ผบ.ทบ. กล่าวหาคนเห็นต่างเป็นพวกชังชาติ

วันนี้มีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไปแล้วแต่บรรยากาศทางการเมืองในเวลานี้คนไม่ได้สนใจกันแล้วว่าใครจะเป็นคณะรัฐมนตรีของประเทศไทยแต่ที่สนใจก็คือว่าประเทศไทยในเวลานี้จะเดินรอดอย่างไรจะออกไปจากวิกฤตความขัดแย้ง

ซึ่งเกิดจากความเสื่อมศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลได้อย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมตัวของนักเรียนและนักศึกษาไม่มีทางที่จะสกัดได้อย่างต่อไปอีกแล้วภายในสุดสัปดาห์นี้เราจะมีการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษาหลายจุดด้วยกันไม่ว่าจะเป็นที่ ธรรมศาสตร์ ในวันที่10 ลาดกระบัง เราเข้าใจว่าอาจจะเป็นวันที่11พรุ่งนี้อาจจะมีการรวมตัวของนักเรียนหอวังต้านเผด็จการ 

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีครูที่ รร. ไม่ได้บอกว่าเป็นครูที่โรงเรียนหอวังเราบอกแต่ว่าที่ หอวังจะมีการจัดกิจกรรม แต่ว่ามีครู รร. หนึ่งนั้นได้ข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านผู้ปกครองว่า “ใครไปรวมกิจกรรมต้านเผด็จการจะถูกครูไล่ออก” เช่นเดียวกันกับที่หาดใหญ่วิทยาลัยจะมีการรวมตัวของเด็กนักเรียนที่หน้า โรงานเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยเป็น เวลา 20นาที

จัดกิจกรรมซึ่งสะท้อนความน่าเศร้าสลดใจของยุคนี้นั้นก็คือ เด็กรวมตัวกับ20นาทียืนเฉยๆชูกระดาษเปล่าเพราะว่าช่วงนี้ รัฐบาลหรือว่าคนของรัฐบาลเขาเอาหนักเด็กถือกระดาษก็จับเข้าคุกดำเนินคดีได้ เด็กหาดใหญ่งั้นก้เอาอย่างงี้คราวนี้ชูกระดาษเปล่าไม่มีอะไรปราศรัยด้วยการยืนถือกระดาษเปล่าแผ่นเดียวประมาณ 20นาที ให้มันรู้ไปว่ารัฐบาลจะจับกุมดำเนินคดีหรือไม่

นอกจากนี้มันเป็นบรรยากาศที่ได้เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นมันได้เป็นบรรยายกาศที่ความตื่นตัวของนักเรียนและนักศึกษาสกัดไม่อยู่เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของเยาวชนปลดแอก

ซึ่งได้มีคนมาจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆว่าจะไปยังไงกันต่อหลังจากที่เยาวชนปลดแอกชุมนุมและทำให้มีการตื่นตัวของนักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศ 

เมื่อวานนี้คำพูดของผู้บัญชาทหารบกนั้นเป็นฉนวนซึ่งทำให้อารมณ์ทางการเมืองของคนในประเทศลุกเป็นไฟเพราะว่าผู้บัญชาการทหารบกอยู่ดีไม่ว่าดีอยู่ในงานโรงเรียนนายร้อย จปร. แต่ยื่นปากออกมาด่านักเรียนนักศึกษาที่ได้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตว่าเป็นพวกชังชาติ ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนทบทวนถูกแล้ว

สิ่งที่ ผบ.ทบ. พูดมันมีนัยมากกว่านั้นมันไม่ใช่แค่คนเห็นต่างด่ารัฐบาลว่าเป็นคนชังชาติแต่มันมีลักษณะของการเหยียดของคนเห็นต่างรัฐบาลเหยียดคนที่ไม่พอใจ ประยุทธ์จันทร์โอชา เหยียดคนซึ่งอยากเห็นการยุบสภาเหยียดคนที่ต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าเป็นเพียงเชื้อโรคชนิดนึง เพราะ ผบ.ทบ. เทียบโควิดกับคนชังชาติ

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

น้องปลายฟ้าฆ่าตัวตายเพราะเข้าใจว่าไม่ได้รับเงินเยียวยา 5000 บาท

น้องปลายฟ้าฆ่าตัวตายเพราะเข้าใจว่าไม่ได้รับเงินเยียวยา 5000 บาทแต่สุดท้ายผลออกมาสรุปว่าแฟนใหม่แอบไปกดเงินน้องโดยที่น้องไม่รู้

ยังคงเป็นกระแสดราม่าอย่างต่อเนื่องสำหรับการเสียชีวิตของน้องปลายฟ้าไว้ 20 ปีซึ่งก่อนตายเธอได้มีการวาดรูปของนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาลงผ่าน Facebook ส่วนตัวของเธอพร้อมระบายความคับแค้นใจที่เธอมีต่อรัฐบาลชุดนี้โดยหลักๆของใจความที่เธอไม่มีการเขียนทิ้งเอาไว้นั่นก็คือเธอไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลชุดนี้

โดยคาดหวังว่าเธอจะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันแต่สุดท้ายแล้วเธอไม่ได้รับเงินจึงทำให้เธอรู้สึกว่าเธอถูกรัฐบาลชุดนี้ทอดทิ้งและเธอมีปัญหาเรื่องของการเงินไม่พอใช้ทำให้เธอคิดไม่ตกและในที่สุดก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายซึ่งข่าวนี้เป็นกระแสโด่งดังตั้งแต่เธอเริ่มมีการโพสต์รูปภาพของนายกรัฐมนตรีและหลังจากนั้นก็มีการฆ่าตัวตาย

แต่ละมากไม่ได้จบเพียงแค่นั้นเมื่อมีหลายคนเข้าไปทำการตรวจสอบข้อมูลและได้รับการยืนยันจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาแล้วว่าเงิน 5,000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันที่น้องปลายฟ้าเข้าใจว่าไม่ได้รับนั้นที่จริงแล้วมีการโอนเงินเข้าสู่บัญชีของน้องปลายฟ้าไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เดือนเมษายนปีพศ 2563

แต่จำนวนเงินดังกล่าวกับถูกแฟนใหม่ของน้องปลายฟ้าแอบเอา ATM ไปทำการกดมาใช้โดยที่น้องปลายฟ้าไม่รู้ ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้น้องสายฟ้าเข้าใจผิดต่อรัฐบาลชุดของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาถึงขนาดตั้งค่าตัวตาย

โดยในครั้งแรกที่น้องปลายฟ้าเสียชีวิตใหม่ๆแฟนหนุ่มของน้องปลายฟ้าได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าน้องไปฟ้าเครียดเพราะไม่มีเงินใช้และไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทซึ่งญาติของน้องปลายฟ้าเองก็ได้มีการสอบถามแฟนของน้องปลายฟ้าโดยเขาก็ยืนยันว่าน้องไม่ได้รับเงิน 5000 บาทแน่นอนแต่เมื่อมีการตรวจสอบออกไปแล้วพบว่าน้องปลายฟ้าได้รับเงิน 5,000 บาทและที่สำคัญแฟนใหม่ของน้องปลายฟ้าเป็นคนแอบกดเงินของน้องปลายฟ้าไปใช้

ทำให้ญาติญาติของน้องปลายฟ้าเกิดความไม่พอใจโดยได้รับการยืนยันออกมาจากทางบริษัทที่น้องไปฟ้าทำงานแล้วว่าเงินเดือนของน้องปลายฟ้าจะเข้าประมาณวันที่ 20 เดือนเมษายนซึ่งยอดเงินที่เข้านั้นจะอยู่ที่ 5,056 บาท

และเมื่อมีการตรวจสอบเชิงลึกเข้าไปพบว่าแฟนใหม่ของน้องปลายฟ้าน้ำเงินของน้องปลายฟ้าไปจ่ายค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองโดยที่ไม่บอกให้น้องปลายฟ้าทราบและยังมาให้สัมภาษณ์นักข่าวโดยมีการใส่ร้ายรัฐบาลชุดของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาอีกด้วย

ซึ่งหลังจากที่มีข่าวคุณคุยเรื่องนี้ออกมาเมื่อนักข่าวเดินทางไปขอสัมภาษณ์แฟนใหม่ของน้องปลายฟ้าปรากฏว่าส่วนใหญ่ๆของแฟนใหม่ของน้องปลายฟ้าบอกว่าหลังจากที่มีข่าวออกมาชายคนดังกล่าวก็ได้หายออกจากบ้านไปซึ่งตอนนี้ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  rb88

นวดไทย ได้รับการรับรองจากยูเนสโก ขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก

            มีรายงานข่าวเข้ามาว่าก่อนหน้านี้ที่ทางรัฐบาลไทยได้ส่ง การนวดไทย ขอขึ้นนทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมนั้น ตอนนี้มีการประกาศผลอออกมาแล้ว โดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล

ที่การยืนยันออกมาว่า องค์กรยูเนสโก  มีมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียนการ นวดไทย เอาไว้ในรายชื่อตัวแทนมรกดและวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ  ซึ่งถือได้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก และเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ที่ผ่านมาคุณ ปลื้ม รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ออกมาแถลงการณ์ให้ทุกคนทราบเรื่องที่น่ายินดีนี้ร่วมกัน ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยส่งการละเล่นโขนเพื่อขึ้นทะเบียนมาแล้ว

         สำหรับการนวดไทยนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำกันตั้งแต่ภายในครอบครัวจนพัฒนามาเป็นอาชีพให้กับชุมชน และยังเป็นการดูแลเกี่ยวกับสุขภาพ โดยการนวดนี้ยังสามารถสร้างงานให้กับคนพิการทางสายตาให้มีงานทำเลี้ยงชีพให้ตัวเองได้อีกด้วย สถานที่ที่จัดอบรมการนวดไทยที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่วัดโพธิ์ ซึ่งมีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณแล้ว

หากพูดถึงนวดไทยทุกคนจะนึกถึงฝีมือการนวดที่ฝึกมาจากวัดโพธิ์ทั้งสิ้น การนวดไทยนี้นอกจากจะคนไทยด้วยกันเองที่นิยมนวดแล้ว ชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยก็ยังชื่นชอบและการนวดของไทย ยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย ปัจจุบันมีคนสนใจมาเรียนนวดไทยที่วัดโพธิ์กันเป็นจำนวนมากมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ 

โดยมีการเก็บสถิติของคนที่มาเรียนมีเรียนไปแล้วทั้งหมด 145 ประเทศ คิดเป็นจำนวนคนที่สองแสนคน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ได้เรียนนวดจนสำเร็จสามารถไปนวดให้ญาติพี่น้องหรือจะเปิดร้านนวดไทยก็ทำได้ ปัจจุบันมีการเปิดร้านวดไทยอยู่ทั่วโลก โดยมีรัฐบาลคอยส่งเสริมการนวดไทยให้ออกไปสู่นานาชาติให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

และหากใครที่เคยไปนวดจะรู้สึกได้เลยว่า ที่เราเครียดมาตลอดทั้งวัน ปวดเมื่อยเนื้อตัวทั้งวันหากได้ได้รับการนวดจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง คนที่ต้องทำงานหนัก ต้องแบกหาม หรือแม้แต่ผู้บริหารที่ต้องนั่งเก้าอี้ตลอดเวลา ต่างก็ต้องการความผ่อนคลาย ดังนั้นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อของไทยจึงกลายเป็นที่นิยมเพราะหากนวดเสร็จครบหลักสูตรแล้ว

คุณจะสบายตัวมากจริงๆ ดังนั้นเราจึงควรสนับสนุน โครงการนวดไทยนี้ ที่สำคัญการนวดไทย ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ที่พิการทางสายตาให้มีอาชีพ หาเงินเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องมาเป็นภาระของสังคม 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

หิวจัดจนเป็นบ้า ฆ่าแฟนแล้วเอาขามาทอดกิน

             ที่ประเทศยูเครน มีคดีสยองขวัญที่ทำให้ชาวเมืองต่างหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากเมื่อมีรายงานข่าวเข้ามาว่าเมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายผู้หนึ่งอายุแค่เพียง 41ปีเท่านั้นด้วยคดีฆาตกรรมแฟนสาวของเขาแต่ที่น่าสะพรึงและสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในเมืองครีวิริกก็คือการที่ชายหนุ่มคนดังกล่าว

ฆ่าหั่นศพแฟนของเขาแล้วนำขาทั้งสองข้างของแฟนมาทอดกินเป็นอาหารส่วนร่างกายอื่นๆนั้นนำใส่กระสอบแล้วไปโยนทิ้งริมแม่น้ำเรื่องราวที่น่าสะพรึงนี้เกิดขึ้นจนเป็นที่มาของการจับกุมได้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากว่าเมื่อประมาณวันที่ 13 เดือนเมษายนปีพศ 2563

ได้มีชาวบ้านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจว่าพบศพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตัดขาแล้วนำร่างใส่กระสอบไปทิ้งไว้ริมแม่น้ำโดยคนที่พบศพชิ้นส่วนดังกล่าวนั้นได้บอกว่าในวันที่พบศพนั้นเขาได้ลูกชาย 2 คนกำลังจะเดินทางไปตกปลาตรงริมแม่น้ำแห่งนั้นพอดีและบังเอิญไปเจอกระสอบเมื่อเปิดออกดูก็พบศพจึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่าหญิงสาวที่อยู่ในกระสอบนั้นเป็นใคร

ซึ่งเมื่อทราบชื่อจึงดำเนินการไปสอบสวนกับบุคคลใกล้ชิดของหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือฆาตกรซึ่งเป็นแฟนของเธอเองโดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานฆาตกรก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าแฟนสาวด้วยตนเองโดยในคืนวันที่ 13 เมษายนนั้นเขาได้แฟนสาวกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่

และด้วยความเมาและด้วยความหิวเขาจึงเดินเข้าไปในครัวแล้วนำมีดมาปาดคอแฟนสาวจนเสียชีวิตหลังจากนั้นก็หันเอาขาของแฟนสาวไปทอดแล้วกินเป็นอาหารส่วนร่างกายของแฟนสาวนั้นเขาก็นำยัดใส่กระสอบแล้วนำไปซ่อนทิ้งไว้ตรงข้างบ้านหลังจากนั้นในช่วงเวลากลางคืนเขาก็นำศพของแฟนสาวไปทิ้งไว้ตรงริมแม่น้ำจนมีชาวบ้านมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ให้ข้อมูลว่าหญิงสาวที่เป็นผู้โชคร้ายนั้นคือใครแต่ฆาตกรนั้นมีชื่อว่า Alexander ซึ่งตอนนี้เขาได้ถูกจับกุมตัวเรียบร้อยแล้วอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน

ซึ่งมีรายงานข่าวออกมาด้วยว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปควบคุมตัวเข้าที่บ้านพักนั้นเป็นช่วงที่ Alexander กำลังนำส่วนเนื้อของท่านขาของแฟนเขาออกมาประกอบอาหารอยู่พอดีโดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นดังนั้นต่างก็พากันอาเจียนออกมาได้ความสระอิดสระเอียนทันที  ซึ่งนั่นคือหลักฐานที่มัดตัว Alexander ได้อย่างชัดเจน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88 thailand

พ่อค้าขายกางเกงในโพสต์คลิปขอบคุณ

พ่อค้าขายกางเกงในโพสต์คลิปขอบคุณมนุษย์ที่มาลองกางเกงในที่ร้านจนขายของดี

           ก่อนหน้านี้พ่อค้าขายกางเกงในที่ตาลาดไทยสมบูรณ์รายหนึ่งได้โพสต์คลิปต่อว่ามนุษย์ป้าคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมมาเลือกซื้อกางเกงในแล้วยืนลองใส่กางเกงในที่หน้าร้าน พร้อมกับส่องกระจกดูไปด้วย

โดยตลาดแห่งนี้อยู่ที่ อำเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ โดยพ่อค้ามีการโพสต์ระบายและไม่พอใจต่อพฤติกรรมลูกค้ารายนี้ที่จะซื้อกางเกงในแล้วมาลองใส่ก่อน เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ออกไปมีคนเข้ามาดูคลิปกันเป็นจำนวนมากพร้อมกับแชร์ต่อๆกันไปจนเป็นข่าวดัง

ซึ่งหลังจากที่ทุกคนได้ดูคลิปผลปรากฏร้านขายกางเกงในรายนี้กลับโด่งดังมาก มีผู้คนมากมายมาที่ร้านนี้เพื่อซื้อกางเกงใน จนสินค้าไม่พอขาย ทำให้เจ้าของร้านดีใจมาก ได้ออกมาโพสต์มนุษย์ป้าลองกางเกงในอีกรอบ

พร้อมเขียนข้อความขอบคุณที่ช่วยให้สินค้าขายดี แถมยังระบุอีกด้วยว่า ให้มนุษย์ป้าคนดังกล่าวมารับของรางวัลที่ร้านจะให้กางเกงในร้อยตัว

            จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่าสังคมไทยเริ่มบ้ากันขึ้นทุกทีแล้ว เริ่มตั้งแต่คุณป้าที่ไปซื้อกางเกงในแล้วยืนลองใส่ที่ร้าน เพราะโดยปกติแล้วการซื้อกางเกงในที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่มีนโยบายให้ลูกค้าลองใส่ก่อน เพราะเป็นสินค้าส่วนบุคคลหากมีการใส่แล้วจะไม่สามารถขายให้กับคนอื่นได้ เพราะใครๆต่างก็รังเกียจที่จะใส่กางเกงในซ้ำกับคนอื่น

แต่ว่าป้าคนนี้กลับไม่สนใจคนอื่นทั้งกับเจ้าของร้านเอง หรือลูกค้าคนอื่นที่จะมาซื้อต่อจากตน ยังทำเหมือนเป็นการลองกางเกงธรรมดาทั่วไป ไม่ได้รู้สึกอับอายใครที่มองลองใส่กางเกงในหน้าร้าน  ส่วนคนที่เห็นคลิปแล้วแห่กันมาซื้อตามมนุษย์ป้านั้น ยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่ บางคนน่าจะเข้าข่ายโรคจิต เพราะว่าคนปกติธรรมดาทั่วไป

คงรู้สึกรังเกียจและไม่อยากที่จะซื้อกางเกงในที่ร้านนี้ แต่คนกลับยิ่งพากันไปซื้อแสดงถึงสังคมไทยกำลังอยู่ในสภาวะที่จิตใจออกไปทางป่วยจิต โดยหากคนที่เป็นโรคจิตเห็นคงชอบเพราะได้ไปซื้อกางเกงในที่มีคนลองใส่โดยที่ไม่ต้องไปขโมยของเขามาให้ตำรวจจับ

            สิ่งที่สังคมเราต้องทำคือการตักเตือนกันหากเห็นว่าสิ่งที่คนคนนั้นทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่นที่ป้าคนนี้มายืนลองกางเกงใน หากเจ้าของร้านมีการห้ามปราม บอกกับคนซื้อว่ากางเกงในลองไม่ได้ป้าคนนั้นคงไม่ยืนลองและหากเจ้าของร้านไม่ถ่ายคลิปลงมาประจานคนคงไม่แห่ไปซื้อกางเกงในที่ร้านมากขนาดนี้หวังว่าการกระทำที่แปลกแบบที่มนุษย์คนนี้ทำจะไม่มีการลอกเลียนแบบนำไปทำตาม 

 

สนับสนุนโดย  next88

ใบแจ้งค่าไฟสูงเพราะพนักงานการไฟฟ้าจดมิเตอร์ผิด

           ช่วงนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่ออกมาแล้วทำให้ประชาชนที่ได้รับใบแจ้งต่างก็พากันตกตะลึงหรือบางบ้านเกิดอาการเรียกว่าช็อกเลยก็ได้ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีทั้งดารานักแสดงต่างก็ออกมาโพสต์ระบายถึงค่าไฟที่ยอดสูงผิดปกติจากเดิมที่เป็นคนจ่ายแค่เพียงเดือนละ 6000 บาทเท่านั้น

มาเดือนล่าสุดกับต้องจ่ายสูงถึง 16,000 บาทแต่ไม่ใช่เฉพาะแค่ดาราเท่านั้นประชาชนทั่วไปหลายคนก็ยอดสูงผิดปกติจนต้องออกมาเรียกร้องให้ทางการไฟฟ้าตรวจสอบยอดใบแจ้งค่าใช้บริการเพราะขนาดใบแจ้งมียอดการปรับลดให้ถึง 3 เปอร์เซ็นต์แล้ว

แต่ก็ยังถือว่าสูงจากในเดือนที่ผ่านมามากซึ่งมีบ้านบางหลังที่มีการส่งเรื่องตรวจสอบแล้วพบว่าเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้มีการจดมิเตอร์คาดเคลื่อนทำให้ยอดค่าบริการส่งโอเวอร์ขึ้นมาซึ่งในวันนี้เองมียอดที่ช็อคเจ้าของบ้านเมื่อบินใบแจ้งค่าใช้บริการเรียกเก็บออกมายอดถึง 83,535 บาท ซึ่งยอดนี้สูงมากหลายร้อยเท่าจากเดิม

เพราะเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่นี่ยังมีการเรียกเก็บบิลใบแจ้งค่าใช้บริการแค่เพียง 2949 บาทเท่านั้นและถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นไซส์คนงานก่อสร้างก็จริงแต่ก็มีการประกาศให้คนงานเลิกทำงานแล้วกลับบ้านต่างจังหวัดมานานแล้วทำให้ยอดค่าบริการไม่น่าจะสูงเกือบหลักแสนขนาดนี้ซึ่งทางภรรยาของเจ้าของไซต์ก่อสร้างเอง

ก็ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับยอดค่าบริการที่ตนเองก็ถูกได้เก็บส่งผิดปกติเช่นเดียวกันในขณะที่ทางฝ่ายสามีเองก็ได้มีการนำบิลใบแจ้งค่าใช้บริการไปให้ทางการไฟฟ้าทำการตรวจสอบดูว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่

ซึ่งหลังจากนั้นแค่เพียง 2 วันเท่านั้นทางการไฟฟ้าก็ได้เดินทางมาพบกับเจ้าของไซต์งานก่อสร้างและทำการขอโทษเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบแล้วในรอบปีที่ผ่านมานั้นยอดค่าบริการไม่สูงเท่านี้แน่นอนและเช็คเรียบร้อยแล้ว

พบว่าพนักงานที่มาจดบิลใบแจ้งค่าบริการนั้นจดตัวเลขผิดพลาดไปเนื่องจากขณะที่จอดนั้นเป็นช่วงเวลากลางวันและแสงแดดส่องไปที่ตาทำให้สายตาพร่ามองเห็นตัวเลขไม่ชัดเจนจึงได้จดเลขเบิ้ลเข้าไปทำให้บินถูกคำนวณยอดออกมาสูงที่ปกติทั้งนี้การไฟฟ้าได้นำพาพนักงานคนที่จดบิลใบแจ้งค่าบริการดังกล่าวมาขอโทษด้วยตนเอง

ซึ่งทางเจ้าของไซต์งานก่อสร้างก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเพียงแต่ว่าแนะนำในเรื่องของการดูตัวเลขให้ชัดเจนก่อนเพราะหากใครมาเจอเช่นนี้ก็อาจจะช็อคจนเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน ซึ่งทางหัวหน้าของพนักงานจดไฟฟ้ามิเตอร์นั้นมีการแจ้งว่าจะมีการลงโทษพนักงานคนดังกล่าวตามกฎของบริษัทต่อไปซึ่งเบื้องต้นก็จะมีการถูกหักเบี้ยขยันและถูกหักค่าแรง 500 บาท

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

เงามืดความตาย จากน้องชมพู่ถึงน้องกานต์

จากที่ทราบกันดีว่าในขณะนี้คดีของน้องชมพู่และน้องการที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศโดยข่าวของน้องชมพู่นั้นยังไม่ค่อยเคลือบหน้าไปเท่าไหร่ส่วนข่าวของน้องการ ด้านความคืบหน้าไปบ้างแล้ววันนี้เราจะมาสรุปความคืบหน้าของทั้งสองคนนี้ว่ามันเป็นอย่างไรกันบ้างมาดูกันเลยค่ะ

ตำรวจได้มีการระดมกำลังจะทุกฝ่าย จากส่วนกลางเพื่อเป็นการลงพื้นที่ เพื่อเป็นการช่วยกันคลี่คลายในคดีของ น้องชมพู่หลังจากที่มีการหายตัวไปนาน 4 วันก่อนที่จะพบเป็นศพ อยู่บนภูเขาซึ่งมีการห่างจากบ้านไป ประมาณ 5 กิโลเมตรด้วยกัน

เหตุเกิดที่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาตำรวจ มีการเรียกสอบปากคำทั้งคนในครอบครัว เครือญาติและบุคคลแวดล้อม ที่อยู่ในพื้นที่ที่สามารถที่จะ เชื่อมโยงเหตุการณ์ทางคดีเหล่านี้ได้ โดยทั้งหมดมีรวมด้วยกันอยู่ 937 คน ส่วนทางด้านของการสืบสวนได้ค้นหาพยานและหลักฐาน ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจาก ผลชันสูตรศพของเด็กหญิงชมพู่ ที่แพทย์ระบุว่าไม่ทราบสาเหตุในการตาย และไม่พบการละเมิดทางเพศ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน ทางคดีว่าในตอนนี้อยู่ที่ร้อยละ 80 ความยากคือไม่มีพยานหลักฐาน ที่ชี้ชัดว่าใครคือผู้ต้องสงสัย ทำให้ยังไม่สามารถที่จะขอให้ศาลออก หมายจับใครได้นั่นเอง

พร้อมกับมีการยอมรับนะว่าทางหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีนี้มีอยู่น้อยมากค่ะ

ขณะที่การเสียชีวิตของเด็กชายกานต์ จังหวัดจันทบุรีซึ่งถูกพบเป็นศพหลัง ที่ได้หายไป 3 วันโดยถูกพบเป็นศพ ในสภาพร่างที่เหลือเพียงแค่ ตัวช่วงบนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 200 เมตรเพียงเท่านั้นโดยตำรวจบอกว่าอยู่ในระหว่าง คลี่คลายหลายข้อสงสัยหลากหลายประเด็นด้วยกัน เพราะถือได้ว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติเช่นเดียวกัน

ส่วนผลชันสูตรของแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจได้มีการระบุว่า ไม่พบบาดแผลที่เกิดจากการทำร้าย ของคนแต่เกิดจากการทำร้ายจากเขี้ยวของสัตว์ บริเวณลำคอและด้านหลัง ส่วนการฉีกขาดของแขนหรือ ท่อนล่างของอวัยวะเป็นลักษณะ การดึงถึงนั่นเอง

และไม่ได้ใช่การตัดจากของมีคมทำให้ประเด็นนี้จึงมุ่งประเด็นไปที่ สุนัข 2 ตัวที่มีความเป็นไปได้ ที่จะทำร้ายเด็กนั่นก็คือสุนัขพันธุ์ของพิทบูล และบางแก้วซึ่งได้เก็บ DNA ไปตรวจสอบ เปรียบเทียบ DNA บนเสื้อผ้าของเด็กชายแล้ว

สำหรับน้องกายในวันนี้ก็มีการ ทำพิธีในการเผาศพไปแล้วนะคะ ซึ่งคดีการเสียชีวิตของเด็กชายการดูเหมือนว่าจะ มีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่มากกว่าคดีของเด็กหญิงชมพู่ และอาจจะจบได้ก่อนด้วยนะคะ

เรื่องคดีของเด็กหญิงชมพู่ยากตรงที่ไม่มีหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์หรือมันมีน้อยจนเกินไป ซึ่งแบบนี้ตำรวจจะต้องคลี่คลายแบบ อย่างไรอะไรที่ต้องตรวจสอบ ข้อสงสัยให้ได้ก่อนที่จะมีการส่ง สรุปสำนวนคดีให้สมบูรณ์

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์

แม่ปล่อยให้ลูกเปิดหมวกเล่นเปียโนหาทุนเรียนไม่หวั่นแม้มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

   ไม่เห็นการแชร์ภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นเปียโนอยู่ตรงบริเวณทางเดิน sky walk  สาธรโดยเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งเล่นเปียโน โดยมีแม่คอยนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งหลายคนที่ได้มาเห็นคลิปน้องเล่นเปียโน ตรงบริเวณsky walk

ต่างก็ออกมาพูดกันว่าทำไมแม่ถึงปล่อยให้น้องเล่นเปียโนในขณะที่กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในขณะนี้ แล้วยังมีการแชร์ข้อความที่แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ออกมาตอบโต้ชาวโซเชียลที่มาวิพากษ์วิจารณ์ลูกสาวของเขา

ซึ่งมีบางข้อความที่แม่ของเด็กได้ออกมาตอบโต้คนในโซเชียลยกตัวอย่างเช่นทำไมถึงไม่ให้ลูกหยุดออกมาเล่นเปียโนไม่กลัวการติดเชื้อไวรัสเข้าอีกเหรอคะ

ซึ่งทางคุณแม่ของเด็กเองก็ได้ไม่ตอบโต้กับคนที่มาสอบถามว่าถ้าหยุดแล้วจะจ่ายค่าเทอมแทนหรือเปล่าถ้ากลัวติดเชื้อจะต้องหยุดหายใจด้วยหรือไม่ซึ่งหลายคนไม่เห็นข้อความนี้ก็เกิดความไม่พอใจแม่ของเด็กเป็นอย่างมาก 

        หลังจากที่มีข่าวเผยแพร่ออกมาข้างนอก ก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามแม่ของเด็กถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งทางแม่ของเด็กเองก็ได้บอกว่าตนเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและรู้วิธีการเลี้ยงลูกอยู่แล้วซึ่งตนเองก็รักลูกของตนเองมากดังนั้นเมื่อลูกตนเองมีพรสวรรค์พิเศษจึงอยากจะสนับสนุนลูก ซึ่งลูกสาวของตนเองนั้นเป็นเด็กเล่นเปียโนมาก

ดังนั้นต้นทุนสนับสนุนให้ลูกเรียนเปียโนแต่ค่าเล่าเรียนในการเรียนเปียโนนั้นค่อนข้างแพงคิดเป็นชั่วโมงละ 1,000 บาท แล้วตอนนี้ทางโรงเรียนสอนเปียโนก็มีการคิดค่าเทอมเพิ่มขึ้นจากชั่วโมงละพันมาเป็นชั่วโมงละ 2,000 บาท

และการโรงเรียนแต่ละครั้งต้องลงเรียนเป็นคอร์สซึ่งคอร์สนึงต้องลง 6 ชั่วโมงถ้าคิดเป็นจำนวนเงินแล้วก็คิดเป็นคอร์สละ 10,000 บาท ซึ่งทำให้ภาระการหาเงินเพิ่มมากขึ้นแต่ในเมื่อลูกสาวยังต้องการที่จะเรียนเปียโน ตนเอง

จึงให้ลูกหาประสบการณ์ด้วยการให้ลูกมาหาเงินลงคอร์สเรียนเปียโน ด้วยตนเองโดยทางคุณแม่ของน้องยืนยันว่าได้มีการทำเรื่องขอกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้รับการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตัวแม่เองก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญให้น้องมาทำการเปิดหมวกแต่น้องเต็มใจที่จะมาทำเอง ส่วนเรื่องหลายคนที่ห่วงว่าน้องจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นคุณแม่เองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการอนามัยและให้น้องหมั่นล้างมืออยู่บ่อยๆ น้องยังต้องเรียนเปียโนอยู่ตลอดเพื่อพัฒนาฝีมือดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายจึงทำให้น้องต้องออกมาหาเงินเพื่อไปลงคอร์สเรียน 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

เด็กชายอายุ 13 ปีกระโดดถีบหนุ่มออทิสติกตกน้ำเสียชีวิต

               ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนตกน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบว่ากำลังมีเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำกำลังช่วยกันค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและเมื่อมีการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง ว่าผู้ตายเป็นชายหนุ่ม อายุประมาณ 24 ปี

แต่เขาป่วยเป็นออทิสติก  ซึ่งเขามักจะมานั่งเล่นแถวท่าน้ำนี้อยู่เป็นประจำวันนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มออทิสติกคนนี้กำลังนั่งกินข้าวกล่องของเขาอยู่ตรงริมน้ำอยู่คนเดียว อยู่อยู่ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปหาเขาและอยู่ดีดีก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กในพื้นที่เคยเห็นมาเล่นที่นี่เป็นประจำอายุประมาณ 13 ปี

อยู่อยู่ก็กระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติกคนดังกล่าว ทำให้เขาตกน้ำลงไปแล้วเด็กเด็กทั้งหมดก็เดินหนีไปไม่มีใครสนใจ ชายหนุ่มออทิสติก เลย ซึ่งตอนที่ชายหนุ่มออทิสติกตกน้ำนั้นได้มีคนจรจัดที่มักจะมานอนอยู่บริเวณสถานีรถไฟและมักจะมานั่งเล่นแถวที่เกิดเหตุเป็นประจำเห็นเหตุการณ์ตอนที่ ชายหนุ่มออทิสติกตกน้ำ

ชายจรจัดจึงได้กระโดดลงน้ำพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก็หาร่างของชายหนุ่มออทิสติก ไม่พบ ซึ่งชาวบ้านในละแวกจุดเกิดเหตุได้โทรแจ้งตำรวจและประสานงานนักประดาน้ำจึงสามารถงมร่างผู้เสียชีวิตพบ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดที่กรุงเทพมหานคร ตรงคลองแถวท่าเรือตรงสถานีรถไฟหัวลำโพง อยู่ตรงซอยผดุงกรุงเกษม

         หลังจากที่เรื่องราวของข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไป ผู้คนต่างก็พากันชื่นชมความมีน้ำใจของชายจรจัดคนดังกล่าวที่พยายามจะลงไปช่วยผู้เสียชีวิตและในขณะเดียวกันก็พยายามตามตัวคนที่ก่อเหตุกระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติก จนตกน้ำและเสียชีวิตลง ซึ่งพลังโซเชียลมักทำอะไรสำเร็จเสมอ สามารถตามตัวจนพบว่าเด็กคนดังกล่าวอยู่ที่ไหน

และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามไปจับกุมตัวถึงที่บ้านได้ โดยเด็กคนดังกล่าว กล่าวด้วยท่าทีที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยว่า เป็นคนกระโดดถีบชายหนุ่มออทิสติกจริงเพราะเพื่อนเพื่อนมีการท้า และมีคนในกลุ่มนั้นสั่งให้ถีบ และรู้ด้วยว่าเมื่อชายชายหนุ่มออทิสติก นั้นตกน้ำแล้วก็เสียชีวิตแล้ว ซึ่งทางชาวบ้านแจ้งว่าเด็กคนดังกล่าวไม่มีแม่คอยดูแล จึงออกจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างเกเร ไม่ค่อยมีใครสนใจ 

       ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานหาครอบครัวของชายหนุ่มออทิสติก ได้เรียบร้อยแล้วโดยคุณแม่ของ ชายหนุ่มออทิสติกบอกว่า ชายหนุ่มออทิสติกคนนี้มักจะหนีออกจากบ้านอยู่เป็นประจำ เพราะเขาบอกว่าเขาโตแล้ว เขาอยากทำงานไม่อยากเป็นภาระของแม่ ทุกครั้งที่มีการตามตัวกลับบ้านก็จะหนีไปทำงานอีก จนมาเกิดเหตุเสียชีวิตในครั้งนี้ 

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot