เด็ก 3 ขวบปีนหน้าต่างตึกชั้น 29 ตกลงมารอดปาฏิหาริย์

      เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อมีครอบครัวหนึ่งได้มีการปล่อยให้กับยายหลานนั้นอยู่บ้านกันตามลำพังสองคนบังเอิญว่าวันดังกล่าวนั้นคุณยายได้มีการออกไปทำธุระนอกห้องแล้วปล่อยให้หลานซึ่งเป็นเด็กผู้ชายอายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้น

อยู่ในห้องพักเพียงลำพังอย่างไรก็ตามด้วยความซุกซนของเด็กเด็กชายวัย 3 ขวบได้ปริ้นออกมาที่บริเวณหน้าต่างของอาคารชั้น 29 และตกลงมาซึ่งโชคดีเป็นอย่างมากขณะที่เขาตกลงมานั้นร่างกายของเขาได้ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ พี่ห้องอื่นๆนั้นได้มีการปลูกต้นไม้เอาไว้และมีการยื่นออกมานอกอาคาร

ทำให้กระแสความแรงจากการตกจากที่สูงนั้นเบาลงส่วนล่างของเด็กน้อยนั้นหลังจากที่เกี่ยวกิ่งไม้แล้วเขาก็ร่วงลงมาตกลงบริเวณสวนของสนามของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวจึงทำให้เด็กน้อยนั้นรอดไปอย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียวสำหรับความสูงจากชั้น 29 ลงมาถึงชั้น 1 นั้นมีการวัดความสูงแล้วเป็นความสูงถึง 90 เมตรเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตามถือว่านี่คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นและอาจจะเกิดขึ้นได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นซึ่งถ้าหลังจากนี้ผู้ปกครองของเด็กควรจะต้องมีการควบคุมดูแลไม่ปล่อยให้เด็กนั้นเล่นอยู่ในห้องเพียงลำพังโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือนมิถุนายนปี  พ.ศ.2563

มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวจีนออกข่าวโด่งดังทั่วทั้งประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีการระบุว่าพ่อแม่ของเด็กนั้นจะต้องออกไปทำงานเป็นประจำทุกวันและเขาได้ปล่อยให้คุณยายเป็นคนเลี้ยงเด็กน้อยวัย 3 ขวบอยู่ที่คอนโดเพียงลำพัง

แต่บังเอิญว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นคุณยายต้องออกไปทำธุระเลยคิดว่าจะปล่อยหลานชายให้นั่งดูทีวีเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่ช่วงเวลาที่คุณยายออกไปข้างนอกนั้นเด็กชายวัย 3 ขวบได้เข้าไปในห้องครัวและได้เป็นหน้าต่างและร่วงลงมา

ซึ่งเมื่อคุณยายกลับมาถึงห้องไม่พบสารจึงได้เข้าไปดูในห้องครัวเพราะว่าประตูห้องครัวเปิดทิ้งไว้ทั้งที่ตอนแรกนั้นตนเองปิดเอาไว้จึงทำให้รู้ว่าหลานชายนั้นร่วงลงมาอย่างไรก็ตามจากการที่นำตัวเด็กไปส่งโรงพยาบาลพบว่าเด็กนั้นมีอาการสาหัสทั้งในเรื่องของการเกิดอาการช็อคและยังมีอาการบาดแผลตามร่างกายอีกหลายแห่ง

รวมถึงมีลักษณะของโครงหักและมีอาการไตบวมแต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการรักษาการอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์อาการของเด็กก็ดีขึ้นและตอนนี้ก็สามารถที่จะกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไม่ผ่านเอเย่นต์

สอง ตาหลานหาเวลาว่างปั่นจักรยานเก็บเศษดิน เอามาถมถนนที่เป็นหลุม 

         ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์ภาพของคุณตาท่านหนึ่งกับหลานชายอายุ 3 ขวบซึ่งในภาพนั้นจะเป็นภาพที่คุณตาและหลานชายกำลังช่วยกันเทก้อนดินที่ขนใส่กระสอบปุ๋ยแล้วนำมาเทใส่หลุมบนถนนของหมู่บ้านซึ่งคนที่มีการโพสต์ภาพดังกล่าวนั้นได้มีการระบุด้วยว่าคุณตาท่านนั้น

ชื่อว่าคุณตาสมนึกซึ่งคุณตานั้นร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงและคุณตาก็อายุ 68 ปีแล้วในขณะที่หลานชายของคุณตานั้นอายุแค่เพียง 3 ขวบเท่านั้นแต่ทางผู้โพสต์ Facebook ระบุว่าผู้คนในหมู่บ้านมักจะเห็น 2 ตาหลานนี้พากันปั่นจักรยานออกไปนอกบ้านและเดินเก็บเศษดินเพื่อนำมาใส่กระสอบปุ๋ยหลัง

จากนั้นก็จะมาเทปิดหลุมบนถนนของหมู่บ้านซึ่งทุกคนนั้นจะเห็นแบบนี้เป็นประจำทุกวันผู้ใช้ Facebook ที่มีการโพสต์ภาพเหล่านี้จึงเกิดความรู้สึกประทับใจและอยากจะแชร์ภาพที่ตนเองและคนในหมู่บ้านนั้นเกิดความประทับใจให้คนในโลกออนไลน์ได้ดูกันซึ่งหมู่บ้าทุ่งแต้วอยู่ที่ตำบลเขาพระ   จังหวัดสงขลา

ซึ่งหลังจากที่ภาพนี้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ก็ทำให้เกิดกระแสการชื่นชมอย่างไม่ขาดสายเนื่องจากว่าหลายคนที่ได้อ่านเรื่องราวและได้เห็นรูปภาพก็เกิดความรู้สึกประทับใจที่เด็กน้อยแค่เพียง 3 ขวบกับคุณตาซึ่งร่างกายไม่แข็งแรงนั้น

กับต้องการทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านของตนเองหลายคนออกมาถามหาถึงความรับผิดชอบของทางราชการซึ่งการซ่อมถนนนั้นเป็นงานที่จะต้องรับผิดชอบจากทางหน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอหรือผู้ใหญ่บ้านแต่กลับต้องให้คนในหมู่บ้านซึ่งเป็นคนแก่และเด็กนั้นต้องมาซ่อมแซมถนนกันเอง

           สำหรับเรื่องราวที่สร้างความประทับใจในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังรวมถึงคนในหมู่บ้านคนอื่นๆให้หันมาทำเป็นแบบอย่างในการที่จะช่วยกันดูแลหมู่บ้านของตนเองนั้นให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองเพราะถนนนั้นเป็นถนนที่ทุกคนก็ต้องใช้ร่วมกันอยู่แล้วดังนั้นเมื่อถนนเกิดความชำรุดเสียหาย

ก็ควรจะช่วยกันทำการซ่อมแซมไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะคนใดคนหนึ่งเท่านั้นอย่างไรก็ตามที่สำคัญถนนนี้เป็นของส่วนกลางที่ทางราชการควรจะต้องลงมาดูแลดังนั้นเรื่องราวที่มีการเผยแพร่นี้จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางราชการจะมองเห็นและได้ยินเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้าน

ที่ห่างไกลจากความเจริญโดยนำเงินงบประมาณของแผ่นดินเงินที่เก็บภาษีของประชาชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่ไปนำไปซื้อรถถังเรือดำน้ำทั้งๆที่ประเทศไทยนั้นไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเลย

 

สนับสนุนโดย  sagame เครดิตฟรี

สาวใช้แสบ ขโมยทรัพย์สินของนายจ้าง

สาวใช้แสบ ขโมยทรัพย์สินของนายจ้าง ก่อนแจ้งลาออกกระท้นหัน อ้างจะกลับไปอยู่กับลูกที่ประเทศพม่า

       หญิงสาวชาวพม่าคนหนึ่งก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของบ้านนายจ้างได้ทรัพย์สินมามูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาทหลังจากที่ขโมยของแล้วได้มีการโทรไปเรียกให้สามีมารับหลังจากขึ้นรถออกไปกับสามีก็โทรมาหาเจ้านายบอกว่าขอลาออกเพราะอยากจะไปอยู่กับลูกที่ประเทศพม่า หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ที่จังหวัดปทุมธานีพร้อมของกลางที่ขโมยมาทั้งหมด

      สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสนบางชันได้รับแจ้งจากนางสาว อรสุรี ซึ่งเธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจไนน์เอ็นเตอร์เทนหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของบริษัท  อสมท. นั่นเอง  โดยนางสาวอัญชลีได้ไปแจ้งความที่สนบางชันระบุว่าถูกลูกจ้างซึ่งชื่อว่านางสาวนาเป็นหญิงสาวชาวพม่าขโมยเงินไปเป็นจำนวนเงิน 10000 บาท

ต้องการให้เจ้าหน้าที่นั้นเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีเนื่องจากว่านางสาวนานั้นได้มีการติดต่อมาเพื่อขอลาออกและจะเดินทางออกไปประเทศพม่าอย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องแล้วจึงได้มีการประสานงานติดตามหาตัว

นางสาวนาปรากฏว่าเธอยังไม่ได้เดินทางออกไปแพร่พม่าแต่ได้ไปอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีพร้อมกับสามีของเธอโดยไปอาศัยอยู่ที่บริเวณโรงงานเต้าหู้และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงและทำการควบคุมตัวนางสาวนามาทำการสอบสวนท้ายที่สุดแล้วนางสาวนาก็ให้การรับสารภาพว่าเธอเป็นผู้ลงมือก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของนายจ้างมาจริงด้วย

ทรัพย์สินที่มีทั้งหมดนั้นเป็นเงินรวมแล้วทั้งสิ้นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาทเนื่องจากว่าเธอย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของนางสาวอัญชลีตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็ทยอยลักเล็กขโมยน้อยที่เป็นพวกสร้อยคอทองคำ  รวมถึงทองคำแท่งและยังมีทรัพย์สิน

สำหรับนางสาวนานั้นทางนางสาวอัญชลีแจ้งว่าได้มีการรับตัวมาจากศูนย์ดูแลคนชราและผู้ป่วยติดเตียงเนื่องจากว่าที่บ้านของนางสาวอัญชลีนั้นเธอมีคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่จึงต้องการคนมาดูแลและเธอได้ให้เงินเดือนกับนางสาวนาเป็นประจำทุกเดือน

เดือนละ 16,000 บาทอย่างไรก็ตามนางสาวนานั้นได้รับสารภาพว่าเมื่อเธอนำทรัพย์สินออกมาจะมีคนนำเธอนั้นไปขายของที่ขโมยอีกทีนึงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเล่นติดตามหาตัวผู้ร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆวันนี้สำหรับประวัติของนางสาวนานั้นเธอทำงานอยู่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วซึ่งขณะนี้เธอมีลูกน้อยอายุ 10 เดือนที่เธอเพิ่งคลอดที่ต้องคอยดูแล

 

สนับสนุนโดย  betbb

สะพานลอยหน้ามหาลัยจุฬาลงกรณ์กำลังเป็นข่าวดัง

สะพานลอยหน้ามหาลัยจุฬาลงกรณ์กำลังเป็นข่าวดังเมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับไม่มีที่กั้นกันตก

      ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของสะพานลอยซึ่งอยู่ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจุฬาตรงบริเวณหน้าคณะนิติศาสตร์ซึ่งอยู่ตรงบริเวณถนนพญาไทโดยมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพสะพานลอยซึ่งมีการสร้างเสร็จแล้วแต่ปัญหาที่นำมาโพสต์นั้นก็เพราะว่าบริเวณสะพานทางขึ้น

ที่จะขึ้นไปบนสะพานลอยนั้นปรากฏว่าบันไดทางขึ้นนั้นไม่มีราวกั้นกันคนเดินตกซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้สะพานลอยดังกล่าวนั้นมีอยู่แล้วแต่เนื่องจากว่ามีอายุเก่าแก่มายาวนานแล้วเกิดการผุพังเสียหายจึงได้รับการซ่อมแซม

แต่เมื่อมีการซ่อมแซมมาใหม่ปรากฏว่าทางช่างนั้นได้มีการเอาราวกั้นออกซึ่งเหลือแต่ทางเดินขึ้นไปและสะพานนั้นมีความสูงค่อนข้างสูงมากดังนั้นถ้าหากเดินไม่ระมัดระวังก็อาจจะทำให้ตกสะพานลงมาได้เนื่องจากว่าเราแกล้งทั้ง 2 ฝั่งนั้น

ไม่มีเลยผู้คนจึงได้มีการถ่ายรูปแล้วนำมาแชร์ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องขำๆแต่อีกหลายคนก็มองว่าการสร้างสะพานแบบนี้ไม่ควรที่จะทำเพราะเสียงอย่างมากที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตยิ่งถ้าเกิดใช้สะพานนี้ในช่วงเวลากลางคืนหรือถ้าเกิดว่าคนเมามาใช้ก็อาจจะทำให้เดินตกสะพานและเสียชีวิตได้ซึ่งภาพนี้ได้มีการแชร์ลงใน Facebook ประมาณเมื่อวันที่ 11 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

อย่างไรก็ตามข้อความนี้ได้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากมีหลายคนได้ออกมาพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่ช่างขอสร้างที่ก่อสร้างราวสะพานนั้นยังไม่ยอมนำเหล็กมากั้นไว้สักทีซึ่งล่าสุดนั้นทางเจ้าของ Facebook ได้ออกมาเขียนข้อความเพิ่มเติมว่า

ตอนนี้เขาได้มีการติดต่อประสานงานกับทางโฆษกกรุงเทพมหานครชื่อว่าคุณพงศกรขวัญเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วและแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ทางคุณพงศกรดูเรียบร้อยซึ่งทางด้านคุณพงศกรเองรับปากว่าจะมีการประสานงานให้ทางช่างก่อสร้างนั้นนำท่านมาติดตั้งให้เร็วที่สุดอย่างไรก็ตาม

แต่ในช่วงเวลานี้ถ้าหากใครที่จะใช้สะพานตรงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ซึ่งอยู่ตรงคณะนิติศาสตร์แล้วเราก็ก็ให้ระมัดระวังในการเดินขึ้นสะพานลอยนิดนึงเพราะถ้าพลาดนิดเดียวก็อาจจะทำให้ตกสะพานจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้นั้นเอง

           จากภาพที่เห็นนั้นเกิดจากพี่ช่างก่อสร้างนั้นละเลยไม่ใส่ใจผลงานของตนเองว่างานที่ทำนั้นเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ดีหรือไม่เพราะหวังที่จะทำงานให้เสร็จแล้วก็ทิ้งงานไปดังนั้นทางที่ดีทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯควรจะมีการเอาผิดกับทางช่างที่มีการซ่อมแซมสะพานเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ให้ช่างผู้รับเหมานั้นมีความรอบคอบและตรวจสอบงานของตนเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะทิ้งงานไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครsagame

ข่าว สส. ปารีณาปะทะเดือดกับบุ๋มปนัดดากลางรายการแฉ 

        ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้สำหรับข่าวของ สส. ของประเทศไทยที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามที่ชื่อว่า สส. ปารีณาซึ่งเป็น สส. สังกัดในจังหวัดราชบุรี เพราะนับตั้งแต่ที่ สส. ปารีณานั้นมาเป็นสสได้รับคัดเลือกมาจากประชาชนชาวราชบุรีเท่าที่ติดตามผลงานของเธอ

มาเธอยังไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยถ้าหากเป็นการดูแลประชาชนแต่เธอจะมีผลงานมากมายถ้าหากต้องเป็นการทะเลาะตบตีด่าทอกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับอดีต  สส.ช่อ พรรณิการ์หรือแม้แต่นักการเมืองคนอื่นๆ

รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดต่างๆและล่าสุดก็ยังมาทะเลาะกับ คุณ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  ซึ่งไม่รู้ว่าเธอว่างมากหรือยังไงเธอถึงเที่ยวทะเลาะกับใครต่อใครไปทั่วล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางรายการทีวีรายการหนึ่งที่ชื่อว่ารายการแฉ  

ซึ่งมีพิธีกรหลากหลายคนรวมทั้งหนึ่งในนั้นก็คือพิธีกรที่ชื่อว่ามดดำได้มีการเชิญ  สส. ปารีณา และดร. บุ๋มปนัดดามาออกรายการคู่กัน ซึ่งหลังจากที่ใครหลายๆคนได้ดูรายการนี้แล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อมาเจอหน้ากันจริงๆแล้ว  สส.  ปารีณา  ก็เป็นคนแค่ดีแต่พูด เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าบุ๋มปนัดดาเธอก็ไม่สามารถเสียงอะไรออกได้เลย

เป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องทุกวันนี้ประชาชนพากันสงสัยว่าเราต้องเสียภาษีจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับเธอคนนี้ทำไมในเมื่อทุกวันนี้เธอยังไม่เคยทำงานอะไรเพื่อประชาชนเลยคนงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของเธอนั้นไม่เคยที่จะมีออกมาสู่สายตาของประชาชน

ยกเว้นแค่การเลียแข้งเลขานายกรัฐมนตรีซึ่งถ้าหากใครมาต่อว่านายกรัฐมนตรีของเธอแล้วก็เธอจะต้องออกมาโจมตีฟ้องร้องคนนู้นนี่นั่นด้วยไปดังนั้นเราจึงสงสัยกันว่าหาก  สส. ที่ได้เข้ามาทำงานแล้วไม่ยอมทำงานนั้นเราสามารถที่จะปลดเข้าออกจากคณะ  สส. หรือไม่หรือต้องทนให้เขาทำงานต่อไปเป็นระยะเวลา 4 ปี

เลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่ถึงจะกดเข้าได้เมื่อนั้น และจาก ที่ดูจากการแฉเมื่อวานทำให้เห็นว่า สสปารีณานั้นไม่สมควรจะเป็นส.สก็เธอไม่มีวุฒิภาวะมากพอในการที่จะเป็นผู้นำหรือการที่จะดูแลใครได้เลยและเมื่ออยู่ต่อหน้ากับทาง  ดร. บุ๋มปนัดดา ความเก่งกาจของเธอก็หายไปถึงแม้ว่าเธอจะยังยืนยันว่าเธอจะยังมีคนฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีแน่นอนแต่เธอต้องการให้ทาง Doctor บุ๋ม นั้นแจ้งความดำเนินคดีกับเธอซะก่อน

เธอถึงจะมีการฟ้องกับ ดร.บุ๋มซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีความคิดอย่าง ดร.บุ๋มนั้นคงไม่เอาเวลาที่มีประโยชน์ของตนเองไปใส่ใจกับไร้สติคนนี้อย่างแน่นอน  เราอยากเห็นนายกรัฐมนตรีจัดการ ส.ส. ที่ไร้ค่าคนนี้ออกจากสภาสักทีคงต้องรอดูกันว่าจะมีวันนั้นหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

พ่อแท้ๆทำอนาจารลูกตนเองไว้เพียงแค่ 12 ขวบ

พ่อแท้ๆทำอนาจารลูกตนเองไว้เพียงแค่ 12 ขวบแถมยังนำรูปดังกล่าวไปโพสต์ลงทวิตเตอร์

         เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กได้รับการติดต่อจาก Cyber Report ซึ่งอยู่ที่ประเทศอเมริกาส่งมาแจ้งข้อมูลให้ดำเนินคดีกับชายไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีโดยทางไซเบอร์ Report นั้นได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการนำคลิปวีดีโอซึ่งเป็นคลิปเกี่ยวกับเรื่องของการร่วมเพศของเด็กอายุ 12 ปี

ไปโพสในทวิตเตอร์และที่สำคัญในการโพสต์นั้นมีการระบุไว้ด้วยว่าเป็นตัวของเขาเองซึ่งเป็นพ่อแท้ๆกระทำกับลูกสาวดังนั้นทางไซเบอร์ Report ของสหรัฐอเมริกาจึงได้มีการประสานงานหน้าที่ตำรวจไทยให้สืบหาตัวชายคนดังกล่าวเพื่อไปดำเนินคดี

ซึ่งในที่สุดจากการประสานงานกันทั้งอเมริกาและของไทยจนสามารถจับกุมชายคนดังกล่าวได้ในที่สุดโดยชายคนดังกล่าวนั้นเป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชื่อว่าในหนูเขามีบ้านอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีโดยในที่สุดแล้วเขาก็ยอมรับสารภาพว่าเขาเป็นคนโพสต์นั้นเอง

และเขาก็จะทำจริงตามที่ทางไซเบอร์ Report มีการ Report มาโดยเขาได้บอกว่าตัวเองนั้นแต่งงานมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 1 คนก็คือลูกสาวอายุ 12 ปีคนปัจจุบันนี้เองแต่หลังจากนั้นเขาก็ทำการเลิกรากับภรรยาไปและลูกสาวของเขานั้นได้ไปอยู่กับแม่

ซึ่งตากับยายเป็นคนเลี้ยงแต่อย่างไรก็ตามลูกสาวของเขาถ้าอยู่ในช่วงของปิดเทอมก็จะแวะมาอยู่กับพ่อเป็นบางครั้งซึ่งจะอยู่ประมาณครั้งละประมาณ 3-4 วันโดยจะมาหาพ่อประมาณเดือนละ 2 ครั้งซึ่งเมื่อช่วงตอนที่ลูกสาวของเขาอายุ 12 ปีนั้นเขาได้มีการสอนเกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์ให้ลูกสาวทราบหลังจากนั้น

ก็เริ่มมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวของตนเองหลังจากนั้นได้มาและก็ได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้รวมถึงถ่ายรูปภาพเอาไว้เสร็จแล้วเขาก็นำรูปภาพดังกล่าวนั้นไปโพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาเองซึ่งรูปภาพที่เขามีการถ่ายไว้กับลูกสาวของเขานั้นยังมีเก็บไว้ในตัวเครื่องและโทรศัพท์มือถือของเขานั้นยังมีรูปอนาจารของเด็กอื่นๆอีกมากมายทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาและจับคุมตัวไปดำเนินคดี

      สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางผู้ก่อเหตุเองคงจะมองเห็นว่าทวิตเตอร์นั้นเป็น Social กลางที่ตำรวจไทยจะไม่เข้ามาตรวจสอบทำให้ยากแต่การตรวจสอบได้จึงได้มีการนำรูปภาพพรุ่งนี้ไปโพสต์ในทวิตเตอร์แทนที่จะมีการโพสต์ลง Facebook Instagram แทนแต่อย่างไร

ก็ตามถึงแม้ว่าจะเป็น Social ต่างประเทศแต่เขาก็จะมีคนที่คอยควบคุมข้อมูลเช็คข้อมูลต่างๆว่ามีใครลงรูปที่ผิดกฎหมายหรือไม่ซึ่งจะมีการลงรูปผิดกฎหมายก็จะมีการ Report มายังประเทศนั้นๆแจ้งเรื่องและให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีได้ซึ่งในครั้งนี้เอง นาย หนูนั้น อาจจะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจึงทำให้นำภาพดังกล่าวไปโพสต์และถูกจับกุมได้ในที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน

วัยรุ่นเล่นมือถือตอนขี่มอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถ 6 ล้อคอหักตาย

      เหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อชนเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครนายกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรงโดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นตรงบริเวณถนนสายหนองแซงศรีนาวาซึ่งเป็นจุดตรงบริเวณช่วงคลองส่งน้ำโพธิ์ศรีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ได้รับแจ้งเหตุก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าตูดรถ 6 ล้อนั้นออกมาอยู่ตรงบริเวณกลางถนนในขณะที่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ใต้ตูดรถ 6 ล้อและมีการวัยรุ่นนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ๆกันเมื่อไปทำการปรับตัววัยรุ่นคนดังกล่าว

ก็พบว่าเลือดออกตามตัวเป็นไปหมดและเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วระหว่างที่กำลังทำการเคลื่อนย้ายศพนั้นปรากฏว่าโทรศัพท์ผู้เสียชีวิตดังขึ้นและมีคนโทรเข้ามาซึ่งทางด้านกู้ภัยได้ทำการรับสายและแจ้งกับปลายทางว่าเจ้าของโทรศัพท์นั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว

ทำให้ญาติๆและแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นเดินทางมายังจุดเกิดเหตุโดยทางแม่ของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้เสียชีวิตนั้นอายุประมาณ 20 ปีชื่อว่านายจิรวัฒน์โดยผู้เสียชีวิตนั้นขอเงินแม่ออกมาแล้วบอกว่าจะไปหาเพื่อนและจะไปช่วยเพื่อนทำงานส่วนทางด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิตก็บอกว่ามาเจอกับนายจิรวัฒน์ก่อนที่นายจิรวัฒน์จะประสบอุบัติเหตุ

โดยตรงนั้นทั้งคู่กำลังกินข้าวกันเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วนายจิรวัฒน์ขอตัวออกไปทำธุระแล้วบอกว่าจะกลับมาใหม่แต่ก็ไม่เห็นกลับมาสักทีจะมาทราบข่าวอีกทีนึงว่านายจิรวัฒน์ขับรถชนท้ายรถ 6 ล้อแล้วเสียชีวิตส่วนทางด้านของพนักงานขับรถ 6 ล้อก็เลยงงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขากำลังปฏิบัติงานอยู่ตรงจุดเกิดเหตุคดี

เนื่องจากว่าตรงนี้มีการสร้างถนนกันอยู่ซึ่งจังหวะที่เขากำลังถอยหลังเอารถ 6 ล้อขึ้นบนถนนนั้นด้านหลังรถ 6 ล้อจะมีลูกน้องของเขาคอยโบกรถให้จอดอยู่แต่นายจิรวัฒน์นั้นอาจจะไม่เห็นว่ามีคนโบกรถและมีรถถอยหลังอยู่กลางถนนเนื่องจากว่าขณะที่เขาขับรถมาด้วยความเร็วสูงนั้นนายจิรวัฒน์กำลังก้มมองโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

เขาไม่ได้มองชื่อถนนทำให้ไม่ทราบว่าข้างหน้านั้นมีรถ 6 ล้อขวางถนนอยู่เมื่อถึงในจังหวัดก็พุ่งเข้าชนท้ายรถ 6 ล้อทันทีโดยไม่ได้เบรคจนทำให้ร่างกระเด็นและเสียชีวิตในที่สุดนั่นเองอย่างไรก็ตามอย่าๆของนายธวัชก็พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้

ว่ากำลังมีการเตรียมงานบวชให้กับนายจิรวัฒน์อยู่พอดีแต่ก็มาเสียชีวิตไปซะก่อนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทของนายจิรวัฒน์เนื่องจากว่ามัวแต่ก้มมองโทรศัพท์มือถือทำให้ไม่เห็นถนนหนทางจึงทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ในครั้งนี้นั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

นักฟุตบอลที่เลิกเล่นก่อนวัยอันควร

นักฟุตบอลบางคนนั้นต่างมีความแตกต่างกันไปทั้งในเรื่องของความสำเร็จ ซึ่งหลายๆอย่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคน บางคนเล่นเก่ง แต่องค์ประกอบของทีมไม่ดี แต่บางคนเล่นไม่เก่งแต่เพื่อนร่วมทีมเก่ง ซึ่งก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ แต่เรื่องที่น่าเศร้าไปกว่านั้นสำหรับนักฟุตบอลก็คือ การเลิกเล่นฟุตบอลในสิ่งที่เค้ารัก

เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคนที่เล่นฟุตบอลนั้นคงไม่มีใครอยากจะเลิกเล่นฟุตบอลโดยง่าย ยกเว้นสังขารที่มันไม่ไหวแล้วจริง แต่คนที่เลิกเล่นฟุตบอลด้วยอาการบาดเจ็บมันเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่า เพราะเค้าต้องเลิกเล่นโดยที่ยังไม่พร้อมที่จะเลิก และมันคือความเสียใจอย่างแท้จริง 

ฮิเดชิ นากาตะ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ต้องเลิกเล่นก่อนวัยอันควร ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปี แต่การเลิกเล่นของนั้นไม่ได้เกิดอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากการที่เค้ารู้สึกเบื่อหน่ายกับวงการฟุตบอล ที่เค้ามองว่ามันกลายเป็นเกมธุรกิจมากกว่าเกมกีฬา จึงทำให้เค้าหันหลังสู่วงการฟุตบอลและเลิกเล่นทั้งๆที่ฝีเท้าเค้านั้น ยังสามารถที่เล่นในลีกสูงสุดของอิตาลีได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

ฟาบิค มูฮาบา อดีตนักเตะโบลตัน ที่อายุเพียงแค่ยี่สิบปี และต้องเลิกเล่นด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ทั้งๆที่ตลอดห้าปีที่เค้าเล่นให้ทีมโบลตันนั้น เค้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่เคยมีอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นมาก่อน แต่แล้วนัดการแข่งขันที่เจอกับเสปอร์ในเอฟเอคัพ อยู่ดีนักเตะคนนี้ก็ล้มลงกลางสนาม และมีอาการหัวใจหยุดเต้นไปเกือบเจ็ดสิบแปดนาที ซึ่งทำให้เค้าไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกต่อไป

ไมเคิล จอนห์สัน นักเตะวัยสิบเก้าปี ที่ติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเล็ก จนได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาติดชุดใหญ่ได้เร็ววัน ซึ่งตัวเค้าเองนั้นโชว์ได้ดีกับทีมแมนซิตี้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง บวกกับพฤติกรรมที่ชอบเมาแล้วขับ อีกทั้งยังติดการพนัน ทำให้เค้าต้องจบชีวิตการค้าแข้งโดยปริยาย

มาร์โค แวนบาสเท่น หนึ่งในสามทหารเสือ ที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง เพราะตัวเค้าเองมีอาการบาดเจ็บจากข้อเท้าที่เรื้อรัง จากการที่ถูกคู่แข่งเสียบเข้าข้อเท้าข้างหลังอย่างบ่อยครั้ง และในขณะนั้นกติการการแข่งขันยังไม่มีห้ามการเสียบเข้าข้างหลับ จนทำให้เค้าต้องเข้าการรักษาอย่างบ่อยครั้งและต้องเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยสามสิบเอ็ดปี ซึ่งมีการกล่าวกันว่า หากกติกาห้ามเสียบเข้าข้างหลังมีเร็วกว่านี้ เค้าจะสร้างตำนานได้อีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่ง

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่งแล้วในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ส่วนคนทำบัตรขับขี่ใหม่ต้องรอวันที่ 22 มืถุนายน

          มีประกาศออกมา  แล้วจากทางกรมขนส่งว่าจะมีการเปิดให้บริการสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการต่อใบทะเบียนใบขับขี่โดยจะมีการเปิดในรูปแบบของ New Normal นั่นก็คือจะมีการจำกัดจำนวนคนที่จะเข้ามาต่อใบขับขี่โดยการเปิดบริการของกรมขนส่งนี้จะมีการเปิดให้บริการในวันแรกเป็นวันที่ 8 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 นี้

ซึ่งในการเปิดการทำงานของกรมขนส่งในวันแรกนี้จะให้สิทธิ์เฉพาะกับลูกค้าที่มาติดต่อเรื่องของการต่อใบขับขี่อย่างเดียวเท่านั้นจะยังไม่รวมถึงผู้ที่จะมาทำใบขับขี่ใหม่ส่วนผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่นั้นทางกรมการขนส่งบอกว่าจะมีการเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 22 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

ซึ่งในวันที่ 22 นั้นจะเป็นการเปิดการให้บริการของกรมการขนส่งแบบเต็มรูปแบบส่วนการเปิดการให้บริการในวันที่ 8 นี้จะเป็นการต่อใบขับขี่และไม่มีการอบรมไม่อนุญาตให้มีการอบรมที่สำนักงานซึ่งหากใครจะมาใช้บริการในวันที่ 8 นี้

จะต้องมีการเข้าไปทำการกดจองคิวก่อนผ่านทางแอพพลิเคชั่น dlt Smart queue ซื้อลูกค้าจะต้องมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ไว้ที่โทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นก็เข้าไปทำการลงทะเบียนและไปทำการจองคิวโดยทางกรมการขนส่งนั้นจะเรียกผู้ที่ไปทำการต่อใบขับขี่ตามคิวที่มีการได้รับ

ซึ่งถ้าหากใครไม่ทำการจองคิวก็จะไม่ได้รับการเรียกไปต่อใบขับขี่และถ้าใครไม่จองคิวเมื่อไปถึงกรมการขนส่งก็จะไม่ได้รับการต่อใบขับขี่เช่นเดียวกันโดยมีการยึดคิวจาก Application นี้เท่านั้นและเมื่อไปถึงกรมการขนส่งนั้นจะต้องมีการจัดกฎระเบียบข้อบังคับผู้ที่ไปติดต่ออย่างเคร่งครัดซึ่งถ้าหากไทยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยไป

ก็จะไม่ให้เข้าไปต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งรวมถึงเมื่อมาถึงที่กรมการขนส่งแล้วทางเจ้าหน้าที่จะมีการยืนรออยู่ที่หน้าประตูเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ที่จะมาใช้บริการว่ามีอาการเป็นไข้ตัวร้อนหรือไม่โดยเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจวัดไข้ของผู้ที่มาติดต่อก่อนถึงจะอนุญาตให้เข้าไปต่อใบขับขี่ได้นั่นเอง สำหรับวันที่ 8 มิถุนายนนั้นจะยังเปิดให้บริการเฉพาะบางรายการเท่านั้นที่ประชาชนจะสามารถไปทำรายการที่กรมการขนส่งได้

จะยังไม่เปิดบริการทุกรายการดังนั้นผู้ใช้บริการในวันที่ 8 นั้นจะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นก่อนว่ามีบริการไหนบ้างที่สามารถไปติดต่อได้ในวันที่ 8 แต่ถ้าเกิดจะสะดวกจริงๆแนะนำว่าให้ไปติดต่อกรมการขนส่งในวันที่ 22 มิถุนายนจะดีกว่าเพราะว่าจะเปิดทำรายการได้ทุกรายการนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

แม่วัวท้องแก่ กระโดดลงจากรถบิ๊กอัพที่จังหวัดชัยภูมิ 

            เมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจังหวัดชัยภูมิได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้มาช่วยนำวัวที่ขาติดกับโครงเหล็กบริเวณรถกระบะ  ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณช่วงบ้านหนองไผ่ล้อมตำบลกุดตุ้มและเมื่อทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงก็พบสภาพของแม่วัวที่น่าเวทนายิ่งนัก

เนื่องจากหัวของมันนั้นจะอยู่ที่พื้นแต่ขาของบัญชีฟ้าซึ่งขาด้านนึงนั้นติดกับโครงเหล็กที่มีการต่อเติมขึ้นมาบนรถกระบะเอาไว้กั้นเพื่อป้องกันตัวออกจากรถกระบะนั่นเองอย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าตัวดังกล่าวนั้นมันกำลังท้องแก่

ซึ่งอายุครรภ์ของมันนั้นได้ 8 เดือนแล้วดังนั้นทางกู้ภัยจึงต้องพยายามช่วยกันนำขามันออกอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันขาของวัวนั้นหักรวมถึงกระทบกระเทือนไปถึงท้องของมันด้วยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำที่ตัดโครงเหล็กมาตัดเหล็กที่รถกระบะออกเพื่อที่จะได้เอาขาของมันออกได้ง่ายๆจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าของคนที่ขับรถกระบะแจ้งว่าเขาได้ซื้อวัวตัวนี้มาในราคา 40,000 บาทโดยเข้าพบว่าวัวดังกล่าวนั้น

เป็นวัวท้องแก่แล้วใกล้คลอดอีกแค่เพียงเดือนเดียวก็จะคลอดลูกออกมาจึงตั้งใจที่จะนำวัวตัวนี้ไปที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเขาจะนำบัวดังกล่าวไปเรียนที่บ้านอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการนำวัวขึ้นไปบนรถเรียบร้อยแล้วทางเจ้าของรถกระบะก็ได้นำหญ้ามาให้วัวกินแต่ระหว่างที่มีการขับมาระหว่างทางนั้นไม่รู้ว่าวัวเกิดตกใจอะไรทำให้มันพยายาม

ที่จะกระโดดออกจากโครงเหล็กจนเป็นสาเหตุให้ขาของมันนั้นไปติดกับโครงเหล็กของรถกระบะดังกล่าวและยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งติดแน่นเข้าไปใหญ่มันร้องเสียงโหยหวนซึ่งสร้างความตกใจรวมถึงทำให้หลายคนที่พบเห็นสงสัยมันเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วทางกู้ภัยเองก็สามารถที่จะช่วยเหลือแม่วัวตัวดังกล่าวได้ให้ปลอดภัยซึ่งขณะนี้ได้มีการนำแม่วัวตัวดังกล่าวนั้นไปที่จังหวัดนครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

         สำหรับเหตุการณ์แม่วัวกระโดดจากรถกระบะในครั้งนี้คาดว่าแม่วัวอัตราตกใจคิดว่าตนเองนั้นอาจจะถูกนำไปเชือดจึงได้พยายามหนีตายเนื่องจากตัวเองนั้นก็กำลังท้องแก่อยู่ซึ่งอาจจะไม่รู้ว่าตนเองนั้นถูกขายไปเพื่อให้ไปมีที่อยู่อาศัยอีกสักวันนึงเท่านั้น

ซึ่งเรามักจะพบเห็นเหตุการณ์วัวหรือหมูเวลาที่มันถูกเคลื่อนย้ายไปยังอีกสถานที่หนึ่งส่วนใหญ่มันจะพยายามกระโดดหนีเพราะมันเกรงว่ามันจะถูกนำพาไปโรงเชือดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020