แค่ปั่นจักรยานส่งอาหาร ไม่ใช่ชีวิตแร้นแค้น

แค่ปั่นจักรยานส่งอาหาร ไม่ใช่ชีวิตแร้นแค้น หนุ่มแกร็บโต้ แค่ทำเป็นงานอดิเรก

            ชายหนุ่มปั่นจักรยานส่งอาหาร เป็นพนักงานของบริษัทแกร็บ  ไม่พอใจที่มีคนแอบถ่ายตอนทำงาน แถมมีการแชร์ภาพจนชาวโชเซียลสงสารถึงความลำบากที่รถจักรยานก็ไม่มีขับ  แต่หนุ่มแกร็บโต้กลับชาวโซเชียล ที่บ้านมีฐานะแค่ต้องการทำงานอดิเรกเล่น เก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศเฉยเฉย

           จากที่มีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มีคนถ่ายรูปผู้ชายส่งอาหารของบริษัทแกร็บ ทำการขี่จักรยานไปส่งอาหาร แล้วนำรูปดังกล่าวไปแชร์ในโลกโซเชียล ซึ่งคนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกสงสารหนุ่มแกร็บคนดังกล่าวที่ไม่มีรถมอเตอร์ไซด์ขับส่งของ ต้องตากแดดปั่นจักรยานส่งของคนมีคนแชร์ภาพนี้กันเป็นจำนวนมากรวมถึงมีการจะเรี่ยไรเงินกันมาซื้อรถมอเตอร์ไซด์ให้กับหนุ่มแกร็บคนดังกล่าว 

ล่าสุดหนุ่มแกร็บที่อยู่ในคลิปดัง ได้ออกมาโพสต์ระบายถึงความรู้สึกของตนเองถึงภาพที่มีการแชร์กันอยู่ในปัจจุบันว่า เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจที่มีคนมาแอบถ่ายรูปของเขาแล้วเอาไปโพสต์ลงเฟสบุ๊กโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเขาก่อน เพระส่วนตัวแล้วเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา

ซึ่งหนุ่มแกร็บคนดังยังกล่าวอีกว่า เขาไม่ได้เดือดร้อนที่จะต้องขี่จักรยานส่งของเพราะเขาชอบแบบนี้ และทางบริษัทแกร็บเองก็อนุญาตว่าให้ขี่จักรยานส่งของได้ อีกทั้งหนุ่มแกร็บคนดังยังบอกอีกว่าฐานะทางบ้านของเขาไม่ได้ยากจน การที่เขามาขี่จักรยานส่งอาหารนั้นเพียงเพราะเขาชอบ และเขาทำเป็นงานอดิเรก ส่วนเงินที่ได้เขาก็สะสมเอาไปเที่ยวต่างประเทศ เขามีทรัพย์สินส่วนตัวเยอะและมีเงินเยอะไม่ได้ลำบากแต่อย่างใด 

ทั้งสำคัญเขารวยขนาดมีเงินไปเที่ยวต่างประเทศมาถึง 15 ประเทศแล้วดังนั้นเขาต้องการให้ทุกคนเข้าใจ และอยากให้หยุดแชร์รูปของเขาเสียที ซึ่งเขายังบอกอีกว่าหากไม่เชื่อสามารถไปดูในเฟสบุ๊กส่วนตัวของเขาได้ว่าเขาไปเที่ยวมาจริงหรือไม่ และยังฝากบอกคนที่แอบถ่ายรูปของเขาด้วยว่า เขาไม่พอใจที่มาแอบถ่ายรูปของเขาแบบนี้ อย่าคิดเองเออเอง แล้วเที่ยวไปถ่ายรูปคนอื่นไปทั่วเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี มันเหมือนกับคนไร้มารยาท

        จากเรื่องราวในครั้งนี้คงพอจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครอีกหลายคนที่เห็นอะไรแล้วก็ชอบถ่ายรูปเอามาโพสต์คลิปลงไปโดยไม่ขอเจ้าของรูปก่อน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะพอใจที่คนอื่นมาแอบถ่ายรูปของตัวเองกันทุกคน 

ดังนั้นอย่าได้แต่หวังไลฟ์หรือแชร์จากเพื่อนในเฟส ควรนึกถึงจิตใจคนที่อยู่ในรูปที่เราแชร์ออกไปด้วยว่าเขาจะอายแค่ไหนที่คนทั้งประเทศต้องเห็นรูปของเขาในสภาพที่อาจจะไม่น่าดูมากนัก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8

ปิดห้างฆ่าเชื้อทำความสะอาดนาน 3 วัน

เดอะมอลล์ บางแค ต้องปิดห้างฆ่าเชื้อทำความสะอาดนาน  3 วันเหตุเพราะสาวเพิ่งกลับจากเกาหลีมาเดินเที่ยวไม่แคร์โลก

                  ช่วงนี้ใครใครต่างก็หวาดกลัวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันทั้งนั้นต่างก็พากันระมัดระวังตัวเอง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยงที่อาจจะทำให้ติดเชื้อไวรัสได้ ดังนั้นทางห้างสรรพสินค้าและร้านค้า โรงแรมต่างต่างจึงได้พยายามหามาตรการออกมาเตรียมพร้อมกับการรับมือในเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีคนบางประเภทที่ไม่ในใจโลก

คิดอยากทำอะไรก็ทำจนกลายเป็นการสร้างความเดือนร้อนให้กับคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันมาจากทาง The mall สาขา บางแค ว่าเมื่อวันที่ 5เดือนมีนาคม  ปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมาได้มีลูกค้าที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีเดินทางมาใช้บริการของห้างเดะมอลล์ สาขาบางแคจริง

หลังจากที่มีการตรวจสอบแล้ว ดังนั้นในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 5 มีนาคม หลังจากที่ทางห้างรู้เรื่องก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำน้ำยาฆ่าเชื้อเข้ามาทำความสะอาดทุกจุดของห้างทั้งหมด รวมถึงประกาศให้ร้านค้าทุกร้านทีทางลูกค้าสาวคนดังกล่าวได้เข้าไปใช้บริการให้ปิดร้านประมาณ 3 วันเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

รวมถึงพนักงานคนไหนที่ปฎิบัติงานในวันดังกล่าวและได้พบและบริการหญิงสาวคนดังกล่าวให้หยุดมาทำงานทุกคน รวมถึงให้กักตัวเองอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 14 วันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อแล้วค่อยกลับมาทำงาน

ซึ่งทาง The mall สาขา บางแค ได้ออกแถลงการณ์ว่า ทางห้าง The mall สาขา บางแค เข้าใจสถานการณ์ของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี ดังนั้น ทางห้างจึงจะทำตามกฎอย่างเคร่งครัดในเรื่องของการรักษาความสะอาดเพื่อที่ลูกค้าของห้าง The mall สาขา บางแคทุกคนจะได้มั่นใจได้ว่า

ลูกค้าที่มาเดินห้างจะปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสแน่นอน และทาง The mall สาขา บางแค ยังขอความร่วมมือกับกลุ่มคนที่เดินทางมาจากการไปประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงว่าให้กักตนอยู่ที่บ้านก่อนเป็นเวลา  14 วัน อย่าเพิ่มมาเดินห้างเลย 

           จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เราจะเห็นได้ว่าคนที่เดินทางกลับมากจากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งที่เกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่น ต่างก็ไม่มีจิตสำนึกที่จะรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ยอมกักตัวเอง 14 วัน

แต่ทุกคนต่างก็ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกปกติเดินทางไหนมาไหน จนทำให้หลายชีวิตต้องได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องมาถูกกักตัว 14 วันแทนที่จะได้ทำงานหาเงิน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นรายวันเลยก็ว่าได้ รัฐบาลควรหามาตรการป้องกันกลุ่มคนเหล่านี้สักที

 

สนับสนุนโดย  9luck

หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบปารีณาออกมาเชิญชวนทุกคนให้มาฉลอง 

ได้มีการเผยแพร่ Facebook ของ สส. ปรีณา. ไกรคุปต์ ที่มีการเขียนข้อความเชิญชวนให้ประชาชนทั้งประเทศมาร่วมเฉลิมฉลอง

หลังจากที่มีการทราบข่าวว่าศาลได้อนุมัติตัดสินออกมาว่าให้ทำการยุบพรรคอนาคตใหม่โดยเธอยังระบุอีกว่าต่อไปนี้พร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อทำให้ประเทศไทยเจริญและหากใครที่มาต่อว่าศาลไม่แสดงความเคารพต่อศาลเธอพร้อมที่จะจัดการเต็มที่โดยที่จะไม่ไว้หน้าใครอีกต่อไป

สำหรับ สส. ปรีณา  ไกรคุปต์นั้น

เป็นนักการเมืองที่มักจะชอบออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่นอยู่ด้วยครั้งโดยเฉพาะหากเป็นเรื่องของสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่นักการเมืองคนนี้จะต้องออกมาเขียนต่อว่าด่าทออยู่บ่อยครั้งซึ่งในครั้งนี้เธอก็ออกมาเคลื่อนไหว

เกี่ยวกับข้อมูลที่ศาลได้มีการตัดสินให้มีการยุบพรรค ของพรรคอนาคตใหม่ด้วยเธอกล่าวว่าตั้งพรรคอนาคตใหม่จะต้องถูกตัดสิทธิ์ในการเล่นการเมืองเป็นเวลานานถึง 10 ปีซึ่งเธอได้แสดงความดีใจและมีการเขียนเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยพากันออกมาเฉลิมฉลองกับการที่ศาลได้ตัดสินในครั้งนี้

ในอดีตที่ผ่านมานักการเมืองหญิงปารีณา ไกรคุปต์ น้องจะออกมาวุ่นวายวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอยู่บ่อยครั้งและเธอก็ถูกห้ามไม่ให้มีการวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องการเมืองมาแล้วหลายรอบ

ซึ่งเธอมักจะมีปัญหากับสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่อยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะกับสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่ที่ชื่อว่าช่อพรรณิกาและถึงแม้ว่าเธอจะถูกต่อว่าทุกครั้ง ที่เธอมีการออกมาโพสต์หรือพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดีแต่เธอก็ไม่เคยแคร์และยังคงพยายามที่จะเขียนถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดีอยู่ตลอดเวลาจนเธอเป็นนักการเมืองหญิงที่คนไทยทั้งประเทศพากันเกลียดชังและไม่ชอบในตัวเธอ

ซึ่งบ่อยครั้งที่เธอมักจะมีปากเสียงเกือบทั้งชาวบ้านและนักการเมืองด้วยกันเองโดยในครั้งนี้เธอยังออกมาเขียนด้วยว่าหากใครที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลแสดงว่าคนเหล่านั้นเป็นคนที่ไม่รักชาติและเป็นคนที่จะทำลายประเทศชาติซึ่งเธอยังออกมาเขียนเพิ่มเติมใน Facebook ส่วนตัวได้ว่าหากมีใครที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลเธอ

ก็พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อศาลและจะดำเนินคดีกับคนที่มาวิจารณ์ศาลให้ถึงที่สุดเธอจะไม่ไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งสิ้นประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปและพรรคอนาคตใหม่สมควรถูกโดนยุบพรรคซึ่งเธอยังได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับคดีที่เธอได้แจ้งความเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นพ่อของจอห์นวิญญูหรือแม้แต่ต้อมยุทธเลิศที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาล             

มือแทงลั่น !!! มันสมควรตาย

เหตุการณ์ชายถูกแทงเสียชีวิต มือแทงลั่น !!! มันสมควรตาย

  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีผู้ชายคนหนึ่งถูกแทงจนเสียชีวิต โดยถูกแทงที่ใต้ราวนม นอนตายอยู่ในห้องนอนของตัวเอง  ซึ่งต่อมาทราบชื่อผู้ตายว่าชื่อ นาย วีระพงศ์ อายุ 30 ปีซึ่งคนที่เข้ามาพบศพคนแรกเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า

ตอนที่นายวีระพงศ์นอนอยู่ในห้องเขาปิดไฟมืดหมดเลย แต่เขาก็มองเห็นว่านายวีระพงศ์นอนอยู่ข้างเตียงทำให้เขาแปลกใจ

จึงได้เดินเข้าไปหาแล้วสะกิดเรียกเพื่อให้นายวีระพงศ์ขึ้นมานอนบนที่นอน ขณะที่เดินไปที่นายวีระพงศ์บังเอิญเขาไปเหยียบโดนเลือดที่อยู่ที่พื้นข้างตัวของนายวีระพงศ์เข้า เขาจึงไปเปิดไฟ ทำให้เขาเห็นว่านายวีระพงศ์ถูกแทงหลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปหน้าห้อง

ซึ่งเขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนข้างห้องนายวีระพงศ์ชื่อว่าป้าอุไร เดินอยู่หน้าห้องลักษณะเหมือนกับคนเมา แล้วก็พูดแต่ประโยคที่ว่า ฉันฆ่ามันเอง มันสมควรตาย เขาจึงโทรแจ้งตำรวจและตำรวจก็สามารถจับป้าอุไรได้เพราะเธอไม่ได้หนี ซึ่งตอนแรกคิดว่าก่อเหตุเพราะเรื่องหึงหวง แต่เมื่อสอบสวนแล้วพบว่า

ทั้งคู่เป็นคนข้างห้องและมีปัญหาเรื่องของเงินที่นายวีระพงศ์ยืนเงินของป้าอุไรเพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ โดยก่อนหน้านั้นนายวีระพงศ์เคยมาชวนป้าอุไรเล่นพนันออนไลน์ด้วยกันซึ่งป้าอุไรก็เล่น แล้วมายืมเงินเจ้าของห้องเช่าจำนวนเงิน สองหมื่นบาทเพื่อให้นายวีระพงศ์นำไปเล่นการพนัน และผ่านไปหลายวันนายวีระพงศ์ก็ไม่ยอมคืนเงินสองหมื่นนั้นสักที

โดยในคืนเกิดเหตุป้าอุไรได้ดื่มเหล้าจนเมาแล้วเดินเข้าไปหานายวีระพงศ์เพื่อทำการทวงเงินที่ยืมไป แต่เกิดทะเลาะกันเพราะนายวีระพงศ์ไม่ยอมให้ ทำให้ป้าอุไรที่เมาเหล้าอยู่แล้วโมโหจนขาดสติ จึงใช้มีดที่วางอยู่ใกล้ใกล้แทงไปที่ราวนมของนายวีระพงศ์

ซึ่งหลังจากโดนแทงนายวีระพงศ์ก็ล้มลง แต่ป้าอุไรคิดว่านายวีระพงศ์เพียงแค่บาดเจ็บแล้วนอนสลบไปเท่านั้น จึงได้ทำการปิดไฟในห้องนอนให้แล้วเดินออกมานั่งกินเหล้าต่อที่หน้าห้อง จนมีคนไปพบศพนายวีระพงศ์ดังกล่าว

ซึ่งทางป้าอุไรได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ได้ตั้งใจแทงให้นายวีระพงศ์ตาย แค่ทำไปด้วยความโมโหเท่านั้น  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวป้าอุไรไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับตัวได้แล้ว..คนร้ายที่ก่อเหตุยิงกราดในวัด

จับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิงกราดในวัดแถมอุ้มเอาคนไปซ้อมได้แล้ว

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความของหญิงสาวคนหนึ่งเพื่อทำการโพสต์ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีของพี่ชาย ซึ่งเธอเล่าว่าพี่ชายของเธอโดนอุ้มไปซ้อมโดยที่พี่ชายของเธอไม่รู้จักกับกลุ่มที่มาอุ้มเลยด้วยซ้ำซึ่งคาดว่าจะมีการซ้อมผิดตัว

โดยเธอได้ไปทำการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแต่คดีไม่คืบหน้า โดยเธอเล่ารายละเอียดเอาไว้ว่า เธอและพี่ชายได้ไปงานบวชเพื่อนของพี่ชายที่วัดแห่งหนึ่งและขณะที่กำลังทำพิธีบวชกันอยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มชายหนุ่มจำนวน 4 คนได้ขับรถบิ๊กอัพเข้ามาในบริเวณวัดตรงที่พวกเธอและพี่ชายอยู่ซึ่งตอนนั้นมีคนอยู่ในวัดเป็นจำนวนมาก

แล้วชายทั้งสี่คนก็เอาปืนยิงขึ้นฟ้าข่มขู่คนที่อยู่ภายในงานหลังจากนั้นก็พากันเดินเข้ามาจับตัวพี่ชายของเธอไป ซึ่งพวกชายทั้งสี่คนยังได้ถือปืนขู่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยพี่ชายของเธอได้และหลังจากนั้นพวกคนร้ายทั้งสี่คนก็ได้พาพี่ชายของเธอขึ้นรถไป ซึ่งต่อมาพี่ชายของเธอได้รับการปล่อยตัว

โดยพวกคนร้ายนำมาปล่อยตัวไว้ที่หน้าสถานีตำรวจตลิ่งชัน โดยสภาพของพี่ชายเธอถูกซ้อมมีเลือดออกเต็มตัวและหัวก็แตก ต้องพาส่งโรงพยาบาลเพราะอาการสาหัสมาก โดยพี่ชายของเธอได้เล่าว่าชายทั้งสี่คนเอาผ้าปิดตาและพาไปที่หนึ่งแล้วพากันซ้อมทั้งเตะและต่อยรวมถึงใช้ปืนตีหัว ก่อนจะนำตัวมาส่งที่สถานีตำรวจโดยอ้างว่าจับมาผิดตัว

และจะขอจ่ายค่าทำขวัญให้กับผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนเงินสี่หมื่นบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่ยอม ทางชายคนร้ายทั้งสี่คนจึงได้ทำการโทรเข้ามาข่มขู่ตัวเองและคนในครอบครัวโดยบอกว่าห้ามแจ้งความไม่งั้นจะเกิดอันตราย และพวกคนร้ายยังบอกอีกว่าเขาไม่กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอจึงนำข้อความมาโพสต์เพื่อร้องขอความเป็นธรรมเพราะหลังจากที่แจ้งความไป ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายมาได้แล้ว

แต่ก็ได้รับการประกันตัวออกไปและที่สำคัญทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อมาที่น้องสาวของคนเจ็บเพราะเป็นคนโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ตอนที่ชายทั้งสี่คนมาฉุดพี่ชายออกจากวัด โดยทางตำรวจข้อร้องให้ทำการลบคลิปทั้งหมดออกและห้ามนำไปเผยแพร่ ซึ่งทางตนและญาติไม่ยอมแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดึงเอามือถือไปลบคลิปออกจนได้ แต่ก่อนหน้านั้นตอนได้ส่งคลิปเกิดเหตุไปไว้ที่เครื่องพ่อแม่และญาติคนอื่นอื่นเอาไว้แล้ว ตอนนี้จึงอยากให้มีการแชร์เรื่องนี้เยอะๆเพื่อที่ได้รับความเป็นธรรม