หิวจัดจนเป็นบ้า ฆ่าแฟนแล้วเอาขามาทอดกิน

             ที่ประเทศยูเครน มีคดีสยองขวัญที่ทำให้ชาวเมืองต่างหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากเมื่อมีรายงานข่าวเข้ามาว่าเมื่อวันที่ 20 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายผู้หนึ่งอายุแค่เพียง 41ปีเท่านั้นด้วยคดีฆาตกรรมแฟนสาวของเขาแต่ที่น่าสะพรึงและสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในเมืองครีวิริกก็คือการที่ชายหนุ่มคนดังกล่าว

ฆ่าหั่นศพแฟนของเขาแล้วนำขาทั้งสองข้างของแฟนมาทอดกินเป็นอาหารส่วนร่างกายอื่นๆนั้นนำใส่กระสอบแล้วไปโยนทิ้งริมแม่น้ำเรื่องราวที่น่าสะพรึงนี้เกิดขึ้นจนเป็นที่มาของการจับกุมได้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากว่าเมื่อประมาณวันที่ 13 เดือนเมษายนปีพศ 2563

ได้มีชาวบ้านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจว่าพบศพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตัดขาแล้วนำร่างใส่กระสอบไปทิ้งไว้ริมแม่น้ำโดยคนที่พบศพชิ้นส่วนดังกล่าวนั้นได้บอกว่าในวันที่พบศพนั้นเขาได้ลูกชาย 2 คนกำลังจะเดินทางไปตกปลาตรงริมแม่น้ำแห่งนั้นพอดีและบังเอิญไปเจอกระสอบเมื่อเปิดออกดูก็พบศพจึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่าหญิงสาวที่อยู่ในกระสอบนั้นเป็นใคร

ซึ่งเมื่อทราบชื่อจึงดำเนินการไปสอบสวนกับบุคคลใกล้ชิดของหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือฆาตกรซึ่งเป็นแฟนของเธอเองโดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานฆาตกรก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าแฟนสาวด้วยตนเองโดยในคืนวันที่ 13 เมษายนนั้นเขาได้แฟนสาวกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่

และด้วยความเมาและด้วยความหิวเขาจึงเดินเข้าไปในครัวแล้วนำมีดมาปาดคอแฟนสาวจนเสียชีวิตหลังจากนั้นก็หันเอาขาของแฟนสาวไปทอดแล้วกินเป็นอาหารส่วนร่างกายของแฟนสาวนั้นเขาก็นำยัดใส่กระสอบแล้วนำไปซ่อนทิ้งไว้ตรงข้างบ้านหลังจากนั้นในช่วงเวลากลางคืนเขาก็นำศพของแฟนสาวไปทิ้งไว้ตรงริมแม่น้ำจนมีชาวบ้านมาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ให้ข้อมูลว่าหญิงสาวที่เป็นผู้โชคร้ายนั้นคือใครแต่ฆาตกรนั้นมีชื่อว่า Alexander ซึ่งตอนนี้เขาได้ถูกจับกุมตัวเรียบร้อยแล้วอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน

ซึ่งมีรายงานข่าวออกมาด้วยว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปควบคุมตัวเข้าที่บ้านพักนั้นเป็นช่วงที่ Alexander กำลังนำส่วนเนื้อของท่านขาของแฟนเขาออกมาประกอบอาหารอยู่พอดีโดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นดังนั้นต่างก็พากันอาเจียนออกมาได้ความสระอิดสระเอียนทันที  ซึ่งนั่นคือหลักฐานที่มัดตัว Alexander ได้อย่างชัดเจน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88 thailand

แก๊งวัยรุ่นกล่าวหาตำรวจเรียกเงินแทนการโดนจับเพราะฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

              เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ได้ถูกแก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องของการเรียกเงินจำนวน 54,000 บาทโดยแก๊งวัยรุ่นได้มีการโพสต์ข้อความลงใน Facebook ส่วนตัวของตนเองบอกกล่าวว่าเมื่อช่วงคืนของวันที่ 18 เมษายนปีพ.ศ. 2563 ช่วงเวลาประมาณ 22:00 น.

ขณะที่กันเองและเพื่อนๆกำลังนั่งกินหมูกระทะกันภายในบ้านพักปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่บ้านเพื่อจะมีการมาจัดที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวซึ่งตนเองคิดว่าตนนั้นไม่ผิดเพราะว่าไม่ได้ออกไปข้างนอกเพียงแต่ว่ามาเจอกันภายในบ้านของตนเอง

แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะมีการปรับตัวไปดำเนินคดีซึ่งได้มีการเสนอว่าหากไม่ต้องการถูกจับพวกกลุ่มวัยรุ่นจะต้องมีการจ่ายเงินให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคนละ 6,000 บาทซึ่งในวันดังกล่าววัยรุ่นกลุ่มนั้นมีกันอยู่ที่ประมาณ 8-9 คนหลังจากนั้น

ได้มีการต่อรองกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้เหลือเพียงแค่ 350 บาทเท่านั้นซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตกลงเมื่อพวกกลุ่มวัยรุ่นได้มีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กลับไปทันทีหลังจากที่ข้อความนี้ถูกแชร์ออกมาทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากและข้อความนี้ถูกแชร์ส่งต่อไปยัง

พลตำรวจตรีชุมพลซึ่งมีการดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสมุทรปราการได้มีคำสั่งให้มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่มีการปฏิบัติงานโดยมิชอบซึ่งทางพลตำรวจตรีชุมพลเองยังไม่ได้ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายนะมีความผิดเพียงแต่ให้ไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ก่อนและจะดำเนินการทำการสืบสวนสอบสวนต่อไปซึ่งถ้าหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายนั้นอีกครั้งหนึ่งแต่เนื่องจากว่าเบื้องต้นนี้

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักจึงต้องขอตรวจสอบก่อนด้านทั้งนักข่าวเองได้มีการลงไปยังพื้นที่บ้านหลังที่วัยรุ่นมีการระบุเอาไว้ว่ามีการถูกเรียกเงินซึ่งรวมไปถึงไม่พบวัยรุ่นดังกล่าวพบแต่แม่ของกลุ่มวัยรุ่นซึ่งนางก็ให้ข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจริง

แต่ไม่ได้ออกมาดูเพราะว่ากลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแต่ตอนที่อยู่ในบ้านนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้ตำรวจกับลูกชายคุยอะไรกันบ้างมีการเรียกใช้เงินกันหรือไม่ทางด้านแม่ของกลุ่มวัยรุ่นไม่ยืนยันและไม่ให้ขอสัมภาษณ์ใดๆก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ส่วนตัววัยรุ่นเอง

ก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเพราะไปๆมาๆระหว่างบ้านแม่กับบ้านแฟนและตอนนี้แม่ก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายของตนเองได้ที่สำคัญข้อความที่มีการโพสต์ไว้ใน Facebook ก็ได้มีการลบทิ้งไปแล้วซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นการโพสต์

เพื่อความคึกคะนองของตนเองของกลุ่มวัยรุ่นและเกรงว่าจะมีความผิดจึงได้ลบโพสต์นั้นทิ้งไปเพราะถ้าหากเป็นเรื่องจริงเรื่องใหญ่ขนาดนี้และมีนายตำรวจระดับสูงมาคอยตรวจสอบให้ก็น่าจะออกมาให้ข้อมูลเพื่อจะได้เอาผิดในตำรวจทั้งสองคนได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88 thailand