ข่าว สส. ปารีณาปะทะเดือดกับบุ๋มปนัดดากลางรายการแฉ 

        ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้สำหรับข่าวของ สส. ของประเทศไทยที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามที่ชื่อว่า สส. ปารีณาซึ่งเป็น สส. สังกัดในจังหวัดราชบุรี เพราะนับตั้งแต่ที่ สส. ปารีณานั้นมาเป็นสสได้รับคัดเลือกมาจากประชาชนชาวราชบุรีเท่าที่ติดตามผลงานของเธอ

มาเธอยังไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยถ้าหากเป็นการดูแลประชาชนแต่เธอจะมีผลงานมากมายถ้าหากต้องเป็นการทะเลาะตบตีด่าทอกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับอดีต  สส.ช่อ พรรณิการ์หรือแม้แต่นักการเมืองคนอื่นๆ

รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดต่างๆและล่าสุดก็ยังมาทะเลาะกับ คุณ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  ซึ่งไม่รู้ว่าเธอว่างมากหรือยังไงเธอถึงเที่ยวทะเลาะกับใครต่อใครไปทั่วล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางรายการทีวีรายการหนึ่งที่ชื่อว่ารายการแฉ  

ซึ่งมีพิธีกรหลากหลายคนรวมทั้งหนึ่งในนั้นก็คือพิธีกรที่ชื่อว่ามดดำได้มีการเชิญ  สส. ปารีณา และดร. บุ๋มปนัดดามาออกรายการคู่กัน ซึ่งหลังจากที่ใครหลายๆคนได้ดูรายการนี้แล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อมาเจอหน้ากันจริงๆแล้ว  สส.  ปารีณา  ก็เป็นคนแค่ดีแต่พูด เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าบุ๋มปนัดดาเธอก็ไม่สามารถเสียงอะไรออกได้เลย

เป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องทุกวันนี้ประชาชนพากันสงสัยว่าเราต้องเสียภาษีจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับเธอคนนี้ทำไมในเมื่อทุกวันนี้เธอยังไม่เคยทำงานอะไรเพื่อประชาชนเลยคนงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของเธอนั้นไม่เคยที่จะมีออกมาสู่สายตาของประชาชน

ยกเว้นแค่การเลียแข้งเลขานายกรัฐมนตรีซึ่งถ้าหากใครมาต่อว่านายกรัฐมนตรีของเธอแล้วก็เธอจะต้องออกมาโจมตีฟ้องร้องคนนู้นนี่นั่นด้วยไปดังนั้นเราจึงสงสัยกันว่าหาก  สส. ที่ได้เข้ามาทำงานแล้วไม่ยอมทำงานนั้นเราสามารถที่จะปลดเข้าออกจากคณะ  สส. หรือไม่หรือต้องทนให้เขาทำงานต่อไปเป็นระยะเวลา 4 ปี

เลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่ถึงจะกดเข้าได้เมื่อนั้น และจาก ที่ดูจากการแฉเมื่อวานทำให้เห็นว่า สสปารีณานั้นไม่สมควรจะเป็นส.สก็เธอไม่มีวุฒิภาวะมากพอในการที่จะเป็นผู้นำหรือการที่จะดูแลใครได้เลยและเมื่ออยู่ต่อหน้ากับทาง  ดร. บุ๋มปนัดดา ความเก่งกาจของเธอก็หายไปถึงแม้ว่าเธอจะยังยืนยันว่าเธอจะยังมีคนฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีแน่นอนแต่เธอต้องการให้ทาง Doctor บุ๋ม นั้นแจ้งความดำเนินคดีกับเธอซะก่อน

เธอถึงจะมีการฟ้องกับ ดร.บุ๋มซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีความคิดอย่าง ดร.บุ๋มนั้นคงไม่เอาเวลาที่มีประโยชน์ของตนเองไปใส่ใจกับไร้สติคนนี้อย่างแน่นอน  เราอยากเห็นนายกรัฐมนตรีจัดการ ส.ส. ที่ไร้ค่าคนนี้ออกจากสภาสักทีคงต้องรอดูกันว่าจะมีวันนั้นหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

นักฟุตบอลที่เลิกเล่นก่อนวัยอันควร

นักฟุตบอลบางคนนั้นต่างมีความแตกต่างกันไปทั้งในเรื่องของความสำเร็จ ซึ่งหลายๆอย่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคน บางคนเล่นเก่ง แต่องค์ประกอบของทีมไม่ดี แต่บางคนเล่นไม่เก่งแต่เพื่อนร่วมทีมเก่ง ซึ่งก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ แต่เรื่องที่น่าเศร้าไปกว่านั้นสำหรับนักฟุตบอลก็คือ การเลิกเล่นฟุตบอลในสิ่งที่เค้ารัก

เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคนที่เล่นฟุตบอลนั้นคงไม่มีใครอยากจะเลิกเล่นฟุตบอลโดยง่าย ยกเว้นสังขารที่มันไม่ไหวแล้วจริง แต่คนที่เลิกเล่นฟุตบอลด้วยอาการบาดเจ็บมันเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่า เพราะเค้าต้องเลิกเล่นโดยที่ยังไม่พร้อมที่จะเลิก และมันคือความเสียใจอย่างแท้จริง 

ฮิเดชิ นากาตะ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ต้องเลิกเล่นก่อนวัยอันควร ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปี แต่การเลิกเล่นของนั้นไม่ได้เกิดอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากการที่เค้ารู้สึกเบื่อหน่ายกับวงการฟุตบอล ที่เค้ามองว่ามันกลายเป็นเกมธุรกิจมากกว่าเกมกีฬา จึงทำให้เค้าหันหลังสู่วงการฟุตบอลและเลิกเล่นทั้งๆที่ฝีเท้าเค้านั้น ยังสามารถที่เล่นในลีกสูงสุดของอิตาลีได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

ฟาบิค มูฮาบา อดีตนักเตะโบลตัน ที่อายุเพียงแค่ยี่สิบปี และต้องเลิกเล่นด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ทั้งๆที่ตลอดห้าปีที่เค้าเล่นให้ทีมโบลตันนั้น เค้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่เคยมีอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นมาก่อน แต่แล้วนัดการแข่งขันที่เจอกับเสปอร์ในเอฟเอคัพ อยู่ดีนักเตะคนนี้ก็ล้มลงกลางสนาม และมีอาการหัวใจหยุดเต้นไปเกือบเจ็ดสิบแปดนาที ซึ่งทำให้เค้าไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกต่อไป

ไมเคิล จอนห์สัน นักเตะวัยสิบเก้าปี ที่ติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเล็ก จนได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาติดชุดใหญ่ได้เร็ววัน ซึ่งตัวเค้าเองนั้นโชว์ได้ดีกับทีมแมนซิตี้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง บวกกับพฤติกรรมที่ชอบเมาแล้วขับ อีกทั้งยังติดการพนัน ทำให้เค้าต้องจบชีวิตการค้าแข้งโดยปริยาย

มาร์โค แวนบาสเท่น หนึ่งในสามทหารเสือ ที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง เพราะตัวเค้าเองมีอาการบาดเจ็บจากข้อเท้าที่เรื้อรัง จากการที่ถูกคู่แข่งเสียบเข้าข้อเท้าข้างหลังอย่างบ่อยครั้ง และในขณะนั้นกติการการแข่งขันยังไม่มีห้ามการเสียบเข้าข้างหลับ จนทำให้เค้าต้องเข้าการรักษาอย่างบ่อยครั้งและต้องเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยสามสิบเอ็ดปี ซึ่งมีการกล่าวกันว่า หากกติกาห้ามเสียบเข้าข้างหลังมีเร็วกว่านี้ เค้าจะสร้างตำนานได้อีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่ง

เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่งแล้วในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ส่วนคนทำบัตรขับขี่ใหม่ต้องรอวันที่ 22 มืถุนายน

          มีประกาศออกมา  แล้วจากทางกรมขนส่งว่าจะมีการเปิดให้บริการสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการต่อใบทะเบียนใบขับขี่โดยจะมีการเปิดในรูปแบบของ New Normal นั่นก็คือจะมีการจำกัดจำนวนคนที่จะเข้ามาต่อใบขับขี่โดยการเปิดบริการของกรมขนส่งนี้จะมีการเปิดให้บริการในวันแรกเป็นวันที่ 8 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 นี้

ซึ่งในการเปิดการทำงานของกรมขนส่งในวันแรกนี้จะให้สิทธิ์เฉพาะกับลูกค้าที่มาติดต่อเรื่องของการต่อใบขับขี่อย่างเดียวเท่านั้นจะยังไม่รวมถึงผู้ที่จะมาทำใบขับขี่ใหม่ส่วนผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่นั้นทางกรมการขนส่งบอกว่าจะมีการเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 22 เดือนมิถุนายนปีพศ2563

ซึ่งในวันที่ 22 นั้นจะเป็นการเปิดการให้บริการของกรมการขนส่งแบบเต็มรูปแบบส่วนการเปิดการให้บริการในวันที่ 8 นี้จะเป็นการต่อใบขับขี่และไม่มีการอบรมไม่อนุญาตให้มีการอบรมที่สำนักงานซึ่งหากใครจะมาใช้บริการในวันที่ 8 นี้

จะต้องมีการเข้าไปทำการกดจองคิวก่อนผ่านทางแอพพลิเคชั่น dlt Smart queue ซื้อลูกค้าจะต้องมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ไว้ที่โทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นก็เข้าไปทำการลงทะเบียนและไปทำการจองคิวโดยทางกรมการขนส่งนั้นจะเรียกผู้ที่ไปทำการต่อใบขับขี่ตามคิวที่มีการได้รับ

ซึ่งถ้าหากใครไม่ทำการจองคิวก็จะไม่ได้รับการเรียกไปต่อใบขับขี่และถ้าใครไม่จองคิวเมื่อไปถึงกรมการขนส่งก็จะไม่ได้รับการต่อใบขับขี่เช่นเดียวกันโดยมีการยึดคิวจาก Application นี้เท่านั้นและเมื่อไปถึงกรมการขนส่งนั้นจะต้องมีการจัดกฎระเบียบข้อบังคับผู้ที่ไปติดต่ออย่างเคร่งครัดซึ่งถ้าหากไทยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยไป

ก็จะไม่ให้เข้าไปต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งรวมถึงเมื่อมาถึงที่กรมการขนส่งแล้วทางเจ้าหน้าที่จะมีการยืนรออยู่ที่หน้าประตูเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ที่จะมาใช้บริการว่ามีอาการเป็นไข้ตัวร้อนหรือไม่โดยเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจวัดไข้ของผู้ที่มาติดต่อก่อนถึงจะอนุญาตให้เข้าไปต่อใบขับขี่ได้นั่นเอง สำหรับวันที่ 8 มิถุนายนนั้นจะยังเปิดให้บริการเฉพาะบางรายการเท่านั้นที่ประชาชนจะสามารถไปทำรายการที่กรมการขนส่งได้

จะยังไม่เปิดบริการทุกรายการดังนั้นผู้ใช้บริการในวันที่ 8 นั้นจะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นก่อนว่ามีบริการไหนบ้างที่สามารถไปติดต่อได้ในวันที่ 8 แต่ถ้าเกิดจะสะดวกจริงๆแนะนำว่าให้ไปติดต่อกรมการขนส่งในวันที่ 22 มิถุนายนจะดีกว่าเพราะว่าจะเปิดทำรายการได้ทุกรายการนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

เมียหลวงหึงโหดใช้ปืนยิงผัวทหารตาย ใส่ร้ายเมียน้อยว่าเป็นคนยิง

            ที่จังหวัดลพบุรีได้มีการก่อเหตุยิงกันในบ้านพักข้าราชการทหารซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่ามีการนำตัวผู้ที่ถูกยิงส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วส่วนผู้ต้องสงสัยนั้นเป็นภรรยาของนายทหารคนที่ถูกยิง

แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการสอบถามภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวเจอกับปฏิเสธว่าไม่ได้มีการยิงสามีของตนเองพร้อมทั้งยังบอกอีกว่าคนที่ยิงสามีของเธอนั้นเป็นภรรยาน้อยของสามีของเธอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุพบว่ามีบริเวณร่องรอยของกองเลือดอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องครั

วแต่ไม่พบหลักฐานอื่นพอที่จะสามารถปรับปรุงภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวได้แต่เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการก่อเหตุยิงกันนั้นมีเพื่อนบ้านในบริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าช่วงที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้นได้ยินนายทหารที่ถูกกินร้องให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยจึงมีชาวบ้านหลายคนต่างวิ่งเข้าไปในบ้านขนาดเดียวกันระยะของนายทหารได้เดินสวนกับชาวบ้านออกมาพร้อมทั้งในมือมีถุงพลาสติกถุงหนึ่ง

ซึ่งเคยเห็นว่าภรรยาของนายทหารที่ถูกยิงได้นำถุงพลาสติกดังกล่าวไปฝากไว้บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกันดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปบ้านหลังดังกล่าวเพื่อทำการตรวจค้นและเจอถุงพลาสติกที่กล่าวอ้างถึง

ซึ่งภายในมีเสื้อผ้ารวมถึงมีถุงมือและอาวุธปืนจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบค่ะวันและเชิญตัวภรรยาของนายทหารคนดังกล่าวเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจในขณะเดียวกันหลานสาวของนายตำรวจคนดังกล่าวได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลับหลังที่นำตัวของนายทหารเพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาลนั้นผู้บาดเจ็บไม่มีการพูดขึ้นมาว่าคนที่ยิงคือภรรยาของตนเอง

หลังจากนั้นเมื่อไปถึงโรงพยาบาลทางหมอและพยาบาลได้พาผู้บาดเจ็บเข้าห้องไอซียูและใช้เครื่องช่วยหายใจต่อมาไม่นานผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิตไปทั้งนี้หลายคนมองว่าภรรยาของนายทหารน่าจะเป็นคนยิงเนื่องจากว่าเธอมีปัญหาเรื่องของการหึงหวงกันอยู่กับสามีและเธอมักจะโทรมาบ่นให้ลูกทำของเธอฟังว่าเธอมีความเครียดซึ่งช่วงหลังๆมานี้เธอมากินเหล้า

อยู่บ่อยครั้งและกินในปริมาณมากโดยขณะที่ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเธอก็ยังมีอาการเมาสุราและพูดจาไม่รู้เรื่องแต่เธอก็ยังยืนยันปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องของการยิงสามีของตนเองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องผลการชันสูตรคราบเขม่าปืนจากบริเวณของเธอที่มีการนำไปส่งตรวจสอบที่ห้องแลปก่อนก่อนที่จะมีการดำเนินการจับกุมเธอเธอต่อไปในขณะเดียวกันตอนนี้เธอเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงสามีตนเองจึงถูกคุมขังไว้ที่โรงพักเรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย  bk8

โจ๋วัย 19 ถูกจ่อยิงขมับ  แต่ไม่ตาย  รอดปาฎิหาริย์

   ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันซึ่งในภาพจะไม่ค่อยได้เห็นชัดมากนักได้ยินเป็นเสียงและการใช้หัวตีกันรวมถึงผู้ที่ถ่ายคลิปเองก็มีการคุยกันเกี่ยวกับรถที่จอดตรงบริเวณที่กลุ่มวัยรุ่นตีกันจะได้รับความเสียหายโดยพื้นที่ที่เกิดเหตุฉันเกิดเหตุที่ซอยบางหญ้าแพรก ตำบลบางหัวเสือ  จังหวัดสมุทรปราการ 

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้บาดเจ็บมีชื่อว่านายโดม อายุ 19 ปี ในขณะเกิดเหตุนายโดมกำลังนั่งเล่นอยู่ตรงศาลาริมทางปากซอยบางหญ้าแพรก ซึ่งพี่สาวของนายโดมได้ให้ข้อมูลกับสถานีช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่ม นายโดมได้โทรเข้ามาคนที่บ้านโดยบอกว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืน โดยกระสุนปืนฝังเข้าไปที่ศรีษะด้านใน 

เมื่อพี่สาว ทราบเรื่องก็รีบเดินทางไปดูน้องชายทันที ปรากฏว่าตอนนี้น้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวพี่สาวเองก็สงสัยเหมือนกันว่าน้องชายตนเองไปมีเรื่องกับใคร เดินทางพี่สาวของนายโดมและเล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่าช่วงที่ก่อนนายโดมจะเข้ารับการผ่าตัดนั้นได้มีการพูดคุยกับพี่สาวได้ปกติดีและได้เล่าให้กับพี่สาวฟังว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น

เนื่องจากว่านายโดมและเพื่อนพากันขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปซื้อของหลังจากนั้นก็พากันมานั่งเล่นอยู่ตรงศาลาริมทาง ระหว่างที่นายโดมกับเพื่อนกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้นก็มีรถมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3-4 คัน

โดยทั้งหมดมีการเบิ้ลเครื่องยนต์ตรงบริเวณที่นายโดมและเพื่อนนั่งเล่นกันอยู่ทำให้นายโดมตะโกนถามออกไปว่าจะเบิ้ลเครื่องทำไม ซึ่งทางวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาก็ได้ขับเลยไปแต่นายโดมชวนเพื่อนให้ขับรถตามกลุ่มวัยรุ่นนั้นไปเมื่อไปถึงระหว่างทางกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็พากันขับมอเตอร์ไซค์มาล้อมรถของนายโดมและเพื่อนๆที่นั่งซ้อนกันมา 3 คน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการตะลุมบอนกันเกิดขึ้น

เป็นวัยรุ่นพากันรุมทำร้ายนายโดมและเพื่อนและหนึ่งในใช้ปืนยิงมาที่หัวของนายโดม แล้วพากันหลบหนีไปหลังจากนั้นเพื่อนของนายโลมก็ได้นำร่างของนายโดมไปส่งที่โรงพยาบาลขึ้นระหว่างทางนายโดมยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติ และยังสามารถโทรไปเล่าเหตุการณ์ให้พี่สาวและค้นหาบ้านฟังได้

  ซึ่งทางเพื่อนของน้องโดมยืนยันว่าไม่รุ้ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร เพราะกลุ่มคนร้ายแต่งกายมิดชิด มีทั้งหมดประมาณ 10 คน อีกทั้งยังบอกด้วยว่าการที่นายโดม  ถูกยิงที่ศีรษะในครั้งนี้แล้วไม่เสียชีวิตนั้นถือว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่างมากซึ่งหลายคนเชื่อว่าเกิดมาจากการที่นายโดมสร้อยคอที่มีหลวงพ่อเผย วัดบางหญ้าแพรก รุ่นปี 05 ซึ่งเชื่อกันว่ารุ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นรุ่นที่ยิงไม่เข้า 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8