญิงที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากอาเจียนออกมาเป็นเลือดซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการสงสัยกันว่าแม่ของเด็กที่ชื่อว่าแม่ปุ๊กจะเป็นคนที่วางยาเด็กทั้งสองคนด้วยก่อนหน้านี้

แม่ปุ๊กได้มีการประกาศรับเงินบริจาคจากเรา Social เนื่องจากว่าลูกสาวทั้งสองคนของเธอนั้นป่วยด้วยโรคประหลาดซึ่งไปทำการรักษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้ว่าเป็นอะไรจนในที่สุดลูกสาวคนแรกที่เป็นน้องอิ่มบุญก็เสียชีวิตและต่อมาหลังจากนั้นไม่นานน้องอมยิ้มก็มีอาการเหมือนกับพี่สาวและเมื่อแม่พกพาไปที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการทางโรงพยาบาล

ก็ไม่สามารถตรวจหาเชื้อได้ว่าเกิดเป็นโรคอะไรซึ่งหลังจากนั้นไม่นานทางคุณหมอเองก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวนี้ว่าน้องน่าจะมีการถูกวางยาพิษซึ่งมีการวางยาให้ผสมในอาหารให้กินและอาจจะมีการวางยามานานแล้ว

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนทำให้รู้ว่าเด็กหญิงอิ่มบุญและเด็กหญิงอมยิ้มนั้นทั้งคู่ไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ปุ๊กโดยได้มีการติดต่อไปยังคุณแม่ของน้องอมยิ้มจึงทำให้ทราบว่าที่จริงแล้วน้องอมยิ้มนั้นมีแม่อีกคนหนึ่งที่ชื่อว่าเอมเธอท้องในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อมจึงได้มีการประกาศหาคนมาอุปการะและแม่ปุ๊กก็เป็นคนติดต่อขอไปรับไปเลี้ยงผึ้งนางสาวเอ็มเห็นว่าแม่ปุ๊กนั้น

เป็นเภสัชกรคิดว่าน่าจะดูแลลูกของตนเองได้ดีกว่าตัวเองทำให้ทำการยกลูกสาวให้กับแม่ปุ๊กโดยที่ไม่ได้มีการทำเอกสาร การโอนเป็นลูกบุญธรรมให้แต่อย่างใดและที่สำคัญแม่ปุ๊กยังได้มีการหลอกเอาเอกสารบัตรประชาชนของนางสาวเอมมาไว้

สำหรับเปิดบัญชีเพื่อให้คนบริจาคโอนเงินเข้ามาบัญชีของนางสาวเอมโดยเงินในนั้นแม่เปิ้ลเป็นคนเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัวโดยไม่เคยนำเงินดังกล่าวออกมาเป็นค่ารักษาให้กับเด็กหญิงอมยิ้มและเด็กหญิงอิ่มบุญเลยซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหาหลักฐานเพิ่มเติม

เพื่อที่จะเอาผิดนางสาวปุ๊กในการที่รับเด็กมาเลี้ยงแล้วทำการทารุณกรรมเด็กโดยให้เด็กไม่ค่อยกินยาพิษเพื่อหวังเงินบริจาคอย่างไรก็ดีตอนนี้น้องอมยิ้มนั้นได้ถูกจังเจ้าหน้าที่พัฒนาเด็กและสังคมรับตัวไปดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนนางสาวกนั้นตอนนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนัน ดีที่สุด 2020

วินมอเตอร์ไซค์เอามีดขู่ฟูดแพนด้าบอกว่าตัวเองเป็นตำรวจแต่ใส่ชุดเป็นวิน

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมนี้เองซึ่งจะมีคนโพสต์คลิปเกี่ยวกับเรื่องของ ชายหนุ่มคนหนึ่งใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ขึ้นบอกว่าตัวเองนั้นเป็นตำรวจและชักมีดขึ้นมาบอกว่าเป็นเพราะฟูดแพนด้าจึงทำให้วินมอเตอร์ไซค์ไม่ค่อยมีเงิน

เดินทางฟู้ดแพนด้าก็ได้บอกว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดผมเป็นฟู้ดแพนด้าทำงานแบบนี้มาตั้งหลายปีแล้วมันไม่ผิดหรอกมันเกี่ยวกับว่าลูกค้าจะเลือกใช้บริการของใครเป็นอย่างนั้นเขาก็พยายามถือมีดและวิ่งเข้ามาที่จะแทงหนุ่มขับฟู้ดแพนด้า

หลังจากนั้นทางพนักงานที่ขับฟู้ดแพนด้า ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยบอกประมาณว่าเวลาช่วงตอน 13:30 นเท่านั้นถูกลูกค้าสั่งให้ไปส่งของที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งซึ่งหลังจากนั้นตอนนี้เขากำลังจะเลี้ยวเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์เพื่อส่งของเข้าพบกับวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งใส่เสื้อเบอร์ 3 เดือนเข้ามาหาเขาพร้อมกับบอกว่าตัวเองเป็นตำรวจและบอกว่าเป็นเพราะเขาแท้ๆ

จึงทำให้วินมอเตอร์ไซค์ไม่มีรายได้อะไรเลยทำให้ตอนนี้แทบไม่มีเงินจะเลี้ยงข้าวจะกินข้าวจะทำอะไรแล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้ออกมาบอกว่ามันไม่ได้เป็นความผิดอะไรของพนักงานส่งอาหารอะไรเลยมันอยู่กับว่าทั้งลูกค้านั้นจะเลือกใช้บริการส่งอาหารจากวินมอเตอร์ไซค์

หรือเว็บไซต์อะไรบ้างซึ่งหลังจากนั้นทางวินมอเตอร์ไซค์ที่อ้างว่าเป็นตำรวจโกรธจึงหยิบมีดมาจากกระเป๋าเตรียมที่จะทำชายหนุ่มคนนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็หลบได้ทันทีพร้อมกับด่าเค้าซึ่งก่อนหน้านี้วินมอเตอร์ไซค์คนนี้ก็ได้ทำการตัวแทนเขาไปแล้วซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ด่าไปนิดนึงและก็เข้าไปส่งของให้ลูกค้าต่อไปแล้วก็ขับรถออกไปจากอพาร์ทเม้นท์

ซึ่งพบว่าวินมอเตอร์ไซค์เบอร์ 3 นั้นขับรถ มอเตอร์ไซค์ตามเขามาถึงถนนใหญ่หลังจากนั้นก็พยายามตัดหน้าเขาจนรถเขาแทบล้มหลังจากนั้นเขาจึงจอดรถวินมอเตอร์ไซค์ก็จอดรถชั้นเดียวกันมอเตอร์ไซค์นั้นทำท่าเหมือนเฉยต่อเขาแล้วเหมือนจะเดินไปหลัง

จากนั้นเขาก็บอกว่าคุณไม่คิดจะขอโทษผมหัวเราะเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ผิดพร้อมกับกิ๊บนี่ขึ้นมาอีกครั้งซึ่งเป็นคนนั้นก็พยายามที่จะเข้ามาแทนเขาอีกครั้งแต่เขาก็สามารถที่จะขับรถมอเตอร์ไซค์หนีไปได้จึงอยากเตือนกับคนที่ได้ไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์แถวๆนั้นพอดีเพราะว่าหักจะขึ้นวินเลข 3 ก็ให้ระวังด้วยเพราะวินมอเตอร์ไซค์คนนี้พกมีดด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน

4ชาวบ้านหลงป่าบนเทือกเขาลำพาด อำเภออ่างทอง จังหวัดพิษณุโลก

        วันที่ 15 พฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านคนหนึ่งเข้ามาแจ้งขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากว่าลูกชายของเขาวัย 13 ปีและญาติอีก 3 คน

รวมกันทั้งหมดแล้ว 4 คนได้หายออกจากบ้านไปเป็นเวลา 2 วันแล้วโดยทุกคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 โดยทั้ง 4 คนได้พากันไปหาของป่าที่บริเวณเขารำพาดและหลังจากนั้นก็ยังไม่กลับออกจากป่ามาอีกเลยโดย ผู้ที่เข้าแจ้งความนั้นก็คือนายบุญยืนด้วยเขาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 มีทางญาติๆทั้งหมด 3 คน

ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อมาชักชวนลูกชายของเขาไปเก็บของป่ามาขายเพราะว่าตอนนี้ลูกมะกอกกำลังขายได้ราคาดีมีคนชอบซื้อทั้งหมด 4 คนจึงพากันเดินทางออกไปเพื่อไปเก็บของป่าที่เป็นรูปมาก็มาขายโดยของที่เตรียมไปนั้นทุกคนจะเตรียมน้ำไปคนละขวดและก้าวไปคนละห่อพร้อมกับมีดกันคนละเล่มเพียงเท่านั้นเพราะตั้งใจว่าจะไปเก็บช่วงเช้าและสายๆก็จะกลับมาหลังจากที่ออกไปเก็บของป่ากันแล้วช่วงประมาณ 15:00 น.

นางแดงซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ไปด้วยกันในการเข้าไปเก็บของป่าก็โทรกลับมาหานายบุญยืนบอกว่าตอนนี้กำลังจะกลับแต่หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นมีใครกลับมาจนวันรุ่งขึ้นออกวันที่ 13 ก็ยังไม่มีคนเดินทางออกมาจากป่าอีกเมื่อสอบถามญาติคนอื่น

ก็ยังยืนยันว่ายังไม่เห็นทั้ง 4 คนกลับมาถึงบ้านดังนั้นนายบุญยืนและญาติคนอื่นจึงพากันออกตามหาไปในป่าซึ่งทุกคนรู้ดีว่าต้นมะก็น่าจะอยู่แถวบริเวณไหนแต่เมื่อไปหาตรงบริเวณที่ทั้ง 4 คนบอกว่าจะมาเก็บลูกมะกอกก็ไม่พบหลังจากนั้นวันที่ 13 ช่วงประมาณ 15:00 น.นางแดงก็โทรกลับมาหายากอีกครั้งนึงว่าออกจากป่ามาไม่ได้เพราะว่าหลงป่าแต่ก็ยังอยู่แถวบริเวณต้นมะก็ซึ่งทางญาติก็บอกให้รออยู่ที่นั่นห้ามไปไหน

แต่เมื่อทางแยกออกไปตามหาก็ไม่มีใครพบโดยนายบุญยืนระยะคนอื่นเชื่อว่าทั้ง 4 คนน่าจะถูกผีบังตาทำให้มองไม่เห็นและพวกเขาอาจจะทำการเดินผ่านต้นเครือเขาหลงซึ่งเป็นต้นไม้ที่คนโบราณเชื่อกันว่าถ้ามีใครเดินข้ามหรือเดินเหยียบจะทำให้หลงป่าและไม่สามารถออกจากป่านั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องก็ได้พากำลังออกเข้าตามหา

ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ปูพรมหาในรัศมี 15 ตารางกิโลเมตรแต่ก็ยังไม่พบเบาะแสของคนทั้ง 4 คนแต่อย่างใดโดยการออกตามหาคนหลงป่าทั้ง 4 คนในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสร้างในพานที่เป็นคนที่ชำนาญป่าแห่งนี้

มาร่วมเดินทางด้วยซึ่งในพานบอกว่าพบรอยเท้าของหมีซึ่งอยู่ในวัยโตเต็มที่เดินอยู่ในป่าแห่งนี้ด้วยดังนั้นในภายเกรงว่าหากยังไม่รีบตามหาทั้ง 4 คนให้พบโดยไวมิอาจจะเจอทั้ง 4 คนและอาจจะทำให้ทั้ง 4 คนโดยมีทำร้ายก็เป็นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

เมียหลวงหึงโหดใช้ปืนยิงผัวทหารตาย ใส่ร้ายเมียน้อยว่าเป็นคนยิง

            ที่จังหวัดลพบุรีได้มีการก่อเหตุยิงกันในบ้านพักข้าราชการทหารซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่ามีการนำตัวผู้ที่ถูกยิงส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วส่วนผู้ต้องสงสัยนั้นเป็นภรรยาของนายทหารคนที่ถูกยิง

แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการสอบถามภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวเจอกับปฏิเสธว่าไม่ได้มีการยิงสามีของตนเองพร้อมทั้งยังบอกอีกว่าคนที่ยิงสามีของเธอนั้นเป็นภรรยาน้อยของสามีของเธอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุพบว่ามีบริเวณร่องรอยของกองเลือดอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องครั

วแต่ไม่พบหลักฐานอื่นพอที่จะสามารถปรับปรุงภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวได้แต่เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการก่อเหตุยิงกันนั้นมีเพื่อนบ้านในบริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าช่วงที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้นได้ยินนายทหารที่ถูกกินร้องให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยจึงมีชาวบ้านหลายคนต่างวิ่งเข้าไปในบ้านขนาดเดียวกันระยะของนายทหารได้เดินสวนกับชาวบ้านออกมาพร้อมทั้งในมือมีถุงพลาสติกถุงหนึ่ง

ซึ่งเคยเห็นว่าภรรยาของนายทหารที่ถูกยิงได้นำถุงพลาสติกดังกล่าวไปฝากไว้บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกันดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปบ้านหลังดังกล่าวเพื่อทำการตรวจค้นและเจอถุงพลาสติกที่กล่าวอ้างถึง

ซึ่งภายในมีเสื้อผ้ารวมถึงมีถุงมือและอาวุธปืนจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบค่ะวันและเชิญตัวภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจในขณะเดียวกันหลานสาวของนายตำรวจคนดังกล่าวได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลับหลังที่นำตัวของนายทหารเพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาลนั้นผู้บาดเจ็บไม่มีการพูดขึ้นมาว่าคนที่ยิงคือภรรยาของตนเอง

หลังจากนั้นเมื่อไปถึงโรงพยาบาลทางหมอและพยาบาลได้พาผู้บาดเจ็บเข้าห้องไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจต่อมาไม่นานผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิตไปทั้งนี้หลายคนมองว่าภรรยาของนายทหารน่าจะเป็นคนยิงเนื่องจากว่าเธอมีปัญหาเรื่องของการหึงหวงกันอยู่กับสามีและเธอมักจะโทรมาบ่นให้ลูกทำของเธอฟังว่าเธอมีความเครียดซึ่งช่วงหลังๆมานี้เธอมากินเหล้า

อยู่บ่อยครั้งและกินในปริมาณมากโดยขณะที่ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเธอก็ยังมีอาการเมาสุราและพูดจาไม่รู้เรื่องแต่เธอก็ยังยืนยันปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องของการยิงสามีของตนเองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องผลการชันสูตรคราบเขม่าปืนจากบริเวณของเธอที่มีการนำไปส่งตรวจสอบที่ห้องแลปก่อนก่อนที่จะมีการดำเนินการจับกุมเธอเธอต่อไปในขณะเดียวกันตอนนี้เธอเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงสามีตนเองจึงถูกคุมขังไว้ที่โรงพักเรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย  bk8

แชตหลุดเผยความจริงเด็กหญิงเองก็สมยอมครู

        ตอนนี้ข่าวที่ดังที่สุดพรุ่งนี้ไม่พ้นเรื่องของข่าวครูที่จังหวัดมุกดาหารจำนวน 5 คนและศิษย์เก่าจำนวน 2 คนพากันข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงอายุ  14 ปีและ 16 ปีซึ่งในขั้นต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกผู้ต้องหาทั้ง 7 คน

มารับทราบข้อกล่าวหาและได้มีการให้ประกันตัวไปเรียบร้อยแล้วโดยทางผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ให้การปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องของการข่มขืนเด็กอายุ 14 และ 16 ปี

หนึ่งในนั้นให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นการยินยอมพร้อมใจของเด็กเองเนื่องจากเด็กต้องการเงินจึงได้มาขอหลับนอนด้วยซึ่งเองก็ได้ให้เงินเด็กทุกครั้งที่มีการมารับงานร่วมกันซึ่งภายหลังจากที่มีข่าวโด่งดังมีครูในโรงเรียนของจังหวัดมุกดาหารที่เป็นครูโรงเรียนในที่

เกิดเหตุได้พากันมาให้กำลังใจครูทั้ง 5 คนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ซึ่งหลายคนมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะตัวเด็กเองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและยอมที่จะมีอะไรกับคุณครูแต่พอถึงช่วงเวลาหนึ่งกับออกมาแฉและแจ้งความดำเนินคดีกับคุณครูหลายคนมองว่าครูทั้ง 5 คนนั้น

เป็นคนดีและเป็นคนรักครอบครัวแต่ก็อาจจะมีพฤติกรรมในการซื้อกินบ้างซึ่งเมื่อมีข่าวออกมารวมถึงข่าวเกี่ยวกับเพื่อนครูด้วยกันออกมาให้กำลังใจเพื่อนครูทั้ง 5 คนทำให้มีหลายคนต่างรู้สึกไม่พอใจเกี่ยวกับความคิดและพฤติกรรมของครูของโรงเรียนในจังหวัดมุกดาหารว่าเป็นคุณครูที่ทำความผิดแต่ครูคนอื่นกับให้กำลังใจครูด้วยกันโดยที่มีการออกมาต่อว่าเด็กซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งทั้งนี้เหตุการณ์นี้ไม่ว่าจะเป็นดาราอย่างคุณบุ๋มปนัดดาพี่ชอบเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิสตรี

หรือแม้แต่กลุ่มทนายความต่างก็ออกมาให้ข้อมูลถึงความผิดในครั้งนี้ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นการยินยอมพร้อมใจของเด็กก็จริงแต่คนเป็นครูก็ไม่ควรมีพฤติกรรมเช่นนี้และไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเด็กนักเรียนซึ่งเมื่อนักข่าวได้มีการลงไปสอบถามคนในพื้นที่

รวมถึงเด็กนักเรียนที่มีความใกล้ชิดกับเด็กอายุ 14 และ 16 ปีที่ตกเป็นข่าวนั้นเธอได้มีการให้ข้อมูลและได้ให้ข้อความแชทซึ่งเป็นชาติที่เด็กอายุ 14 และ 16 ปีนั้นได้มีการพูดคุยกันหรือมีการพูดคุยกับคนอื่นด้วยซึ่งในข้อความ

ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเด็กเองนั้นที่เป็นคนเอาหาครูทั้ง 5 คนก่อนและยังมีพฤติกรรมเที่ยวไปป่าวประกาศให้กับเพื่อนๆในโรงเรียนได้รู้ด้วยว่าตนเองมีพฤติกรรมอย่างไรมีการไปนอนหลับกับครูมาเมื่อไหร่ซึ่งเหมือนกับว่าเหตุการณ์นี้

คนในโรงเรียนรับทราบกันหมดไม่ว่าจะเป็นครูหรือเด็กนักเรียนก็ตามโดยทุกคนรู้ว่าเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคนนั้นมีพฤติกรรมลักษณะคล้ายกับผู้หญิงขายตัวที่ไปนอนกับครูแล้วได้เงินแลกมา

ซึ่งการได้เงินในแต่ละครั้งจะได้จำนวน 300 บาทหรือ 500 บาทโดยทุกครั้งเด็กนักเรียนหญิงก็จะมีการประกาศให้กับเพื่อนๆได้รู้ทำให้หลายคนมองว่าเรื่องราวในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงคุณครูเท่านั้นที่ผิดแต่เด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคนเองก็ผิดด้วยเช่นเดียวกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์

หญิงสาวแทบจะสลบหลังจากพบเจอเศษเล็บในซาลาเปา 

เจ้าหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ Facebook ของเธอว่าเธอนั้นได้ซื้อซาลาเปามาจากร้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงในย่านแถวบ้านของเธอนั้น

เราก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติเห็นว่ามีหลายคนมาซื้ออยู่จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรและคิดว่าคงต้องอร่อยมากซึ่งฉันก็ได้ซื้ออันใหญ่แล้วก็คือซาลาเปาที่ใหญ่ที่สุดของทางร้านนำกลับไปกินที่บ้านหลังจากนั้นฉันก็กลับเข้าไปคำใหญ่คำนึงเธอก็รู้สึกว่ามันมีอะไรแข็งๆรสชาติแบบแปลกๆอยู่ในซาลาเปาดังนั้นเธอจึงได้คายซาลาเปาออกมา

เธอลองเขียนเศษอาหารที่เพิ่งใครมาเธอก็พบกับเศษเล็บอยู่ในซาลาเปาซึ่งหน้าทำให้เธอชอบมากจนฉันไม่อยากกินอีกเธอก็ได้ทำการนำเอาของเธอกลับไปหาเจ้าของร้านซึ่งเจ้าของร้านก็ไม่ได้กล่าวอะไรและนอกจากนั้น

ยังบอกอีกว่าเสร็จเรียบนี้ไม่จริงยันว่าไม่มีเศษเล็บและได้เช็คดูสภาพความสะอาดของสะอาดเรียบร้อยไม่มีทางที่จะมีเศษเล็กอยู่ซึ่งในร้านของเธอไม่มีใครที่ตัดเล็บเลยซึ่งหญิงสาวคนนั้นก็โมโหมากที่เธอไม่ยอมแม้แต่จะคืนเงินหรือทำซาลาเปาอันใหม่ให้เธอ

ยอมรับว่าก็คงไม่คืนเงินอยู่แล้วล่ะที่เพราะว่าเธอนั้นจัดไปแล้วแต่ทำไมจึงไม่ทำซาลาเปาอันใหม่ให้ทั้งๆที่เห็นแล้วว่ามันมีเลขอยู่ข้างในถ้ายืนยันกับแม่ค้ามากกว่า 10 ครั้งว่าเล็บนี้เธอไม่ได้เป็นคนเอามาใส่ผู้ที่ต้องการจะเอามันมาเอง

แต่มันมีอยู่ซึ่งทำให้เธอชอบมากตรงนั้นเธอต้องการให้แม่ค้าได้ทำการทำซาลาเปาอันใหม่ให้เธอซึ้งจนถึงทุกวันนี้แม่ค้าก็ยังทำการยืนยันว่าเธอไม่มีเสียงแบบแน่นอนซึ่งเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมของปีที่แล้วจนมาถึงณบัดนี้แม่ค้าก็ยังไม่ได้กล่าวอะไรทำให้เธอได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเอาเรื่องแม่ค้าแล้ว

ก็ไม่ได้ติดต่อและซื้อของจากร้านนั้นอีกเลยจะได้โพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของตัวเองไว้ว่าอยากที่จะให้ทุกคนได้พบการค้นของเธอในครั้งนี้เพื่อที่จะได้เป็นอุทาหรณ์จะได้ไม่ต้องเสียเวลานี้และเจอกับของสกปรกอย่างนี้อีกแล้วเธอยังบอกอีกว่า

ถ้าเกิดว่าเจ้าของร้านกำลังดูโพสต์นี้อยู่ก็ขอให้เจ้าของร้านได้ลูกจ้างคนนั้นออกหรือไม่ก็ปรับปรุงด้วยเพราะว่านี่มันแย่มาก ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนระวังเวลาที่จะทานอาหารเพราะว่าอาจจะมีสิ่งแปลกปลอมและสิ่งสกปรกอยู่ในอาหารของเราก็เป็นได้ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนระวังและดูแลสุขภาพด้วยค่ะ

 

สนับสนุนโดย  rb88 สมัคร

อินเดีย บอกให้ร้านค้าขายเหล้าได้

อินเดีย บอกให้ร้านค้าขายเหล้าได้ ทำให้เหล่าสตรีต้องออกมาประท้วงเพราะกลัวไวรัสโควิด-19

           สำหรับประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก และผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็เป็นชนชั้นแรงงาน และในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา ประเทศอินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19กันเป็นจำนวนมาก

และยังมีผู้เสียชีวิตมากอีกด้วย ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศอินเดียไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยส่วนใหญ่ไม่ยอมที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยและไม่ค่อยทำความสะอาดมือกันมากนัก

จนมีข่าวช่วงหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกอุบายแต่งตัวเป็นเชื้อโรคน่าเกลียดไปหลอกชาวบ้านให้กลัวเพื่อให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงอันตรายของไวรัสชนิดนี้จะได้สวมใส่หน้ากากอนามัยกัน และเหตุการณ์ความวุ่นวายในครั้งนี้ของประเทศอินเดีย

ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อทางรัฐบาลได้ออกมาปลดล็อกการห้ามจำหน่ายเหล้าให้กับประชาชน ส่งผลให้วันที่ที่อนุญาตให้ขายเหล้าได้มีผู้คนมาต่อแถวแย่งกันซื้อเหล้ากันเป็นจำนวนมากโดยแต่ละคนไม่กลัวว่าจะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันเลย

จากภาพข่าวที่ทางสื่อของประเทศอินเดียได้มีการลงข่าวออกมาจะเห็นว่าผู้คนไปยืนต่อแถวรอการซื้อเหล้าแบบติดกันมากไม่ได้มีการเว้นระยะห่างกันเลย ทำให้หลายคนมีความเกรงว่าการเปิดให้ประชาชนได้ซื้อเหล้าแบบนี้จะยิ่งทำให้การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19รุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก และที่เมืองมาดูไร 

ซึ่งเป็นเมืองอยูในรัฐทมิฬนาดู  ได้มีเหตุการณ์ประท้วงกันเกิดขึ้นเมื่อเหล่าสตรีของเมืองมาดูไร ต่างออกมาเรียกร้องให้ทบทวนคำสั่งให้เปิดขายเหล้าได้ เพราะพวกเธอกลัวว่าการที่มีการเปิดให้มีการขายเหล้า จะยิ่งทำให้การระบาดของโรคมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก

ซึ่งการประท้วงในตอนแรกนั้นเป็นเพียงการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำเพื่อแสดงจุดยืนในการประท้วงแต่เมื่อรัฐบาลยังไม่สนใจฟังสิ่งที่พวกเธอออกมาเรียกร้อง ทำให้พวกเธอต้องรวมตัวกันออกมาเดินเรียกร้องตามท้องถนน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์แต่การประท้วงในครั้งนี้ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

         สำหรับการเปิดการจำหน่ายเหล้านั้น เป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้เชื้อไวรัสระบาดไม่เพียงเฉพาะที่ประเทศอินเดียเท่านั้น สำหรับประเทศไทยเองก็ยังไม่สมควรที่จะมีการเปิดการจำหน่ายเหล้าในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะแน่นอนว่าการที่คนเรากินเหล้าแล้วขาดสติจะส่งผลทำให้มีการระบาดรุนแรงขึ้นแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100