สะพานลอยหน้ามหาลัยจุฬาลงกรณ์กำลังเป็นข่าวดัง

สะพานลอยหน้ามหาลัยจุฬาลงกรณ์กำลังเป็นข่าวดังเมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับไม่มีที่กั้นกันตก

      ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของสะพานลอยซึ่งอยู่ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจุฬาตรงบริเวณหน้าคณะนิติศาสตร์ซึ่งอยู่ตรงบริเวณถนนพญาไทโดยมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพสะพานลอยซึ่งมีการสร้างเสร็จแล้วแต่ปัญหาที่นำมาโพสต์นั้นก็เพราะว่าบริเวณสะพานทางขึ้น

ที่จะขึ้นไปบนสะพานลอยนั้นปรากฏว่าบันไดทางขึ้นนั้นไม่มีราวกั้นกันคนเดินตกซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้สะพานลอยดังกล่าวนั้นมีอยู่แล้วแต่เนื่องจากว่ามีอายุเก่าแก่มายาวนานแล้วเกิดการผุพังเสียหายจึงได้รับการซ่อมแซม

แต่เมื่อมีการซ่อมแซมมาใหม่ปรากฏว่าทางช่างนั้นได้มีการเอาราวกั้นออกซึ่งเหลือแต่ทางเดินขึ้นไปและสะพานนั้นมีความสูงค่อนข้างสูงมากดังนั้นถ้าหากเดินไม่ระมัดระวังก็อาจจะทำให้ตกสะพานลงมาได้เนื่องจากว่าเราแกล้งทั้ง 2 ฝั่งนั้น

ไม่มีเลยผู้คนจึงได้มีการถ่ายรูปแล้วนำมาแชร์ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องขำๆแต่อีกหลายคนก็มองว่าการสร้างสะพานแบบนี้ไม่ควรที่จะทำเพราะเสียงอย่างมากที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตยิ่งถ้าเกิดใช้สะพานนี้ในช่วงเวลากลางคืนหรือถ้าเกิดว่าคนเมามาใช้ก็อาจจะทำให้เดินตกสะพานและเสียชีวิตได้ซึ่งภาพนี้ได้มีการแชร์ลงใน Facebook ประมาณเมื่อวันที่ 11 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

อย่างไรก็ตามข้อความนี้ได้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากมีหลายคนได้ออกมาพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่ช่างขอสร้างที่ก่อสร้างราวสะพานนั้นยังไม่ยอมนำเหล็กมากั้นไว้สักทีซึ่งล่าสุดนั้นทางเจ้าของ Facebook ได้ออกมาเขียนข้อความเพิ่มเติมว่า

ตอนนี้เขาได้มีการติดต่อประสานงานกับทางโฆษกกรุงเทพมหานครชื่อว่าคุณพงศกรขวัญเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วและแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ทางคุณพงศกรดูเรียบร้อยซึ่งทางด้านคุณพงศกรเองรับปากว่าจะมีการประสานงานให้ทางช่างก่อสร้างนั้นนำท่านมาติดตั้งให้เร็วที่สุดอย่างไรก็ตาม

แต่ในช่วงเวลานี้ถ้าหากใครที่จะใช้สะพานตรงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ซึ่งอยู่ตรงคณะนิติศาสตร์แล้วเราก็ก็ให้ระมัดระวังในการเดินขึ้นสะพานลอยนิดนึงเพราะถ้าพลาดนิดเดียวก็อาจจะทำให้ตกสะพานจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้นั้นเอง

           จากภาพที่เห็นนั้นเกิดจากพี่ช่างก่อสร้างนั้นละเลยไม่ใส่ใจผลงานของตนเองว่างานที่ทำนั้นเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ดีหรือไม่เพราะหวังที่จะทำงานให้เสร็จแล้วก็ทิ้งงานไปดังนั้นทางที่ดีทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯควรจะมีการเอาผิดกับทางช่างที่มีการซ่อมแซมสะพานเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ให้ช่างผู้รับเหมานั้นมีความรอบคอบและตรวจสอบงานของตนเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะทิ้งงานไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครsagame

ข่าว สส. ปารีณาปะทะเดือดกับบุ๋มปนัดดากลางรายการแฉ 

        ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้สำหรับข่าวของ สส. ของประเทศไทยที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามที่ชื่อว่า สส. ปารีณาซึ่งเป็น สส. สังกัดในจังหวัดราชบุรี เพราะนับตั้งแต่ที่ สส. ปารีณานั้นมาเป็นสสได้รับคัดเลือกมาจากประชาชนชาวราชบุรีเท่าที่ติดตามผลงานของเธอ

มาเธอยังไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยถ้าหากเป็นการดูแลประชาชนแต่เธอจะมีผลงานมากมายถ้าหากต้องเป็นการทะเลาะตบตีด่าทอกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับอดีต  สส.ช่อ พรรณิการ์หรือแม้แต่นักการเมืองคนอื่นๆ

รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดต่างๆและล่าสุดก็ยังมาทะเลาะกับ คุณ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  ซึ่งไม่รู้ว่าเธอว่างมากหรือยังไงเธอถึงเที่ยวทะเลาะกับใครต่อใครไปทั่วล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางรายการทีวีรายการหนึ่งที่ชื่อว่ารายการแฉ  

ซึ่งมีพิธีกรหลากหลายคนรวมทั้งหนึ่งในนั้นก็คือพิธีกรที่ชื่อว่ามดดำได้มีการเชิญ  สส. ปารีณา และดร. บุ๋มปนัดดามาออกรายการคู่กัน ซึ่งหลังจากที่ใครหลายๆคนได้ดูรายการนี้แล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อมาเจอหน้ากันจริงๆแล้ว  สส.  ปารีณา  ก็เป็นคนแค่ดีแต่พูด เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าบุ๋มปนัดดาเธอก็ไม่สามารถเสียงอะไรออกได้เลย

เป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องทุกวันนี้ประชาชนพากันสงสัยว่าเราต้องเสียภาษีจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับเธอคนนี้ทำไมในเมื่อทุกวันนี้เธอยังไม่เคยทำงานอะไรเพื่อประชาชนเลยคนงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของเธอนั้นไม่เคยที่จะมีออกมาสู่สายตาของประชาชน

ยกเว้นแค่การเลียแข้งเลขานายกรัฐมนตรีซึ่งถ้าหากใครมาต่อว่านายกรัฐมนตรีของเธอแล้วก็เธอจะต้องออกมาโจมตีฟ้องร้องคนนู้นนี่นั่นด้วยไปดังนั้นเราจึงสงสัยกันว่าหาก  สส. ที่ได้เข้ามาทำงานแล้วไม่ยอมทำงานนั้นเราสามารถที่จะปลดเข้าออกจากคณะ  สส. หรือไม่หรือต้องทนให้เขาทำงานต่อไปเป็นระยะเวลา 4 ปี

เลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่ถึงจะกดเข้าได้เมื่อนั้น และจาก ที่ดูจากการแฉเมื่อวานทำให้เห็นว่า สสปารีณานั้นไม่สมควรจะเป็นส.สก็เธอไม่มีวุฒิภาวะมากพอในการที่จะเป็นผู้นำหรือการที่จะดูแลใครได้เลยและเมื่ออยู่ต่อหน้ากับทาง  ดร. บุ๋มปนัดดา ความเก่งกาจของเธอก็หายไปถึงแม้ว่าเธอจะยังยืนยันว่าเธอจะยังมีคนฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีแน่นอนแต่เธอต้องการให้ทาง Doctor บุ๋ม นั้นแจ้งความดำเนินคดีกับเธอซะก่อน

เธอถึงจะมีการฟ้องกับ ดร.บุ๋มซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีความคิดอย่าง ดร.บุ๋มนั้นคงไม่เอาเวลาที่มีประโยชน์ของตนเองไปใส่ใจกับไร้สติคนนี้อย่างแน่นอน  เราอยากเห็นนายกรัฐมนตรีจัดการ ส.ส. ที่ไร้ค่าคนนี้ออกจากสภาสักทีคงต้องรอดูกันว่าจะมีวันนั้นหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

พ่อแท้ๆทำอนาจารลูกตนเองไว้เพียงแค่ 12 ขวบ

พ่อแท้ๆทำอนาจารลูกตนเองไว้เพียงแค่ 12 ขวบแถมยังนำรูปดังกล่าวไปโพสต์ลงทวิตเตอร์

         เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กได้รับการติดต่อจาก Cyber Report ซึ่งอยู่ที่ประเทศอเมริกาส่งมาแจ้งข้อมูลให้ดำเนินคดีกับชายไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีโดยทางไซเบอร์ Report นั้นได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการนำคลิปวีดีโอซึ่งเป็นคลิปเกี่ยวกับเรื่องของการร่วมเพศของเด็กอายุ 12 ปี

ไปโพสในทวิตเตอร์และที่สำคัญในการโพสต์นั้นมีการระบุไว้ด้วยว่าเป็นตัวของเขาเองซึ่งเป็นพ่อแท้ๆกระทำกับลูกสาวดังนั้นทางไซเบอร์ Report ของสหรัฐอเมริกาจึงได้มีการประสานงานหน้าที่ตำรวจไทยให้สืบหาตัวชายคนดังกล่าวเพื่อไปดำเนินคดี

ซึ่งในที่สุดจากการประสานงานกันทั้งอเมริกาและของไทยจนสามารถจับกุมชายคนดังกล่าวได้ในที่สุดโดยชายคนดังกล่าวนั้นเป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชื่อว่าในหนูเขามีบ้านอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีโดยในที่สุดแล้วเขาก็ยอมรับสารภาพว่าเขาเป็นคนโพสต์นั้นเอง

และเขาก็จะทำจริงตามที่ทางไซเบอร์ Report มีการ Report มาโดยเขาได้บอกว่าตัวเองนั้นแต่งงานมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 1 คนก็คือลูกสาวอายุ 12 ปีคนปัจจุบันนี้เองแต่หลังจากนั้นเขาก็ทำการเลิกรากับภรรยาไปและลูกสาวของเขานั้นได้ไปอยู่กับแม่

ซึ่งตากับยายเป็นคนเลี้ยงแต่อย่างไรก็ตามลูกสาวของเขาถ้าอยู่ในช่วงของปิดเทอมก็จะแวะมาอยู่กับพ่อเป็นบางครั้งซึ่งจะอยู่ประมาณครั้งละประมาณ 3-4 วันโดยจะมาหาพ่อประมาณเดือนละ 2 ครั้งซึ่งเมื่อช่วงตอนที่ลูกสาวของเขาอายุ 12 ปีนั้นเขาได้มีการสอนเกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์ให้ลูกสาวทราบหลังจากนั้น

ก็เริ่มมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวของตนเองหลังจากนั้นได้มาและก็ได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้รวมถึงถ่ายรูปภาพเอาไว้เสร็จแล้วเขาก็นำรูปภาพดังกล่าวนั้นไปโพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาเองซึ่งรูปภาพที่เขามีการถ่ายไว้กับลูกสาวของเขานั้นยังมีเก็บไว้ในตัวเครื่องและโทรศัพท์มือถือของเขานั้นยังมีรูปอนาจารของเด็กอื่นๆอีกมากมายทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาและจับคุมตัวไปดำเนินคดี

      สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางผู้ก่อเหตุเองคงจะมองเห็นว่าทวิตเตอร์นั้นเป็น Social กลางที่ตำรวจไทยจะไม่เข้ามาตรวจสอบทำให้ยากแต่การตรวจสอบได้จึงได้มีการนำรูปภาพพรุ่งนี้ไปโพสต์ในทวิตเตอร์แทนที่จะมีการโพสต์ลง Facebook Instagram แทนแต่อย่างไร

ก็ตามถึงแม้ว่าจะเป็น Social ต่างประเทศแต่เขาก็จะมีคนที่คอยควบคุมข้อมูลเช็คข้อมูลต่างๆว่ามีใครลงรูปที่ผิดกฎหมายหรือไม่ซึ่งจะมีการลงรูปผิดกฎหมายก็จะมีการ Report มายังประเทศนั้นๆแจ้งเรื่องและให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีได้ซึ่งในครั้งนี้เอง นาย หนูนั้น อาจจะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจึงทำให้นำภาพดังกล่าวไปโพสต์และถูกจับกุมได้ในที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน

วัยรุ่นเล่นมือถือตอนขี่มอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถ 6 ล้อคอหักตาย

      เหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อชนเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครนายกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรงโดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นตรงบริเวณถนนสายหนองแซงศรีนาวาซึ่งเป็นจุดตรงบริเวณช่วงคลองส่งน้ำโพธิ์ศรีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ได้รับแจ้งเหตุก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันทีซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าตูดรถ 6 ล้อนั้นออกมาอยู่ตรงบริเวณกลางถนนในขณะที่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ใต้ตูดรถ 6 ล้อและมีการวัยรุ่นนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ๆกันเมื่อไปทำการปรับตัววัยรุ่นคนดังกล่าว

ก็พบว่าเลือดออกตามตัวเป็นไปหมดและเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วระหว่างที่กำลังทำการเคลื่อนย้ายศพนั้นปรากฏว่าโทรศัพท์ผู้เสียชีวิตดังขึ้นและมีคนโทรเข้ามาซึ่งทางด้านกู้ภัยได้ทำการรับสายและแจ้งกับปลายทางว่าเจ้าของโทรศัพท์นั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว

ทำให้ญาติๆและแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นเดินทางมายังจุดเกิดเหตุโดยทางแม่ของผู้เสียชีวิตบอกว่าผู้เสียชีวิตนั้นอายุประมาณ 20 ปีชื่อว่านายจิรวัฒน์โดยผู้เสียชีวิตนั้นขอเงินแม่ออกมาแล้วบอกว่าจะไปหาเพื่อนและจะไปช่วยเพื่อนทำงานส่วนทางด้านเพื่อนของผู้เสียชีวิตก็บอกว่ามาเจอกับนายจิรวัฒน์ก่อนที่นายจิรวัฒน์จะประสบอุบัติเหตุ

โดยตรงนั้นทั้งคู่กำลังกินข้าวกันเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วนายจิรวัฒน์ขอตัวออกไปทำธุระแล้วบอกว่าจะกลับมาใหม่แต่ก็ไม่เห็นกลับมาสักทีจะมาทราบข่าวอีกทีนึงว่านายจิรวัฒน์ขับรถชนท้ายรถ 6 ล้อแล้วเสียชีวิตส่วนทางด้านของพนักงานขับรถ 6 ล้อก็เลยงงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขากำลังปฏิบัติงานอยู่ตรงจุดเกิดเหตุคดี

เนื่องจากว่าตรงนี้มีการสร้างถนนกันอยู่ซึ่งจังหวะที่เขากำลังถอยหลังเอารถ 6 ล้อขึ้นบนถนนนั้นด้านหลังรถ 6 ล้อจะมีลูกน้องของเขาคอยโบกรถให้จอดอยู่แต่นายจิรวัฒน์นั้นอาจจะไม่เห็นว่ามีคนโบกรถและมีรถถอยหลังอยู่กลางถนนเนื่องจากว่าขณะที่เขาขับรถมาด้วยความเร็วสูงนั้นนายจิรวัฒน์กำลังก้มมองโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

เขาไม่ได้มองชื่อถนนทำให้ไม่ทราบว่าข้างหน้านั้นมีรถ 6 ล้อขวางถนนอยู่เมื่อถึงในจังหวัดก็พุ่งเข้าชนท้ายรถ 6 ล้อทันทีโดยไม่ได้เบรคจนทำให้ร่างกระเด็นและเสียชีวิตในที่สุดนั่นเองอย่างไรก็ตามอย่าๆของนายธวัชก็พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้

ว่ากำลังมีการเตรียมงานบวชให้กับนายจิรวัฒน์อยู่พอดีแต่ก็มาเสียชีวิตไปซะก่อนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทของนายจิรวัฒน์เนื่องจากว่ามัวแต่ก้มมองโทรศัพท์มือถือทำให้ไม่เห็นถนนหนทางจึงทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ในครั้งนี้นั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

นักฟุตบอลที่เลิกเล่นก่อนวัยอันควร

นักฟุตบอลบางคนนั้นต่างมีความแตกต่างกันไปทั้งในเรื่องของความสำเร็จ ซึ่งหลายๆอย่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคน บางคนเล่นเก่ง แต่องค์ประกอบของทีมไม่ดี แต่บางคนเล่นไม่เก่งแต่เพื่อนร่วมทีมเก่ง ซึ่งก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ แต่เรื่องที่น่าเศร้าไปกว่านั้นสำหรับนักฟุตบอลก็คือ การเลิกเล่นฟุตบอลในสิ่งที่เค้ารัก

เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคนที่เล่นฟุตบอลนั้นคงไม่มีใครอยากจะเลิกเล่นฟุตบอลโดยง่าย ยกเว้นสังขารที่มันไม่ไหวแล้วจริง แต่คนที่เลิกเล่นฟุตบอลด้วยอาการบาดเจ็บมันเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่า เพราะเค้าต้องเลิกเล่นโดยที่ยังไม่พร้อมที่จะเลิก และมันคือความเสียใจอย่างแท้จริง 

ฮิเดชิ นากาตะ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ต้องเลิกเล่นก่อนวัยอันควร ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปี แต่การเลิกเล่นของนั้นไม่ได้เกิดอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากการที่เค้ารู้สึกเบื่อหน่ายกับวงการฟุตบอล ที่เค้ามองว่ามันกลายเป็นเกมธุรกิจมากกว่าเกมกีฬา จึงทำให้เค้าหันหลังสู่วงการฟุตบอลและเลิกเล่นทั้งๆที่ฝีเท้าเค้านั้น ยังสามารถที่เล่นในลีกสูงสุดของอิตาลีได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

ฟาบิค มูฮาบา อดีตนักเตะโบลตัน ที่อายุเพียงแค่ยี่สิบปี และต้องเลิกเล่นด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ทั้งๆที่ตลอดห้าปีที่เค้าเล่นให้ทีมโบลตันนั้น เค้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่เคยมีอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นมาก่อน แต่แล้วนัดการแข่งขันที่เจอกับเสปอร์ในเอฟเอคัพ อยู่ดีนักเตะคนนี้ก็ล้มลงกลางสนาม และมีอาการหัวใจหยุดเต้นไปเกือบเจ็ดสิบแปดนาที ซึ่งทำให้เค้าไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกต่อไป

ไมเคิล จอนห์สัน นักเตะวัยสิบเก้าปี ที่ติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเล็ก จนได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาติดชุดใหญ่ได้เร็ววัน ซึ่งตัวเค้าเองนั้นโชว์ได้ดีกับทีมแมนซิตี้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง บวกกับพฤติกรรมที่ชอบเมาแล้วขับ อีกทั้งยังติดการพนัน ทำให้เค้าต้องจบชีวิตการค้าแข้งโดยปริยาย

มาร์โค แวนบาสเท่น หนึ่งในสามทหารเสือ ที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง เพราะตัวเค้าเองมีอาการบาดเจ็บจากข้อเท้าที่เรื้อรัง จากการที่ถูกคู่แข่งเสียบเข้าข้อเท้าข้างหลังอย่างบ่อยครั้ง และในขณะนั้นกติการการแข่งขันยังไม่มีห้ามการเสียบเข้าข้างหลับ จนทำให้เค้าต้องเข้าการรักษาอย่างบ่อยครั้งและต้องเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยสามสิบเอ็ดปี ซึ่งมีการกล่าวกันว่า หากกติกาห้ามเสียบเข้าข้างหลังมีเร็วกว่านี้ เค้าจะสร้างตำนานได้อีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่ง

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่งแล้วในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ส่วนคนทำบัตรขับขี่ใหม่ต้องรอวันที่ 22 มืถุนายน

          มีประกาศออกมา  แล้วจากทางกรมขนส่งว่าจะมีการเปิดให้บริการสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการต่อใบทะเบียนใบขับขี่โดยจะมีการเปิดในรูปแบบของ New Normal นั่นก็คือจะมีการจำกัดจำนวนคนที่จะเข้ามาต่อใบขับขี่โดยการเปิดบริการของกรมขนส่งนี้จะมีการเปิดให้บริการในวันแรกเป็นวันที่ 8 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 นี้

ซึ่งในการเปิดการทำงานของกรมขนส่งในวันแรกนี้จะให้สิทธิ์เฉพาะกับลูกค้าที่มาติดต่อเรื่องของการต่อใบขับขี่อย่างเดียวเท่านั้นจะยังไม่รวมถึงผู้ที่จะมาทำใบขับขี่ใหม่ส่วนผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่นั้นทางกรมการขนส่งบอกว่าจะมีการเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 22 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

ซึ่งในวันที่ 22 นั้นจะเป็นการเปิดการให้บริการของกรมการขนส่งแบบเต็มรูปแบบส่วนการเปิดการให้บริการในวันที่ 8 นี้จะเป็นการต่อใบขับขี่และไม่มีการอบรมไม่อนุญาตให้มีการอบรมที่สำนักงานซึ่งหากใครจะมาใช้บริการในวันที่ 8 นี้

จะต้องมีการเข้าไปทำการกดจองคิวก่อนผ่านทางแอพพลิเคชั่น dlt Smart queue ซื้อลูกค้าจะต้องมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ไว้ที่โทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นก็เข้าไปทำการลงทะเบียนและไปทำการจองคิวโดยทางกรมการขนส่งนั้นจะเรียกผู้ที่ไปทำการต่อใบขับขี่ตามคิวที่มีการได้รับ

ซึ่งถ้าหากใครไม่ทำการจองคิวก็จะไม่ได้รับการเรียกไปต่อใบขับขี่และถ้าใครไม่จองคิวเมื่อไปถึงกรมการขนส่งก็จะไม่ได้รับการต่อใบขับขี่เช่นเดียวกันโดยมีการยึดคิวจาก Application นี้เท่านั้นและเมื่อไปถึงกรมการขนส่งนั้นจะต้องมีการจัดกฎระเบียบข้อบังคับผู้ที่ไปติดต่ออย่างเคร่งครัดซึ่งถ้าหากไทยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยไป

ก็จะไม่ให้เข้าไปต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งรวมถึงเมื่อมาถึงที่กรมการขนส่งแล้วทางเจ้าหน้าที่จะมีการยืนรออยู่ที่หน้าประตูเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ที่จะมาใช้บริการว่ามีอาการเป็นไข้ตัวร้อนหรือไม่โดยเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจวัดไข้ของผู้ที่มาติดต่อก่อนถึงจะอนุญาตให้เข้าไปต่อใบขับขี่ได้นั่นเอง สำหรับวันที่ 8 มิถุนายนนั้นจะยังเปิดให้บริการเฉพาะบางรายการเท่านั้นที่ประชาชนจะสามารถไปทำรายการที่กรมการขนส่งได้

จะยังไม่เปิดบริการทุกรายการดังนั้นผู้ใช้บริการในวันที่ 8 นั้นจะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นก่อนว่ามีบริการไหนบ้างที่สามารถไปติดต่อได้ในวันที่ 8 แต่ถ้าเกิดจะสะดวกจริงๆแนะนำว่าให้ไปติดต่อกรมการขนส่งในวันที่ 22 มิถุนายนจะดีกว่าเพราะว่าจะเปิดทำรายการได้ทุกรายการนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

แม่วัวท้องแก่ กระโดดลงจากรถบิ๊กอัพที่จังหวัดชัยภูมิ 

            เมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจังหวัดชัยภูมิได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้มาช่วยนำวัวที่ขาติดกับโครงเหล็กบริเวณรถกระบะ  ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณช่วงบ้านหนองไผ่ล้อมตำบลกุดตุ้มและเมื่อทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงก็พบสภาพของแม่วัวที่น่าเวทนายิ่งนัก

เนื่องจากหัวของมันนั้นจะอยู่ที่พื้นแต่ขาของบัญชีฟ้าซึ่งขาด้านนึงนั้นติดกับโครงเหล็กที่มีการต่อเติมขึ้นมาบนรถกระบะเอาไว้กั้นเพื่อป้องกันตัวออกจากรถกระบะนั่นเองอย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าตัวดังกล่าวนั้นมันกำลังท้องแก่

ซึ่งอายุครรภ์ของมันนั้นได้ 8 เดือนแล้วดังนั้นทางกู้ภัยจึงต้องพยายามช่วยกันนำขามันออกอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันขาของวัวนั้นหักรวมถึงกระทบกระเทือนไปถึงท้องของมันด้วยทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำที่ตัดโครงเหล็กมาตัดเหล็กที่รถกระบะออกเพื่อที่จะได้เอาขาของมันออกได้ง่ายๆจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเจ้าของคนที่ขับรถกระบะแจ้งว่าเขาได้ซื้อวัวตัวนี้มาในราคา 40,000 บาทโดยเข้าพบว่าวัวดังกล่าวนั้น

เป็นวัวท้องแก่แล้วใกล้คลอดอีกแค่เพียงเดือนเดียวก็จะคลอดลูกออกมาจึงตั้งใจที่จะนำวัวตัวนี้ไปที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเขาจะนำบัวดังกล่าวไปเรียนที่บ้านอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการนำวัวขึ้นไปบนรถเรียบร้อยแล้วทางเจ้าของรถกระบะก็ได้นำหญ้ามาให้วัวกินแต่ระหว่างที่มีการขับมาระหว่างทางนั้นไม่รู้ว่าวัวเกิดตกใจอะไรทำให้มันพยายาม

ที่จะกระโดดออกจากโครงเหล็กจนเป็นสาเหตุให้ขาของมันนั้นไปติดกับโครงเหล็กของรถกระบะดังกล่าวและยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งติดแน่นเข้าไปใหญ่มันร้องเสียงโหยหวนซึ่งสร้างความตกใจรวมถึงทำให้หลายคนที่พบเห็นสงสัยมันเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วทางกู้ภัยเองก็สามารถที่จะช่วยเหลือแม่วัวตัวดังกล่าวได้ให้ปลอดภัยซึ่งขณะนี้ได้มีการนำแม่วัวตัวดังกล่าวนั้นไปที่จังหวัดนครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

         สำหรับเหตุการณ์แม่วัวกระโดดจากรถกระบะในครั้งนี้คาดว่าแม่วัวอัตราตกใจคิดว่าตนเองนั้นอาจจะถูกนำไปเชือดจึงได้พยายามหนีตายเนื่องจากตัวเองนั้นก็กำลังท้องแก่อยู่ซึ่งอาจจะไม่รู้ว่าตนเองนั้นถูกขายไปเพื่อให้ไปมีที่อยู่อาศัยอีกสักวันนึงเท่านั้น

ซึ่งเรามักจะพบเห็นเหตุการณ์วัวหรือหมูเวลาที่มันถูกเคลื่อนย้ายไปยังอีกสถานที่หนึ่งส่วนใหญ่มันจะพยายามกระโดดหนีเพราะมันเกรงว่ามันจะถูกนำพาไปโรงเชือดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

พ่อแม่ถูกตัดน้ำลูกชายไม่พอใจ โพสต์ประจานผู้ใหญ่บ้าน

พ่อแม่ถูกตัดน้ำลูกชายไม่พอใจ โพสต์ประจานผู้ใหญ่บ้านนำหลักฐานมาแจงค้างจ่าย5เดือนเตรียมฟ้องกับ พรบ.คอมฯ

       เมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563 มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่ชื่อว่านายเสรีได้มีการโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของตนเองโดยระบุว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นถูกกลั่นแกล้งจากทางผู้ใหญ่บ้านโดยรายละเอียดของข้อความใน Facebook ที่มีการโพสต์ออกมานั้นระบุเอาไว้ว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์

มีการจ่ายค่าน้ำค่าไฟทุกเดือนแต่ว่าถูกตัดและทุกครั้งที่มาในการเรียกเก็บเงินค่าน้ำก็ไม่เคยเอาใบแจ้งมาให้ดูซึ่งพ่อกับแม่ของเขานั้นชรามากแล้วทุกวันนี้พ่อกับแม่ของเขาไม่มีน้ำใช้จึงทำให้เขาเกิดความไม่พอใจจึงนำข้อความดังกล่าวมาโพสต์

เพื่อขอความเป็นธรรมชาวโซเชียลอีกทั้งยังระบุว่าให้มีการแชร์ข้อความนี้ต่อๆกันไปให้เป็นข่าวใหญ่ดังในที่สุดเรื่องราวก็รู้ถึงหูทางปลัดของจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านเพื่อทำการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ความว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของนายหงส์กับภรรยา โดยทั้งคู่อายุ 70 

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บ้านของนายหงส์นั้นไม่ได้มีการจ่ายค่าน้ำมาเป็นระยะเวลานาน 5 เดือนแล้วโดยทางผู้ใหญ่บ้านนั้นมีใบเสร็จและใบแจ้งเป็นหลักฐานอ้างอิงให้กับทางปลัดอำนวยความเป็นธรรมสอบดูและยังพูดอีกด้วยว่าสิ่งที่ลูกชายของนายหงส์นำไปโพสต์นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดซึ่งจำนวนยอดค้าง 5 เดือนนี้

ถ้าคิดเป็นเงินที่มีการติดเงินกับทางค่าน้ำประปานั้นเป็นยอดอยู่ที่ 775 บาทแล้วโดยเฉลี่ยแล้วก็ต้องเสียค่าน้ำเดือนละ 155 บาทเท่านั้นแต่ทุกครั้งที่ทางผู้ใหญ่บ้านได้มีการติดต่อนายหงส์ที่บ้านให้จ่ายค่าน้ำนาย หงส์ก็ทำเป็นเฉยไม่สนใจที่จะจ่ายค่าน้ำจะอย่างไรทางผู้ใหญ่บ้านจึงเห็นว่ามีการค้างค่าน้ำมันแล้วไม่อยากให้สิ่งที่นายหงส์ทำนี้เป็นตัวอย่าง

ที่ไม่ดีแก่คนในชุมชนก็ถ้าหากคนหนึ่งทำได้คนอื่นๆก็ย่อมจะทำตามเหมือนกันดังนั้นทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้มีการตัดน้ำที่บ้านของนายหงส์เพื่อให้เป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นได้เห็นว่าถ้าหากไม่ยอมจ่ายค่าน้ำก็จะไม่มีน้ำใช้เพราะเงินที่เรียกเก็บแต่ละบ้านนั้นจะต้องนำไปบริหารจัดการขายให้กับการประปาอีกทีหนึ่งเพราะหากเก็บเงินไม่ได้ก็จะไม่มีเงินไปจ่ายค่าน้ำประปาที่การประปานั้นเอง และหากเป็นแบบนั้นชาวบ้านก็จะไม่มีน้ำใช้ 

 

สนับสนุนโดย  sagame

พบศพหญิงชราชาวจีนอนเสียชีวีตอยู่ภายในบ้านร้างเพียงลำพัง คาดว่าอาจถูกข่มขืน

               ช่วงเวลา 15:00 นของวันที่ 21 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่รกร้างมีบ้านร้างอยู่หลังหนึ่ง

ตั้งอยู่กลางป่าซึ่งภายในมีข้าวของเครื่องใช้โดยชาวบ้านที่มาพบศพคนแรกบอกว่าที่บริเวณตรงนี้เป็นบ้านร้างและได้มีหญิงชราคนหนึ่งอายุประมาณ 70 ปีได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านร้างแห่งนี้ซึ่งหญิงชราคนดังกล่าวนั้นเป็นหญิงชาวจีน

และเธอมีอาชีพเป็นหมอดูซึ่งเธอมักจะเดินทางออกจากบ้านร้างแห่งนี้แล้วไปบริเวณชายหาดเพื่อทำการขอดูดวงให้กับนักท่องเที่ยวแลกกับเงินซึ่งหญิงชราจีนคนนี้อยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้คนเดียวมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วโดยตลอดเวลาที่พบเห็นกันนั้นก็เคยพูดปะพูดคุยกันหญิงชราเป็นคนอัธยาศัยดีและสามารถพูดคุยกับทุกคนทั่วไปได้

ซึ่งเธอไม่เคยพบเห็นว่าหญิงชราจะมีญาติพี่น้องมาหาแต่อย่างใดชาวบ้านหลายคนไม่ได้มีการสงสัยว่าหญิงชราหายไปไหนจึงทำให้ไม่รู้ว่าหญิงชรานั้นถูกฆ่าเสียชีวิตตายคาบ้านร้างในวันที่พบศพนั้นมีคนเดินผ่านมาเราได้กลิ่นเหม็นจึงได้เดินเข้ามาดูจึงพบศพของหญิงชราเสียชีวิตภายในบ้านร้างซึ่งสภาพของศพนั้นน่าจะมีการตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

แต่ลักษณะของศพนั้นคาดว่าเหมือนจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าและมีอาการนอนเหมือนขาถ่างซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการสันนิษฐานกันว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจาก 2 สาเหตุอาจจะเป็นไปได้ว่าหญิงชรานั้นป่วยตาย

เนื่องจากว่าอยู่คนเดียวแล้วไม่มีใครมาดูแลเมื่อมีอาการล้มลงไปซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตไปในขณะที่อยู่ระหว่างการแต่งตัวก็ได้หรือเหตุการณ์หนึ่งก็อาจจะถูกข่มขืนเพราะบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่มีก่อสร้างมาทำงานเยอะมากซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนงานก่อสร้างบุคคลมาแล้วข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชรากายก็เป็นได้

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อมูลหลักฐานว่าหญิงชราคนดังกล่าวนั้นเป็นใครมาจากไหนเนื่องจากไม่มีเอกสารต่างๆบอกถึงชื่อนามสกุลหรือว่าที่อยู่ที่จะสามารถติดต่อเครือญาติของหญิงชราคนดังกล่าวได้เลยและทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามหาหลักฐาน

เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงชราว่าเกิดจากการป่วยหรือการถูกข่มขืนกระทำชำเราหากมีการถูกข่มขืนก็จะได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

คืบหน้าคดีน้องอิ่มบุญกับน้องอมยิ้ม

คืบหน้าคดีน้องอิ่มบุญกับน้องอมยิ้มเจ้าหน้าที่กองปราบเชื่อว่าเด็ก กินสารพิษเข้าไปเพราะแม่วางยา 

         เมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการณ์ผ่านทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีของเด็กหญิงอิ่มบุญกับเด็กหญิงอมยิ้มของเด็กหญิงที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากอาเจียนออกมาเป็นเลือดซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการสงสัยกันว่าแม่ของเด็กที่ชื่อว่าแม่ปุ๊กจะเป็นคนที่วางยาเด็กทั้งสองคนด้วยก่อนหน้านี้

แม่ปุ๊กได้มีการประกาศรับเงินบริจาคจากเรา Social เนื่องจากว่าลูกสาวทั้งสองคนของเธอนั้นป่วยด้วยโรคประหลาดซึ่งไปทำการรักษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้ว่าเป็นอะไรจนในที่สุดลูกสาวคนแรกที่เป็นน้องอิ่มบุญก็เสียชีวิตและต่อมาหลังจากนั้นไม่นานน้องอมยิ้มก็มีอาการเหมือนกับพี่สาวและเมื่อแม่พกพาไปที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการทางโรงพยาบาล

ก็ไม่สามารถตรวจหาเชื้อได้ว่าเกิดเป็นโรคอะไรซึ่งหลังจากนั้นไม่นานทางคุณหมอเองก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวนี้ว่าน้องน่าจะมีการถูกวางยาพิษซึ่งมีการวางยาให้ผสมในอาหารให้กินและอาจจะมีการวางยามานานแล้ว

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนทำให้รู้ว่าเด็กหญิงอิ่มบุญและเด็กหญิงอมยิ้มนั้นทั้งคู่ไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ปุ๊กโดยได้มีการติดต่อไปยังคุณแม่ของน้องอมยิ้มจึงทำให้ทราบว่าที่จริงแล้วน้องอมยิ้มนั้นมีแม่อีกคนหนึ่งที่ชื่อว่าเอมเธอท้องในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อมจึงได้มีการประกาศหาคนมาอุปการะและแม่ปุ๊กก็เป็นคนติดต่อขอไปรับไปเลี้ยงผึ้งนางสาวเอ็มเห็นว่าแม่ปุ๊กนั้น

เป็นเภสัชกรคิดว่าน่าจะดูแลลูกของตนเองได้ดีกว่าตัวเองทำให้ทำการยกลูกสาวให้กับแม่ปุ๊กโดยที่ไม่ได้มีการทำเอกสาร การโอนเป็นลูกบุญธรรมให้แต่อย่างใดและที่สำคัญแม่ปุ๊กยังได้มีการหลอกเอาเอกสารบัตรประชาชนของนางสาวเอมมาไว้

สำหรับเปิดบัญชีเพื่อให้คนบริจาคโอนเงินเข้ามาบัญชีของนางสาวเอมโดยเงินในนั้นแม่เปิ้ลเป็นคนเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัวโดยไม่เคยนำเงินดังกล่าวออกมาเป็นค่ารักษาให้กับเด็กหญิงอมยิ้มและเด็กหญิงอิ่มบุญเลยซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหาหลักฐานเพิ่มเติม

เพื่อที่จะเอาผิดนางสาวปุ๊กในการที่รับเด็กมาเลี้ยงแล้วทำการทารุณกรรมเด็กโดยให้เด็กไม่ค่อยกินยาพิษเพื่อหวังเงินบริจาคอย่างไรก็ดีตอนนี้น้องอมยิ้มนั้นได้ถูกจังเจ้าหน้าที่พัฒนาเด็กและสังคมรับตัวไปดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนนางสาวกนั้นตอนนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนัน ดีที่สุด 2020